ข่าว

‘ดอน’ปัดรัสเซียประสานจับตา‘ไอเอส’เข้าไทย

‘ดอน’ปัดรัสเซียประสานจับตา‘ไอเอส’เข้าไทย

04 ธ.ค. 2558

‘ดอน’ปัดรัสเซียประสานจับตา‘ไอเอส’เข้าไทย เผยยังไม่ได้รับรายงานควบคุมตัว‘วรรณา - สามีชาวตุรกี’ เชื่อกระแสต้านทูตมะกันไม่รุนแรงบานปลาย

              เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 4 ธ.ค.58  ที่โรงแรมอนันตรา สยาม นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่หน่วยต่อต้านข่าวกรองของรัสเซียส่งหนังสือมายังสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อเตือนหลังมีชาวซีเรียที่เกี่ยวข้องกับรัฐอิสลาม (ไอเอส) ได้เดินทางเข้ามายังประเทศไทย ที่พัทยา ภูเก็ต และกรุงเทพฯ เพื่อก่อเหตุร้ายต่อผลประโยชน์ของรัสเซียและกลุ่มพันธมิตรในไทย ว่า แค่เป็นข่าว ไม่ทราบว่าเรื่องนี้มาจากไหน โดยยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่มีการประสานงานผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ทราบว่าข่าวมาได้อย่างไร เข้าใจว่าเป็นเรื่องที่พูดกัน เชื่อว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังดูแลอยู่

 

 ผบช.น.เผยประสานข้อมูลกับสันติบาล 
 
              ที่บริเวณใต้สะพานข้ามห้าแลกลาดพร้าว ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลแล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลยังไม่พบบุคคลกลุ่มดังกล่าว แต่หากพบทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีมาตราการในการรับมือกับบุคคลกลุ่มดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เนื่องจากเรามีบทเรียนจากเหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์มาแล้ว 
 
              พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวด้วยว่า ไม่อยากให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกกับการแจ้งเตือนดังกล่าว และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ประมาท มีการตรวจสอบในทุกพื้นที่และหาข่าวอย่างต่อเนื่อง โดยหากพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดนครบาลละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ก็จะดำเนินการให้ถึงที่สุด เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 
 
 
'ธนะศักดิ์'วอนอย่าตื่นตระหนก 
 
 
              พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าคสช.ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ถึงรายงานข่าวว่าตำรวจสันติบาลมีหนังสือคำสั่งเรื่องติดตามพฤติการณ์ชาวต่างชาติ โดยระบุว่าหน่วยต่อต้านข่าวกรองรัสเซีย (เอฟเอสบี)ประสานผ่านสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) แจ้งเตือนความเป็นไปได้ในการก่อการร้ายรัฐอิสลาม (Islamic State หรือไอเอส) ต่อผลประโยชน์ของรัสเซียในไทย ว่า ข่าวก็เป็นข่าว ถ้าไม่ตกใจก็เป็นเรื่องที่ดีและช่วยกันสอดส่องดูแล แต่ไม่ใช่ดูแล้วตกใจไปกันใหญ่ ที่ผ่านมาบ้านเราเงียบมานานแล้วเรื่องไอเอส ส่วนรอบบ้านเรามีการส่งคนไปรบ แต่ประเทศเราไม่เคยมีเรื่องเหล่านี้ ข่าวที่ออกมาอาจเป็นการประเมินสถานการณ์และข้อควรระวัง เพราะเอกสารที่เขียนมายังไม่ชัด ซึ่งใครก็คิดได้ว่าน่าจะมี แต่ตนมั่นใจว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างดี รวมทั้งขอให้ประชาชนทุกคนช่วยเป็นหูเป็นตาได้อย่างดีที่สุด ที่ผ่านมาตนเคยทำงานใหญ่หลายครั้ง ตั้งแต่งานพิธีครองราชย์ครบ 60 ปี มีราชวงศ์มา 26 ราชวงศ์ ไม่เคยมีเรื่องอะไร ทุกคนเป็นหูเป็นตาให้หมด เมื่อเราเห็นอะไรจะสกัดจับก่อน
 
              "ข่าวที่ออกมาใช่รึเปล่าไม่ทราบ และอันนี้ถือว่าไม่ใช่ข่าวกรอง ถือว่าเป็นเพียงข่าวสาร ผมเห็นจากข่าวว่าเป็นการให้ไปตรวจสอบว่าจริงหรือไม่จริง และเอกสารมีมานานแล้วเพิ่งนำมาออก แต่เมื่อมีข่าวออกมาหน่วยงานความมั่นคงเขาดูแลอยู่แล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ มีข่าว 100 อย่างก็ทำ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ไปทำ 200 หรือ300 เปอร์เซ็นต์ เพราะเราทำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ และจากบทเรียนจากเหตุสี่แยกราชประสงค์เราก็ดำเนินการได้ดีประเทศเราแก้ปัญหาได้ดีและรวดเร็ว และช่วยกันดูแลเป็นหูเป็นตาสับปะรด" พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าว
 
              ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้จะส่งผลให้คนไทยหมดความสุขในช่วงของการเฉลิมฉลองต่อเนื่องไปจนถึงเทศกาลปีใหม่หรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ไม่หมดหรอก ความสุขอยู่ที่ใจ และสิ่งเหล่านี้ยังไม่เกิดอีกทั้งฝ่ายความมั่นคงเขาทำงานดูแลความปลอดภัยกันเต็มที่ คนที่นำเอกสารดังกล่าวออกมาอาจไม่ค่อยหวังดี หรือเอกสารหลุดออกมาหรือต้องการสื่อสารอะไรก็แล้วแต่ ขอย้ำว่าฝ่ายความมั่นคงดูแลเต็มที่และยืนยันว่าเป็นข่าวสารที่ต้องตรวจสอบ ต่อข้อถามว่าตำรวจตรวจคนเข้าเมืองต้องเพิ่มความระวังมากขึ้นหรือไม่
 
              พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า เขาทำงานหนักอยู่แล้วและกำลังมีเครื่องมือตรวจเช็คเพิ่มขึ้น ส่วนเรื่องหนังสือเดินทางนั้น ขณะนี้ปลอมแปลงได้ยากเพราะมีการคัดกรองก่อนถึงประเทศไทย แต่ต้องยอมรับว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวนมาก
 
              เมื่อถามย้ำว่า ทางการรัสเซียเตือนนักท่องเที่ยวของตัวเองนั้น มองว่าข่าวที่ออกมายังเป็นเพียงข่าวสารอยู่หรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบเพราะไม่ได้คุยกับรัสเซีย แต่เมื่อพบกับเอกอัครทูตรัสเซียไม่เห็นพูดอะไรกับตน เรื่องนี้เหมือนเป็นการแจ้งของเจ้าหน้าที่และเห็นว่าเอกสารดังกล่าวไม่น่าจะหลุดออกมา เพราะเป็นขั้นที่มีการตรวจสอบ เพราะหากจริงเขาคงจับกุมไปได้แล้ว
 
              ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเข้มงวดบริเวณตะเข็บชายแดนในการเดินทางผ่านเข้าออกหรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ทหาร ตำรวจ ลาดตระเวน และประชาชนในพื้นที่ช่วยเป็นหูเป็นตา เนื่องจากเส้นทางประมาณ 3,000 กิโลเมตร ยอมรับว่าคุมไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่จะคุมจุดผ่านเข้าออกที่ง่ายให้เหนียวแน่นมากขึ้น และมีหน่วยงานพิเศษที่พร้อมในกรณีฉุกเฉินได้อยู่แล้ว
 
 
สตม.ยันแจ้งเตือนไอเอสเข้าไทยเรื่องจริง
 
              ฝ่ายสืบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ สตม. ยอมรับกับทีมข่าว NOW26 ว่า หนังสือแจ้งเตือนจากหน่วยข่าวกรองรัสเซีย ที่ระบุว่ามีชาวซีเรีย 10 คนซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส เดินทางเข้าประเทศไทยนั้น เป็นหนังสือจริง แต่หนังสือลักษณะนี้ไม่ควรเล็ดลอดออกมา เพราะจะสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน ขณะนี้ทาง สตม.ได้ประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย เพื่อขอข้อเท็จจริงเพิ่มเติมแล้ว เนื่องจากในแต่ละวันมีชาวซีเรียเดินทางผ่านเข้า-ออกประเทศไทยนับร้อยคน ซึ่ง สตม.ก็ได้ติดตามตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยโดยตลอดอยู่แล้ว ส่วนจุดหมายที่ว่าคนกลุ่มนี้จะเดินทางไปนั้น ยังไม่แน่ชัด กำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบ แต่บางพื้นที่ก็ไม่น่าเป็นไปได้
 
 
ผบช.สตม.สั่งทุกด่านคุมเข้มบุคคลเข้าออก
 
           และมีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. มีหนังสือสั่งการด่วนให้ทุกหน่วยงานในสังกัด โดยเฉพาะด่านตรวจคนเข้าเมืองทุกแห่งทั่วประเทศเฝ้าระวังและเพิ่มความเข้มในการตรวจคัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้า-ออกประเทศอย่างละเอียดรอบคอบ รวมทั้งการตรวจสอบหนังสือเดินทาง การบันทึกข้อมูล การเฝ้าสังเกตพฤติกรรมและสิ่งผิดปกติด โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย และให้พิจารณาหลักฐานเหตุผลความจำเป็น ตลอดจนพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องด้วยความรอบคอบกรณีที่มีการขออนุญาตอยู่ต่อในประเทศหลังระยะเวลาการอนุญาตสิ้นสุด ซึ่งหากพบเหตุการณ์สำคัญให้รีบรายงานผู้บังคับบัญชาทันที ซึ่งคำสั่งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีเหตุการณ์เกี่ยวกับการก่อการร้ายของกลุ่มไอเอสในประเทศฝรั่งเศส และอาจมีบุคคลของกลุ่มประเทศเป้าหมาย หรือกลุ่มผู้ไม่หวังดีเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศได้
 
 
ส่งรายชื่อชาวซีเรียให้สนช.และสันติบาลแล้ว
 
           พล.ต.ต.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. เปิดเผยถึงหนังสือสั่งการให้ติดตามพฤติการณ์ชาวต่างชาติว่า เรื่องนี้ได้รับการประสานข้อมูลจากทางสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือสมช. มาเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว ซึ่งทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ส่งรายละเอียดรายชื่อกลุ่มประเทศเป้าหมายที่ระบุไว้ในหนังสือให้กับทางสมช.และสันติบาลไปแล้ว แต่ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มไอเอส เพราะได้ติดต่อกับทางตำรวจรัสเซีย ก็ยังไม่มีข้อมูลเรื่องกลุ่มไอเอส มีแต่เพียงการเดินทางเข้า-ออกของกลุ่มประเทศเป้าหมายว่าเข้ามาจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ส่งข้อมูลผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 15-31 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยพบว่ามีกลุ่มบุคคลประเทศเป้าหมายเดินทางเข้ามาจำนวน 231 คน และล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ตรวจสอบแล้วพบว่าเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว เหลืออยู่เพียง 21 คน แต่ในจำนวน 21 คนนี้ก็ยังไม่ครบกำหนดเวลาที่จะเดินทางออกนอกประเทศ เพราะขอวีซ่าท่องเที่ยวเข้ามามีสิทธิ์อยู่ได้ 60 วัน ซึ่งจะครบกำหนด 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคมเป็นต้นไป แต่ถ้าครบกำหนดแล้วและถ้าเขาขออยู่ต่อก็มาทำเรื่องอยู่ต่อได้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แต่ถ้าไม่มาขออยู่ต่อคือปัญหา ซึ่ง 21 คนนี้แบ่งเป็น 6 คน เป็นผู้ที่มาอยู่ชั่วคราว ทำงานให้กับทางสถานทูตหรือที่ได้รับวีซ่ามาโดยตรงอยู่แล้ว แต่อีก 15 คน ขอมาเป็นวีซ่าท่องเที่ยว โดย4 คนใน 15 คนเป็นผู้หญิง ที่เหลือเป็นผู้ชาย
 
           นอกจากนี้ผบช.สตม. ยังกล่าวอีกว่า ส่วนรายชื่อชาวซีเรีย 10 คน ที่ระบุอยู่ในหนังสือ อยากให้ทางสมช.เป็นผู้ให้รายละเอียด แต่รายชื่อได้ส่งให้ทางสมช.ไปหมดแล้ว เพราะทางสตม.ดูเพียงบุคคลที่เดินทางเข้า-ออกไทย
 
 

ดอนยังไม่ได้รับรายงานควบคุมตัว“วรรณา - สามีชาวตุรกี”
 
             นายดอน กล่าวถึงที่มีรายงานข่าวว่ามีการควบคุมตัวนางวรรณา สวนสัน หรือนางไมซาเราะห์ และนายเอ็มระห์ ดาวูโตกลู สามีซึ่งเป็นชาวตุรกี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับกรณีเหตุระเบิดราชประสงค์ นายดอน กล่าวยืนยันว่า ทราบตามที่ปรากฏเป็นข่าว ยังไม่ได้รับรายงานเช่นกัน
 

เชื่อกระแสต้านทูตมะกันไม่รุนแรงบานปลาย
 
             นายดอน  กล่าวถึงกระแสการต่อต้านนายกลิน เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ว่า เรื่องดังกล่าว เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ น่าจะเป็นผู้ทราบรายละเอียดดีที่สุด เพราะมีการพูดถึงประเด็นนี้ไปมากพอสมควรแล้ว ซึ่งส่วนตัวมองว่า ประเทศใหญ่ที่มีประสบการณ์และความสามารถทุกด้านจะสามารถจัดการกับเรื่องดีได้ ส่วนจะมีการพูดคุยกับเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ หรือไม่ อาจจะหาโอกาสเข้าไปพูดคุย อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงบานปลายเกิดขึ้น