
ไฟเขียว!เก็บภาษี'นักบวช'
03 ธ.ค. 2558
สภาเกาหลีใต้ผ่านร่างกฎหมายบังคับผู้นำพระ-บาทหลวงต้องเสียภาษี มีผลต้นปี 61 หลังถกเถียงกันมานานกว่า 40 ปี
3 ธ.ค. 58 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐสภาเกาหลีใต้ลงมติด้วยคะแนน 195 เสียงต่อคัดค้าน 20 เสียง และงดออกเสียง 50 เสียง ผ่านร่างแก้ไขกฎหมายภาษีที่กำหนดให้ผู้นำศาสนา มีหน้าที่ต้องจ่ายภาษีเงินได้นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 เป็นต้นไป
ประเด็นนี้เป็นที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนานราว 4 ทศวรรษ ความพยายามที่จะเก็บภาษีพระและบาทหลวง ต้องล้มพับไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะกระแสต่อต้านจากผู้นำศาสนาทรงอิทธิพลและความวิตกในฝ่ายการเมือง
แม้ว่ากฎหมายใหม่ผ่านแล้ว แต่การยืดเวลากว่าจะมีผลบังคับใช้ในอีกราวสองปี ยังคงสะท้อนความอ่อนไหวในเรื่องนี้อยู่
นายคัง ซอง ฮูน ส.ส.พรรคเซนูรี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล กล่าวว่า จะใช้ช่วงเวลาก่อนกฎหมายมีผล สื่อสารกับกลุ่มศาสนาต่างๆ เพื่อให้การดำเนินนโยบายไม่สะดุด
ทั้งนี้หลังเดือนมกราคม 2561 รายได้ของนักบวชจะอยู่ในหมวดใหม่เป็น “รายได้ทางศาสนา” แทนค่าธรรมเนียมการบริการทางวิชาชีพที่ได้รับการละเว้นภาษี ส่งผลให้ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 40 ล้านวอน (ราว 1.2 ล้านบาท) จะถูกหักภาษี 20% ส่วนผู้มีรายได้ 150 ล้านวอนขึ้นไป จะถูกหักภาษี 80%
ฝ่ายเห็นด้วยอย่าง คิม ไอ เฮ เลขาธิการพันธมิตรชาวคริสเตียนเกาหลีเพื่อการปฏิรูปคริสตจักร กล่าวว่า บาทหลวงที่รับประโยชน์และของขวัญนอกเหนือจากรายได้ประจำ และไม่จ่ายภาษี อาจถูกมองว่าไม่ได้กระทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกหนึ่งของสังคม
ขณะที่สภาคริสเตียนเกาหลี ระบุว่า การหักภาษีเงินได้กับพระ และบาทหลวงยังเร็วเกินไป และจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อสถาบันศาสนาขนาดกลางและเล็ก ซึ่งสถานะการเงินไม่ดีนัก
รายงานระบุว่า บาทหลวงคาทอลิกสมัครใจจ่ายภาษีเงินได้นับตั้งแต่กลางคริสต์ทศวรรษ 1990 แต่ฝ่ายคัดค้านนโยบายใหม่มากที่สุดอยู่ในฟากโปรเตสแตนต์ ซึ่งเชื่อกันว่ามีอิทธิพลทางการเมืองไม่น้อย อย่างไรก็ดี คณะกรรมการโบสถ์ในเกาหลี ซึ่งเป็นโปรเตสแตนต์ ระบุว่า การเก็บภาษีเท่ากับว่ากิจกรรมทางศาสนาคือกิจกรรมเพื่อพาณิชย์ และชี้ว่าบาทหลวงโปรเตสแตนต์ ต่างจากนักบวชนิกายอื่น ที่โดยมากแต่งงานและมีครอบครัว และจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด
เกาหลีใต้มีพระสงฆ์และบาทหลวงราว 3.6 แสนรูป ผลสำรวจสำมะโนประชากรล่าสุดในปี 2548 พบว่า ชาวเกาหลีราว 30% ระบุว่านับถือศาสนาคริสต์ ราว 23% นับถือพุทธ
----------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



