ข่าว

ความท้าทายไทยยกมาตรฐานการบิน

ความท้าทายไทยยกมาตรฐานการบิน

04 ธ.ค. 2558

ความท้าทายไทยยกมาตรฐานการบิน

           ในห้วงเวลาที่ผ่านมา วงการบินในประเทศไทย เกิดข่าวร้ายอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ ที่รัฐบาลเกาหลีใต้และญี่ปุ่น สั่งห้ามไทยเพิ่มเที่ยวบินเข้าประเทศของพวกเขา อีก 1 เดือนต่อมา องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ไอเคโอ ปักธงแดงเรื่องความปลอดภัยให้แก่ประเทศไทย แม้กระทั่ง หน่วยงานที่ดูแลด้านความปลอดภัยการบินของสหรัฐ หรือ เอฟเอเอ ลดระดับมาตรฐานของประเทศไทย

           ล่าสุดยังต้องจับตา วันที่ 10 ธันวาคม ที่จะถึงนี้ เรากำลังลุ้นว่า สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหภาพยุโรป หรือเอียซ่า (EASA) จะประกาศลดระดับมาตรฐานความปลอดภัยของไทยหรือไม่ ซึ่งก็ต้องเตรียมใจกันต่อไป

           “สนอง มิ่งเจริญ” กัปตันของสายการบินไทย และนายกสมาคมนักบินไทย ได้พูดคุยกับ “เทพชัย หย่อง” ผู้ดำเนินรายการ “ชั่วโมงที่ 26” ทางสถานีโทรทัศน์ดิจิทัล ช่องNOW/26 ถึงเรื่องความปลอดภัยด้านการบินของประเทศ ซึ่งไม่ใช่เรื่องเฉพาะที่รัฐจะต้องรับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว นักบิน และผู้โดยสารทุกคน ต่างให้ความสนใจเช่นกัน เพราะนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัว

           “ช่วงนี้ผู้โดยสารคงสงสัยกันว่า เครื่องบินที่ใช้บริการอยู่ทุกวันนี้ ปลอดภัยอยู่หรือไม่ และคำตอบของกัปตันจะอธิบายว่าอย่างไร” คำถามจาก เทพชัย

           “การประกอบอาชีพ “นักบิน” สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่อง “ความปลอดภัย” เราไม่ทำให้ไม่ปลอดภัยแน่นอน เพราะเราก็อยู่บนเครื่องบินด้วย” คำตอบจาก กัปตันสนอง และว่า แม้ว่าไอเคโอ หรือเอฟเอเอ จะปักธงแดงเรื่องความปลอดภัยจนทุกคนในประเทศต้องกลับมาตั้งคำถามว่า การบินในประเทศไทยปลอดภัยจริงหรือไม่ แต่ถ้าดูสถิติอุบัติเหตุด้านการบินในประเทศไทย ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จะพบว่าไม่เคยเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงใดๆ ไม่มีการสูญเสียชีวิตผู้โดยสาร ขณะที่เพื่อนบ้านเรา มีข่าวเครื่องบินประสบอุบัติเหตุ มีผู้เสียชีวิต

           เราต้องแยกประเด็นกันว่า หน่วยงานดังกล่าว เขาเข้ามาตรวจสอบการบริหารงาน ขณะที่ด้านความปลอดภัยก็น่าจะเป็นที่ประจักษ์ชัดกันอยู่แล้ว ฉะนั้นตอนนี้ปัญหาของเราอยู่ที่กลไกกำกับดูแล ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่ามีปัญหา

           สิ่งที่ถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ ก็คือการปล่อยให้มีการอนุญาตให้สายการบินเกิดขึ้นใหม่ได้อย่างรวดเร็วเป็น 28 สายการบิน ในช่วงเวลาเพียงปีกว่าๆ รวมถึง ประเด็นบุคลากรที่มีอยู่ในการดูแลมาตรฐานความปลอดภัย ไม่เพียงพอ ทั้งปริมาณและคุณภาพ รวมถึงโอกาสที่หน่วยงานรัฐจะเข้ามาดูแลปัญหานี้อย่างจริงจัง ซึ่งอยู่ในรูปแบบของนโยบายและเงินงบประมาณต่างๆ

           สำหรับผลการประกาศมาตรฐานความปลอดภัย ของเอียซ่า ในวันที่ 10 ธันวาคม ซึ่งหลายฝ่ายทำใจไว้ล่วงหน้าแล้ว เนื่องจากคาดว่า มาตรฐานของยุโรป จะไม่แตกต่างกับมาตรฐานของสหรัฐ ซึ่งกัปตันสนองกล่าวอย่างมีความหวังว่า "เนื่องจากทั้ง 2 หน่วยงาน ใช้มาตรฐานเดียวกับไอเคโอ ฉะนั้น ปัญหาต่างๆ ส่วนหนึ่งได้รับการแก้ไขแล้ว ก่อนเอียซ่าจะเข้ามาตรวจสอบ ส่วนจะพึงพอใจหรือไม่ ก็ต้องวันที่ 10 ธันวาคมนี้ถึงจะรู้”

           ทั้งนี้ การตรวจสอบของหน่วยงานเหล่านี้ ไม่ได้มีแค่การตรวจภายในประเทศเท่านั้น แต่เวลาที่เครื่องไทยบินไปยุโรป ประเทศต่างๆ จะมีหน่วยงานที่จะสุ่มตรวจมาตรฐานต่างๆ บนเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นความเรียบร้อยของเครื่องบิน อุปกรณ์ฉุกเฉินต่างๆ ครบถ้วนหรือไม่ นักบินมีใบอนุญาตหรือไม่ ผ่านการฝึกมาอย่างไร แม้กระทั่ง นักบินที่สายตาสั้นจะต้องมีแว่นตาสำรอง ซึ่งการบินไทยมั่นใจว่าผ่านแน่นอน และสถิติที่เข้าเก็บจากสายการบินไทย เขายอมรับว่าอยู่ในอันดับที่สูงด้วย ส่วนกระบวนการตรวจสอบเครื่องบินที่เข้ามาในประเทศไทยไม่มีการสุ่มตรวจ

           กัปตันสนอง ระบุด้วยว่า ธุรกิจการบินนั้น ผู้กำกับดูแลมีส่วนสำคัญจริง แต่ส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือตัวสายการบินเอง เพราะสายการบินขายบริการและความปลอดภัย หากสายการบินใดบริการดีแต่เครื่องตกปีเว้นปี ผู้โดยสารก็ไม่ขึ้น โดยเฉพาะในการฝึกบิน ซึ่งจะมีวิชานิรภัยการบิน ซึ่งในส่วนของลูกเรือจะมีวงรอบการอยู่เป็นประจำทุกปี เช่น การพาผู้โดยสารออกจากเครื่องบินในภาวะวิกฤติ อุปกรณ์ฉุกเฉิน อุปกรณ์เพื่อการกู้ชีพ ใช้งานอย่างไรในแต่ละรุ่น

           ส่วนนักบินจะมีวงรอบที่มากขึ้นไปอีกขั้น เป็นทุก 6 เดือน และต้องเข้าเครื่องฝึกบินจำลอง เพื่อฝึกบินรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายรูปแบบต่างๆ เช่น พายุแรง เกิดไฟไหม้บนเครื่อง ระบบไม่ทำงาน ซึ่งระเบียบต่างๆ เหล่านี้ มีอยู่ในทุกสายการบินแน่ ซึ่งต้องมีหน่วยงานเข้าไปกำกับดูแลจริงจัง

           สำหรับในเดือนสิงหาคม 2559 หรืออีก 8 เดือนข้างหน้า จะมีการประกาศอันดับมาตรฐานการบิน ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าหน่วยงานที่เข้ามาแก้ไขปัญหาไม่มีความจริงจัง หรือไม่สามารถรวบรวมผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบินให้มาทำงานร่วมกันได้ และไม่มีความเสียสละ เพราะเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

           กัปตันสนอง กล่าวทิ้งท้ายว่า ในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการบิน หลายปีที่ผ่านมาเราสามารถรักษามาตรฐานได้เป็นอย่างดี ซึ่งประชาชนยังเลือกการเดินทางทางอากาศมาเป็นอันดับ 1 ด้วยความสะดวก สบาย รวดเร็ว และสามารถเข้าถึงได้ง่ายในปัจจุบัน ขอให้ทุกคนมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยในการเดินทาง