
รัสเซียเตือน!ไอเอส10คนดอดเข้าไทย
ข่าวกรองรัสเซียเตือนสมาชิกไอเอส 10 คน เดินทางเข้าไทย อยู่ในพัทยา ภูเก็ต กทม. สันติบาลสั่งหาข่าว
3ธ.ค.2558 ความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้ายไอเอส หน่วยข่าวกรองของรัสเซียได้แจ้งเตือนมายังไทยว่า ขณะนี้มีกลุ่มไอเอส 10 คนเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งต่อมามีรายงานข่าวจากตำรวจว่า พล.ต.ต.สราวุฒิ การพานิช รอง ผบช. ปฏิบัติราชการ ผบช.ส. ได้ลงนามในหนังสือคำสั่ง เลขที่ 0028.122/137 ลับมาก ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 เรื่อง ติดตามพฤติการณ์ชาวต่างชาติ
หนังสือดังกล่าวระบุว่า ด้วยหน่วยต่อต้านข่าวกรองของรัสเซีย หรือเอฟเอสบี ประสานผ่านสภาความมั่นคงแห่งชาติแจ้งเตือนความเป็นไปได้ในการก่อเหตุร้ายของกลุ่มไอเอส ต่อผลประโยชน์ของรัสเซียในประเทศไทย โดยระบุว่ามีชาวซีเรีย 10 รายที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังรัฐอิสลาม หรือไอเอส เดินทางเข้าไทยแล้วระหว่างวันที่ 15-31 ตุลาคม 2558 และได้แยกเดินทางไปพัทยา 4 คน ภูเก็ต 2 คน กรุงเทพฯ 2 คน และอีก 2 คนไม่ทราบว่าอยู่ที่ใดและยังไม่ทราบชื่อ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อก่อเหตุร้ายต่อผลประโยชน์ของรัสเซียและกลุ่มพันธมิตรในไทย จึงให้พิจารณาดำเนินการ ดังนี้
1.สืบสวนติดตาม พิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงจากข่าวสารดังกล่าว 2.เพิ่มความเข้มในการสืบสวนติดตามสถานที่เป้าหมายจากฝ่ายรัสเซียที่มีความกังวลว่าจะเกิดเหตุร้าย รวมถึงสถานที่ของประเทศพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนการโจมตีกลุ่มไอเอสในซีเรีย เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี เบลเยียม สวีเดน และออสเตรเลีย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์เลวร้ายในไทยโดยเด็ดขาด
3.บก.ส.1-2 เร่งพิสูจน์ทราบข่าวสารกลุ่มบุคคลชาวซีเรียที่เดินทางเข้าไทยทั้ง 10 ราย 4.ปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน กล่าวคือ สถานที่สำคัญ แหล่งพักอาศัย แหล่งท่องเที่ยวของชาวต่างชาติทั้งหมด โดยเน้นดำเนินการกลุ่มประเทศคู่กรณีที่มีความขัดแย้ง ระหว่างฝ่ายพันธมิตรที่ร่วมโจมตีกลุ่มไอเอส กับกลุ่มเครือข่ายไอเอสเป็นอันดับแรกก่อน 5.บก.ส.3 เพิ่มความเข้มในการรักษาความปลอดภัยสถานที่และบุคคล 6.ให้รายงานผลการปฏิบัติตามสายการบังคับบัญชาทราบทุกสัปดาห์ (วันพุธ) โดยให้รายงานครั้งแรกในวันพุธที่ 2 ธันวาคม 2558
รายงานจากแหล่งข่าวเพิ่มเติมว่า หนังสือดังกล่าวถูกส่งมาจากสถานทูตรัสเซียจริง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่มีการตรวจสอบแล้ว ยังไม่พบเบาะแสอย่างที่เป็นข่าว จึงไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก อีกทั้งหนังสือดังกล่าวเป็นการแจ้งเตือนการก่อเหตุที่ไม่ระบุชื่อที่มาที่ไป จึงยากต่อการตรวจสอบ อย่างไรก็ตามเพื่อความสบายใจ ต้องตรวจสอบเรื่องนี้กับหน่วยงานความมั่นคงต่อไป



