
ศาลทุจริตคอร์รัปชั่นกลไกช่วยสกัดคนโกง
ศาลทุจริตคอร์รัปชั่นกลไกช่วยสกัดคนโกง : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น
การยกร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ยังคงเดินหน้าไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะคลอดร่างแรกให้ทันในเดือนมกราคม ปี 2559
ในส่วนของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) ก็ต้องมีบทบาทในการเสนอแนวคิดให้ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ด้วย เพื่อที่ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะออกมา จะได้มีกลไกใหม่ๆ ที่นำไปสู่การปฏิรูปประเทศได้
“กมธ.วิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เตรียมข้อเสนอในเรื่องการปราบปรามทุจริต ต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยสิ่งที่น่าสนใจก็คือการเสนอให้ตั้งศาลทุจริตและคอร์รัปชั่นเป็นศาลชำนัญพิเศษ ซึ่งมีแนวคิดเพื่อต้องการแบ่งเบาภาระ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในการทำหน้าที่ตรวจสอบและตัดสินคดีทุจริต” พล.อ.นคร สุขประเสริฐ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) และในฐานะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เริ่มสาธยาย
นอกเหนือจากการเสนอให้มี “ศาลทุจริตคอร์รัปชั่น” แล้ว ทางกมธ.ยังได้มีแนวคิดที่จะเสนอให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) แยกออกจากกระทรวงยุติธรรม เป็นหน่วยงานอิสระอีกหน่วยงานหนึ่ง หรือไปอยู่ภายใต้ร่มเงาของ ป.ป.ช. เนื่องจากอาจถูกแทรกแซงทางการเมืองได้ หากยังอยู่ภายใต้กระทรวงยุติธรรม
นอกจากนี้การทุจริตนั้นมีหลายระดับมาก ซึ่งจะต้องมีการระบุอีกว่าหน่วยงานไหนรับหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตแบบไหน เช่น อาจจะกำหนดว่า ป.ป.ช. รับหน้าที่ตรวจสอบกรณีทุจริตที่เกี่ยวกับผู้บริหารระดับสูงและนักการเมือง ส่วน ป.ป.ท.ก็จะรับหน้าที่ตรวจสอบคดีระดับล่างตั้งแต่ตำแหน่งอธิบดีลงมา รวมถึงกรณีที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองท้องถิ่นด้วย โดยจะมีการกำหนดกฎเกณฑ์ที่แน่ชัดอีกที
“ทางด้าน ป.ป.ท.จะส่งสำนวนต่อให้ศาลทุจริตคอร์รัปชั่น ส่วน ป.ป.ช.ก็จะส่งต่อให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองต่อไป ซึ่งกระบวนการวิธีคิดดังนี้ก็จะช่วยแบ่งงานของ ป.ป.ช. ที่ทำอยู่แต่เดิมเป็นหมื่นๆ คดี บางคดีก็หมดอายุความ บางคดีก็ใช้เวลาตัดสินนาน” พล.อ.นคร ชี้แจงการทำงานคร่าวๆ ของ ป.ป.ท. เมื่อแยกตัวเป็นอิสระแล้ว
ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด หากแต่เป็นข้อเสนอที่มีมาตั้งแต่สมัยกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน โดยขณะนั้นศาลยุติธรรมได้ตั้ง “แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ” ขึ้นมา และทางกมธ.ยกร่างฯ เองมีแนวคิดว่าจะยกระดับให้เป็น “ศาลคดีทุจริต” ต่อไป หากประเมินการทำงานของแผนกคดีทุจริตฯ ใน 4 ปีแล้วเห็นว่าดี ซึ่งทางกมธ.ยกร่างฯ เชื่อว่า นี่จะเป็นกลไกที่สำคัญในการปราบปราบการทุจริตคอร์รัปชั่นได้อย่างดีเยี่ยม แต่แนวคิดดังกล่าวก็ต้องเป็นอันพับไป เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับของนายบวรศักดิ์ ไม่ผ่านการลงมติเห็นชอบจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)
จากข้อเสนอดังกล่าวก็ต้องถือว่าเป็นอีกความพยายามที่ สปท.ต้องการให้รัฐธรรมนูญมีกลไกขจัดคอร์รัปชั่นอย่างเข้มแข็ง ส่วนคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) จะเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้หรือไม่ ต้องรอดูอีกที ทั้งนี้ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าปัญหาเรื่องการโกงนั้นถือได้ว่าเป็นมะเร็งร้ายในสังคมมานาน ก็ต้องหวังต่อไปว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ผลดีกว่าเดิม



