
สองพรานป่ายอมโผล่มอบตัวรับขนซากกระทิง
สั่งสอบต้นสังกัด ด.ต.ปล่อยให้นำรถตำรวจขนซากกระทิง พร้อมระดมล่าอีก 2 พราน มือยิงกระทิงร่วมก๊วนด.ต.ที่ยังหลบหนี สองพรานป่ายอมโผล่มอบตัวซัดทอดด.ต.รับงาน
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.58 จากกรณีที่ตำรวจจับกุมพรานและตำรวจ อ.คอนสาร ลักลอบล่ากระทิง ในเขตเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว เขตรอยต่อด้านทิศเหนือเขื่อนจุฬาภรณ์ อ.คอนสาร และขนซากกระทิงออกมาจากพื้นที่เป็นจำนวนมาก
พ.ต.อ.สุริยา จักรโนวรรณ ผกก.สภ.ห้วยยาง กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทราบชื่อกลุ่มพรานที่หลบหนีทั้ง 2 คนแล้ว ล่าสุดญาติของพรานทั้ง 2 คนได้ติดต่อเพื่อเตรียมขอเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยยาง ส่วนด.ต.ที่ถูกจับกุมได้กลับคำให้การว่าไม่รู้ว่าสิ่งของที่มีการติดต่อให้ไปรับมานั้นเป็นซากกระทิงป่า จึงช่วยบรรทุกให้ชาวบ้าน ถือเป็นสิทธิผู้ต้องหาที่จะปฏิเสธ ขึ้นกับพยานหลักฐาน
ขณะที่พล.ต.ต.พงศ์ฤทธิ์ บุญเลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.ชัยภูมิ กล่าวว่า พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และไม่ต้องการให้มีการใช้อำนาจหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องทางคดีจึงมีคำสั่งให้ออกราชการ ระหว่างรอการผลตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยสั่งการ พ.ต.อ.ยรรยง จันทร์เขียว ผกก.สภ.คอนสาร ผู้บังคับบัญชาของ ด.ต.ได้ชี้แจงข้อเท็จจริง ว่า ปล่อยให้ ด.ต.นำรถตราโล่ใช้ในราชการไปกระทำผิดกฎหมายได้อย่างไร ซึ่งต้องมีผู้รับผิดชอบจากหน่วยงานต้นสังกัดด้วย
นายชูศักดิ์ ตรีสาร ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า ได้สั่งกำชับทุกหน่วยงาน ไม่ให้เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือผู้บุกรุกตัดไม้ทำลายป่า ล่าสัตว์ หากเป็นข้าราชการทำผิดเสียเองต้องมีมาตรการลงโทษทั้งทางวินัย อาญา ที่ต้องรุนแรงกว่าบุคคลธรรมดาสูงกว่าถึง 2 เท่า
สองพรานป่ายอมโผล่มอบตัวซัดทอดด.ต.รับงาน
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 3 ธันวาคม 2558 กลุ่มผู้ต้องหาพรานป่าทั้ง 2 รายที่ยังหลบหนีอยู่ ประกอบด้วยนายสุดใจ ดวงตาปา อายุ 55ปี อยู่บ้านเลขที่128 หมู7 ต.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ได้พากันเดินทางมาที่สภ.ห้วยยางพร้อมด้วยนาย นายสมพร วรานัด อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่123 หมู่8 ต.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ เพื่อขอติดต่อเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.สุริยา จักรโนวรรณ ผกก.สภ.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ
พ.ต.อ.สุริยาเปิดเผยว่า หลังผู้ต้องหาเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยยาง ทั้งหมดแล้ว วันนี้เพิ่มเติมคือนายสมพรซึ่งให้การรับสารภาพว่าในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมาได้ร่วมกับนายสุดใจออกล่าสัตว์หาปลาอยู่ในบริเวณเขื่อนจุฬาภรณ์ จนไปพบเห็นฝูงวัวกระทิงป่าฝูงใหญ่ จำนวน นับ 10 ตัว ลงมาหากินหญ้าอ่อนและกินน้ำอยู่ริมเขื่อนฯอยู่เป็นประจำ จึงได้วางแผนและชวนนายสุดใจ ดวงตาปา ให้ไปช่วยกันกับดักและทำจุดซุ้มยิงอยู่ชายป่าริมน้ำ
หลังจากนั้นพรานทั้งสองได้ช่วยกันถางหญ้าแห้งแล้วเผาหญ้าที่แห้งริมเขื่อนฯเพื่อให้หญ้าแตกยอดอ่อนไว้เป็นอาหารสัตว์ต่างๆที่ลงมากินน้ำได้หยุดกินหญ้าอ่อนที่กำลังแตกใหม่ จนถึงเมื่อเย็นวันที่ 1 ธันวาคม2558ที่ผ่านมา ขณะที่สองพรานป่ากำลังดักซุ่มอยู่ริมน้ำได้พบเห็นฝูงกระทิงจำนวน10ตัวลงมากินหญ้าอ่อนและกินน้ำในยามเย็นเข้าอีกพอดี ด้านนายสมพจึงได้ใช้ปืนลูกซองยาว เบอร์12 ยิงใส่ฝูงวัวกระทิง จนล้มฟุบขาดใจตายได้ 1 ตัว หลังจากนั้นได้ช่วยกันลากวัวกระทิงเคราะห์ร้ายเข้าไปในป่าลึกในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวและช่วยกันชำแหละบรรจุใส่ถุงปุ๋ยที่เตรียมไว้แล้ว ก่อนที่จะโทรศัพท์ไปบอกให้นายทุนค้าสัตว์ป่าหายากในพื้นที่ อ.คอนสารได้จัดส่งคนเข้ามารับเนื้อกระทิงดังกล่าวนำไปขายส่งให้ จนเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2558 พวกตนพรานทั้งสองได้นำถุงบรรจุเนื้อกระทิงบรรทุกเรือ เต็ม 2 ลำ ขับลงมาจากเหนือเขื่อนฯเพื่อนำมาจอดรอส่งให้กับนายดาบตำรวจที่เป็นคนรับงานจากนายทุนมาให้มารับเนื้อกระทิงในจุดบริเวณท่าน้ำริมฝังเพื่อรับนำไปส่งต่อนายทุนอีกทอดให้ แล้วก็ช่วยกันขนซากกระทิงขึ้นรถตราโล่สายตรวจจราจร ของสภ.คอนสาร ที่มีด.ต.เป็นคนขับมารับของให้เองเพื่อเร่งนำขับออกจากพื้นที่ไปยังอำเภอคอนสารเพื่อนำไปส่งให้นายทุนส่งจำหน่ายให้กับร้านอาหารต่างๆต่อไป
จากหลังสอบสวนผู้ต้องหาเพิ่มเติมทั้งสองรายแล้ว จึงได้ส่งตัวให้ ร.ต.อ.วุฒิชัยเยิมสูงเนิน พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ รวบรวมพยานหลักฐานส่งดำเนินคดีต่อไป ซึ่งในเบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวหา รวมกัน ล่าสัตว์ป่าคุ้มครองหวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตและมีซากสัตว์คุ้มครองโดยผิดกฎหมายต่อไป
........................
(หมายเหตุ : ภาพจากเฟซบุ๊กNikorn Chunprom)