ข่าว

"เหล่าทัพ"ไม่เห็นด้วยปลด"พัชรวาท"

"เหล่าทัพ"ไม่เห็นด้วยปลด"พัชรวาท"

25 ก.ค. 2552

ฝุ่นตลบ! "พัชรวาท" ดอดคุย "อภิสิทธิ์" ท่ามกลางกระแสข่าวโดนเด้งเพราะขวางคดี "สนธิ" ขณะที่ "สุเทพ" เผยรับรายงานมาแล้ว ยังไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวบุคคล เสนอนายกฯ ตัดสินใจ ด้านผู้บัญชาการเหล่าทัพไม่เห็นด้วย ชี้แค่ 2 เดือนก็เกษียณแล้ว ถึงปลดก็ไม่ได้ช่วยอะไร ส่วนน

 เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการโยกย้าย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ออกจากตำแหน่งเพื่อให้การคลี่คลายคดียิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยคืบหน้าไปได้ ว่ากรณีนี้มีข่าวออกมาค่อนข้างสับสน ขอชี้แจงว่า ไม่สามารถที่จะบริหารราชการตามกระแสข่าวที่ไม่ชัดเจนได้ และจำเป็นต้องทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎเกณฑ์ กติกา ระเบียบ กฎหมาย ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองจะวุ่นวาย อย่างกรณีที่มีการร้องเรียนเรื่องการใช้งบประมาณในการปฏิบัติงานของ ผบ.ตร.นั้น ต้องดำเนินการตามระเบียบ กฎเกณฑ์ กติกา คือต้องตรวจสอบทุกอย่าง ซึ่งได้ทำไปแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการ เมื่อมีผลสรุปออกมาอย่างไรก็จะดำเนินการตามที่ตนเห็นว่าเป็นความถูกต้องต่อไป

 นายสุเทพกล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีสื่อมวลชนพยายามสอบถามเรื่องการปลด ผบ.ตร. ซึ่งเป็นเรื่องที่สับสนวุ่นวาย ขอชี้แจงว่า นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ให้ไปดูแลแก้ปัญหากรณีที่มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการสืบสวนสอบสวนคดีลอบยิงนายสนธิ เกิดอุปสรรคในการทำงาน ตนได้รับบัญชาจากนายกฯ แล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา คือสั่งการให้ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการทำคดีนี้ได้รายงานลับตรงมาที่ตนว่ามีปัญหาอุปสรรคอย่างไร และใครเป็นตัวปัญหา เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาได้ คาดว่าจะได้รับรายงานก่อนเที่ยงวันนี้ (24 ก.ค.) และจะได้ประเมินประมวล ตัดสินใจว่าควรจะใช้วิธีการทางการบริหารอย่างไรในการแก้ไขปัญหานี้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ต.อ.พัชรวาท กับพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. มีปัญหาอะไรกัน นายสุเทพกล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะเข้ามาทำงานทีหลัง ตนเข้ามาทำหน้าที่คนหนึ่งก็เป็น ผบ.ตร.อยู่แล้ว คนหนึ่งก็เป็นรอง ผบ.ตร.อยู่แล้ว ก็ไม่ได้ติดใจว่ามีปัญหาอะไร และไม่ได้ใส่ใจ ไม่คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวอะไรกันทั้งสิ้น ต้องดูเนื้อหาของงานเป็นหลัก เอาประโยชน์ของงานเป็นสำคัญ ขอให้อดใจก่อน ให้ได้รับรายงานก่อนแล้วจะแจ้งให้ทราบ

 "ทั้งหมดนี้ต้องเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ผมเป็นรองนายกฯ ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ทุกอย่าง เพราะมีระเบียบข้อกฎหมายอยู่ว่าผมต้องปฏิบัติให้ถูกต้องอย่างไร ผมพิจารณาให้เรียบร้อยและจะได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบต่อไป" นายสุเทพกล่าว

 ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อเวลา 12.10 น. วันเดียวกัน ถึงเรื่องที่มีข่าวจะปลด พล.ต.อ.พัชรวาท ว่ายังไม่ได้รับนายงานจากนายสุเทพ ในฐานะได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คาดว่าจะมีรายงานเข้ามาช่วงบ่าย  

 "ส่วนตัวแล้วต้องการให้คดีเดินหน้าได้ และเรื่องนี้ต้องคุยกันและยังไม่ทราบว่าคุณสุเทพมีความเห็นอย่างไร ตอนนี้สิ่งที่ได้ทำไปนั้นคือเมื่อได้รับทราบปัญหาอุปสรรค ก็จะขอให้คุณสุเทพไปดูข้อเท็จจริงต่างๆ และกลับมารายงาน เพราะไม่อยากให้คดีนี้เดินช้าเกินไป และเคยคุยกับพล.ต.อ.ธานี ไว้ก่อนแล้ว"

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หากนายสุเทพตัดสินใจอย่างไร ก็จะทำตามนั้นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ไม่ครับ ผมมีหน้าที่พิจารณาด้วยตัวเอง เมื่อนายสุเทพตรวจสอบมาแล้วมีความเห็นว่าเป็นอย่างไร ผมจะนำข้อมูลที่ผมมีอยู่มาประกอบการตัดสินใจ" 

 เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าการตัดสินใจเรื่องนี้อยู่ที่นายกฯ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “แน่นอนสิครับ”

 อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวต่อด้วยว่า กระแสข่าวมันเหมือนข่าวลือหรือเปล่า บอกแล้วว่าอย่าไปฟัง รอเรื่องที่ตนกำลังจะหารือกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้วจะดำเนินการต่อไปก่อนดีกว่า  

 ผู้สื่อข่าวซักต่อว่า ถ้ามีการปลด พล.ต.อ.พัชรวาท ก็เท่ากับว่าลูกน้องเสนอปลดหัวหน้าได้ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่มีใครเสนอปลดใคร ใครมีหน้าที่ก็ขอให้ทำหน้าที่ของตัวเอง รอง ผบ.ตร.มีหน้าที่ทำคดีนี้ให้เสร็จ เมื่อมีอุปสรรคก็มารายงานตน และไม่ได้เสนออะไรทั้งสิ้น

 เมื่อถามว่าในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหลายกลุ่ม เป็นไปได้หรือไม่ที่กลุ่มที่ไม่ชอบ ผบ.ตร.อาจเสนอข้อมูลนี้ออกมา นายกฯ กล่าวว่าเป็นไปได้ จึงบอกว่าการพิจารณาต่างๆ ต้องชัดเจนและรัดกุม รวมทั้งรวดเร็ว

 "ต้องฟังทุกฝ่าย จะไปสรุปจากคนใดคนหนึ่งไม่ได้ ผมต้องไปตรวจสอบข้อมูลด้านต่างๆ แม้กระทั่งรายงานของนายสุเทพ ผมต้องแลกเปลี่ยนกับนายสุเทพ ว่าสิ่งที่ตรวจสอบมานั้นจุดใดตรงกัน จุดใดไม่ตรงกัน ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายเพื่อเดินหน้าให้งานสำเร็จ ตรงนั้นคือเป้าหมาย" นายอภิสิทธิ์กล่าว

 ส่วนที่มีการห่วงใยว่านายกฯ ฟังข้อมูลจากพล.ต.อ.ธานี ส่วนนายสุเทพฟังข้อมูลจาก พล.ต.อ.พัชรวาท อาจทำให้เกิดความขัดแย้งกันขึ้นระหว่างนายกฯ กับนายสุเทพ นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่มีอะไรขัดแย้ง และนายสุเทพก็ยืนยันกับว่าไม่ได้ปกป้องใคร

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ พล.ต.อ.พัชรวาท เป็นน้องชายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม จะเป็นอุปสรรคในการตัดสินใจหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า "ไม่เป็นครับ"

 กระนั้น นายอภิสิทธิ์ยอมรับว่า การทำงานของพล.ต.อ.พัชรวาท ในส่วนที่ทำงานกับนายอภิสิทธิ์ ไม่มีปัญหาอะไร แต่งานหลายอย่างอาจไม่สัมฤทธิผลตามที่คาดหมายไว้ แต่ก็ถือเป็นเรื่องปกติเพราะมีอุปสรรค เช่น เหตุหการณ์เดือนเมษายนนั้นชัดเจน

 ส่วนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตมีส่วนในการพิจารณาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าเรื่องนี้ได้ส่งให้นายสุเทพแล้ว และอยู่ระหว่างการรอรับรายงานกลับมา

 เมื่อถามว่า เรื่องนี้เหตุใดจึงใช้เวลา 6 เดือนในการสอบสวน นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะเรื่องนี้มีปัญหาด้านเอกสารเล็กน้อยและก็มีการยื่นเรื่องนี้มาอีกครั้งโดยจำไม่ได้ว่าอยู่ในเดือนใด แต่เร่งรัดไป 2ครั้งแล้ว  

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้นเมื่อเวลา 11.30 น. ระหว่างที่นายอภิสิทธิ์เดินทางไปบันทึกเทปโทรทัศน์อาเศียรวาทถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 พล.ต.อ.พัชรวาทได้เข้าไปหารือด้วย โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ของสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 พยายามกันสื่อมวลชนไม่ให้เข้าไปในสถานี

 ต่อมาเมื่อเวลา 15.20 น. พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. เดินทางเข้าพบกับนายสุเทพ ที่ห้องทำงาน บริเวณชั้น 5 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อส่งเอกสารรายงานความคืบหน้า และอุปสรรคปัญหาในการสืบสวนสอบสวน คดีลอบยิงนายสนธิ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นายกฯ ไปเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการป้องกันแก้ไขปัญหาเอดส์ ครั้งที่ 1 อยู่ที่ห้องประชุมชั้น 5 ตึกบัญชาการ 1 เช่นเดียวกัน จนกระทั่งเวลา 15.25 น. พล.ต.อ.ธานีลงมาจากตึกบัญชาการ 1 โดยกลุ่มผู้สื่อข่าวจำนวนมากที่มาดักรอสัมภาษณ์อยู่บริเวณด้านหน้าอาคาร ได้พยายามสอบถามถึงความคืบหน้าต่างๆ เกี่ยวกับคดี และรายละเอียดที่มีการพูดคุยหารือกับนายสุเทพ แต่พล.ต.อ.ธานี กลับมีสีหน้าที่เรียบเฉย และไม่ยอมตอบคำถามผู้สื่อข่าวแม้แต่คำถามเดียว โดยพยายามเดินฝ่ากลุ่มผู้สื่อข่าวเพื่อขึ้นรถเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลทันที  

 อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ประจำตึกบัญชาการ 1 ว่า พล.ต.อ.ธานี ได้เข้าพบและยื่นเอกสารให้แก่นายสุเทพด้วยตัวเอง

 นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวจากกองทัพว่า ผู้บังคับบัญชาการเหล่าทัพต่างๆ ได้หารือกันในเรื่องนี้ โดยทั้งหมดไม่เห็นด้วยหากมีการปลด พล.ต.อ.พัชรวาท ออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพราะเห็นว่า พล.ต.อ.พัชรวาท จะอยู่ในตำแหน่งอีกแค่ 2 เดือนกว่าก็จะเกษียณอายุราชการแล้ว และในเดือนสิงหาคมก็มีทำโผโยกย้ายแล้ว ถึงแม้ว่าใครจะเข้าบริหารในช่วงนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ ควรปล่อยให้เป็นตามทำวาระ

 ต่อมาเมื่อเวลา 17.15 น. นายสุเทพให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลอีกครั้งหนึ่งว่า วันนี้ (24 ก.ค)  ได้รับรายงานจาก 4 คน คือ พล.ต.อ.พัชรวาท พล.ต.อ.ธานี พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร. และพล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. ที่มีส่วนรับผิดชอบกับคดีดังกล่าว ซึ่งคงไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้ในขณะนี้เพราะเป็นรายงานลับ แต่ได้ถ่ายสำเนาเก็บไว้ เพื่อจัดทำเป็นบันทึกประกอบการรายงานต่อนายกฯ ว่าได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างไรบ้าง

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังได้รับรายงานจากทั้ง 4 คนแล้ว ได้ตัดสินใจว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร นายสุเทพกล่าวว่า ตัดสินใจว่าจะทำงานให้สอดคล้องกับระเบียบ ข้อบังคับ ที่สามารถปฏิบัติได้ ก่อนสรุปรวมให้นายกฯ รับทราบ ซึ่งนายกฯ มีสิทธิใช้อำนาจในการพิจารณาตัดสินใจปัญหาต่างๆ ได้ทุกอย่าง ตนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา มีหน้าที่เสนอให้ทราบ ซึ่งเท่าที่ดูรายงานก็พบว่า คดีก็เดินหน้าไปได้อยู่แล้ว

 ส่วนเรื่องอุปสรรคในคดีนั้น นายสุเทพกล่าวว่า ยังไม่ชัดเจน และเมื่อซักต่อว่าขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอะไรใช่หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ในขณะนี้ใช่ บางอย่างในรายงานนั้นมันไม่ได้เป็นผลกับประชาชน แต่เป็นเรื่องของการปฏิบัติราชการ

 เมื่อถามย้ำว่า หมายความว่า ผบ.ตร.จะยังอยู่ในตำแหน่งได้อย่างสบายใจใช่หรือไม่ นายสุเทพกล่าวพร้อมหัวเราะว่า “ต้องไปถามท่าน ถ้ามาถามผมว่าท่านสบายใจหรือไม่สบายใจ ผมคงตอบแทนไม่ได้ เพราะทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเอง”

 ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า การตัดสินใจส่วนตัวของนายสุเทพจะมีผลกระทบต่อตำแหน่งของ ผบ.ตร.หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า “ไม่มั้ง ผมปลดไม่ได้อยู่แล้ว เพราะไม่มีอำนาจหน้าที่ปลดใครได้สักคน”

 ส่วนที่ว่าการดำเนินคดียิงนายสนธิ เจอตอนั้น รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้ว่าตออยู่ที่ไหน เพราะไม่มีอยู่ในรายงาน เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลใช่หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า  “ไม่มี ในรายงานที่ พล.ต.อ.ธานีส่งมาให้ผม ไม่ได้ระบุเรื่องตัวบุคคล”

 ผู้สื่อข่าวยังถามต่อว่า หากนายกฯ คิดในทางที่แตกต่างจะดำเนินการอย่างไร นายสุเทพกล่าวว่า “ผมไม่คิดอะไร ผมเป็นรองนายกฯ ก็ต้องยอมรับ”

 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องนี้ เพราะไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องคดีต้องว่ากันไปตามกฎหมาย เพราะมีเจ้าหน้าที่ดูแลกันอยู่แล้ว ต้องว่ากันไปตามขั้นตอน

 ส่วนที่ถูกโยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วยนั้น รมว.กลาโหมกล่าวว่า ต้องว่าไปตามกฎหมาย เพราะเรามีกฎหมายบ้านเมือง ไม่อยากพูดอะไร ทุกอย่างต้องเดินไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

 "ถ้าเป็นไปตามกฎหมายก็ไม่มีปัญหาอะไร ผมยังไม่ได้มีการพูดคุยหรือได้เจอกับ พล.ต.อ.พัชวาท เลย" พล.อ.ประวิตรกล่าวและว่า ในเรื่องที่มีผู้ต้องหาเป็นทหารนั้น รมว.กลาโหมกล่าวว่า เป็นเรื่องของกองทัพบกที่จะดูแล