
บิ๊กตู่ห่วงต้านทูตมะกันหวั่นกระทบสัมพันธ์
บิ๊กตู่ห่วงต้านทูตมะกันหวั่นกระทบสัมพันธ์ พร้อมส่งคนแจงหากกลิน เดวีส์ยังไม่เข้าใจ ต้นต่อขัดแย้งในไทย พาคณะทูตเปิดตลาดคลองผดุงฯข้างทำเนียบฯ
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.58 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความห่วงใยต่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของคนไทยที่มีต่อท่าทีการแสดงออกของนายกลิน เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย หลังจากมีการเผยแพร่ภาพถ่ายของนายกลิน เดวีส์ ร่วมกับแกนนำ นปช. โดยเฉพาะภาพร่วมกับนายแพทย์เหวง โตจิรากร แกนนำ นปช.
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลโดยกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงทำความเข้าใจสถานการณ์ภายในของไทย และแนวทางการบริหารประเทศให้แก่มิตรประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำเสมอว่ารัฐบาลทำทุกอย่างเพื่อความสุขสงบของสังคมไทย โดยใช้อำนาจอย่างรัดกุมที่สุด และใช้อำนาจเพียงเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ไม่เคยใช้เพื่อทำร้ายหรือรังแกใคร ซึ่งเกือบทุกประเทศล้วนเข้าใจและให้การสนับสนุนแนวทางของรัฐบาลไทยมาโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม ในทุกครั้งที่องค์กรระหว่างประเทศ หรือมิตรประเทศแสดงความห่วงในต่อสถานการณ์ในประเทศไทย หากเป็นการแสดงความเป็นห่วงใยบนหลักการสากลโดยสุจริตเที่ยงธรรม รัฐบาลไทยก็จะน้อมรับความเห็นเหล่านั้นทุกครั้ง แต่หากเป็นการแสดงความเห็นหรือท่าทีที่มิได้วางอยู่บนหลักการที่เป็นกลางอย่างแท้จริงหรือโน้มเอียงไปยังฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งด้วยอคติส่วนตัว หรือจากความไม่รู้ ย่อมนำความไม่สบายใจมาสู่คนไทย และอาจสั่นคลอนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีมาอย่างยาวนาน ซึ่งนายกฯ ไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นไม่ว่ากับประเทศใด
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า คนไทยทราบดีว่าที่ผ่านมาความวุ่นวายในประเทศมีต้นตอมาจากคนกลุ่มใด แต่อาจเป็นเรื่องใหม่ ความรู้ใหม่ของทูตคนดังกล่าว ดังนั้น หากมีความประสงค์จะรับทราบเรื่องราวใดๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย รัฐบาลจะให้เจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้อธิบายชี้แจงจนครบถ้วนในทุกมิติ โดยไม่ควรที่จะใช้วิธีเสาะแสวงหาข้อมูลเองโดยปราศจากความเข้าใจเรื่องราวของประเทศไทยที่ถูกต้อง เพราะอาจถูกชี้นำโดยกลุ่มคนที่มีจุดประสงค์เคลือบแฝงได้
นายกฯพาคณะทูตเปิดตลาดคลองผดุงฯข้างทำเนียบฯ
ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานเปิดงาน ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม “ของที่ระลึกแด่พ่อ ของขวัญปีใหม่” โดยมีคณะรัฐมนตรีบางส่วน ผู้แทนจากบริษัทเอกชน เอกอัคราชทูตจากหลายประเทศร่วมงาน โดยตลาดดังกล่าวจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 1 - 24 ธ.ค. 58 ที่มีกระทรวงพาณิชย์เป็นเจ้าภาพหลัก
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งในการเปิดงานว่า ขณะนี้ประเทศต้องปรับแก้หลายอย่าง ไม่สามารถเดินหน้าคนเดียวได้ ต้องเดินไปด้วยกันทุกประเทศเป็นเพื่อนกันทั้งหมด เพื่อนก็คือเพื่อน เป็นเพื่อนวันเดียวก็ถือว่าเป็นไปตลอดชาติ และการร่วมมือกันนั้นต้องอยู่บนความเชื่อใจและผลประโยชน์ระหว่างกันอย่างเท่าเทียม รวมถึงต้องหาวิธีพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่ไปกับการเพิ่มรายได้ของประชาชน เพื่อให้เขามีโอกาสซื้อของที่มีคุณภาพมาใช้ เพราะหากผลิตของดีแต่มีราคาแพง อาจไม่มีคนซื้อและบริษัทอาจล้มละลาย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ในวันนี้ทุกคนในประเทศเป็นพระเอกทั้งหมด ผู้ร้ายอยู่ไหนไม่รู้ เพราะเราต้องเดินไปด้วยกันเป็นประชารัฐ ทุกภาคส่วนต้องมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน ทั้ง รัฐบาล ภาคเอกชน ส่วนราชการ ประชาสังคม เอ็นจีโอ และประชาชน ต้องขับเคลื่อนไปให้ได้ หากช้ากว่านี้จะมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสิ่งใดก็ตามที่ขัดขวางการเดินหน้าของเศรษฐกิจ ถือว่าเป็นอันตรายทั้งหมด
“ใครที่เอาประเทศไปพูดในทางไม่ดีก็อย่าไปฟัง วันนี้ปัญหามีมากมาย บางอย่างก็ต้องแก้กฎหมายก่อน และขอให้ปีหน้าเป็นปีแห่งอนาคต เราจะเดินไปด้วยหัน แต่ต้องได้รับความร่วมมือจากต่างประเทศ หากเราเข้มแข็ง เพื่อนบ้านก็จะเข้มแข็ง สังคมโลกก็เข้มแข็ง แต่ขณะนี้เราทุกคนมีหน้าที่ต้องดูแลทรัพยากร ธรรมชาติ ทั้งน้ำ ป่าไม้ และอากาศ ทางรัฐบาลเองกำลังเดินหน้าคืนความสุข แต่ไม่ใช่เพียงแต่ของประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการทำตามสัญญากับมิตรประเทศ วันนี้เราแก้ปัญหาเป็นร้อย พ่วงมาอีกห้าร้อย หากทุกคนไม่ร่วมมือกันก็ไม่สามารถทำได้ จึงขอฝากให้ท่านทูตช่วยดูแลปัญหาเรื่อง ผลประกาศของสำนักงานความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งสหภาพยุโรป (EASA) และการแก้ไขปัญหาการประมงผิดกฎหมาย(IUU) ด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้เดินชมและเลือกซื้อสินค้าตามบูธจำหน่ายสินค้าภายในงาน และเมื่อเสร็จสิ้นได้มีการถ่ายรูปร่วมกันบริเวณหน้างาน ซึ่งขณะถ่ายรูปพลเอกประยุทธ์กล่าวหยอกล้อกับผู้สื่อข่าวว่า คณะทูตก็เพื่อนเราทั้งนั้น และก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์ จะขึ้นรถกลับ ผู้สื่อข่าวได้บอกกับนายกฯว่า ให้นายกฯกลับไปพักได้แล้ว ซึ่งนายกฯได้หันกลับมาตอบกับว่า ตนนอนไม่หลับเพราะคิดถึงพวกเธอ หลับก็ตื่นมา แล้วยังนึกถึงพวกเธอด้วย แต่จำไม่ได้ว่าฝันถึงคนไหน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้พลเอกประยุทธ์ ได้มีการเปลี่ยนรถประจำตำแหน่ง จากเดิมที่ใช้รถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์ เอส600 สีดำ ทะเบียน ญค 1881 กรุงเทพมหานคร มาเป็น รถตู้โฟล์คสวาเกน คาราเวล สีดำ ทะเบียน ฮภ 2923 กรุงเทพมหานคร กันกระสุน ของสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการนำมาใช้แทนรถประจำตำแหน่ง ชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากรถเบนซ์ต้องนำไปตรวจเช็คตามระยะ



