ข่าว

'บิ๊กป้อม'ไม่หวั่น'แม้ว'เตือนรุนแรง

'บิ๊กป้อม'ไม่หวั่น'แม้ว'เตือนรุนแรง

02 ธ.ค. 2558

'ประวิตร' ไม่หวั่น 'ทักษิณ' เตือนปี 59 รุนแรง ยัน สัมพันธ์ คสช.มั่นคง 'บิ๊กโด่ง-บิ๊กหมู' ไร้ปัญหา อย่าตกใจ FAA ลดมาตรฐานความปลอดภัยการบินของไทย

 
                      2 ธ.ค. 58  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร อัดคลิปอวยพรวันปีใหม่ พร้อมเรียกร้องประชาธิปไตย ว่า ตนไม่ได้ดู และคืนประชาธิปไตยอยู่แล้ว ส่วนที่อดีตนายกฯ ทักษิณ บอกว่า สถานการณ์ในปีหน้าจะรุนแรงขึ้นนั้น ก็ไม่เป็นไร คสช.ดูแลอยู่แล้ว เราทำงานอย่างเดียว เพื่อวางรากฐานทุกอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ทำงานหนัก เดินทางไปต่างประเทศ พูดให้ต่างประเทศเข้าใจว่า ใครทำอะไรบ้าง ก็ได้ยินได้เห็นอยู่ สิ่งดีๆ ไม่ดู ดูสิ่งไม่ค่อยดี ช่วยกันดูหน่อย
  
 
 
สัมพันธ์ คสช.มั่นคง 'บิ๊กโด่ง-บิ๊กหมู' ไร้ปัญหา
 
 
                      พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีการดูแลรักษาความปลอดภัยในกิจกรรม 'ปั่นเพื่อพ่อ' ว่า เรียบร้อยดี มั่นใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายช่วยกันดูแลเรื่องความปลอดภัย ไม่เรียบร้อยคงไม่ได้ ส่วนกลุ่มการเมืองที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ ตนบอกไปแล้วว่า ไม่ใช่เวลาที่จะมาเคลื่อนไหวตอนนี้ ขอเวลาให้ คสช.และรัฐบาล ได้ทำงาน ถ้ายังมาเคลื่อนไหวอยู่ ก็เหมือนทางไม่เรียบ สะดุดตลอด อย่างนี้ไม่ได้ อยากให้สื่อช่วยตน คสช.และรัฐบาลด้วย เพราะขณะนี้ประเทศกำลังทำงานเพื่อให้เกิดความมั่นคงในอนาคต และถ้ามีความมั่นคงแล้ว ฝ่ายการเมืองก็สู้กันเลย เชิญเลย อยากทำอะไรก็ทำ
 
                      เมื่อถามว่า ความสัมพันธ์ใน คสช.เป็นอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขณะนี้ความสัมพันธ์ใน คสช.มั่นคงดี เป็นปึกแผ่น ความสัมพันธ์ดีกันทุกคน ไม่มีใครโกรธกับใคร ทั้งในส่วนของ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก จะมีได้ไง เขาอยู่กันมาตั้งกี่ปีแล้ว กว่าจะมาถึงอายุ 60 ปี จะมาโกรธอะไรกัน แต่ยอมรับว่าการทำงานก็มีบ้างนิดหน่อย ความคิดเห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่ทุกอย่างก็ต้องเดินตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ต้องชัดเจนทุกเรื่อง ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้ เพราะบ้านเมืองกำลังเดินหน้าไปด้วยดี การแก้ไขปัญหาในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าดี
 
                      เมื่อถามว่า ให้กำลังใจ พล.อ.อุดมเดช อย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ต้องให้กำลังใจ เขารู้ว่าต้องเป็นอย่างไร ท่านตัดสินใจของท่านได้ ท่านทำของท่านเองได้ และมีกำลังใจของท่านเองได้ เพราะท่านทำมาโดยตลอด ไม่เป็นไร เมื่อถามย้ำว่า พล.อ.อุดมเดช กับ ผบ.ทบ.ไม่ได้มีปัญหากันใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนตอบมาหลายครั้งแล้ว จะมีปัญหากันได้อย่างไร ลูกน้องตนทั้งคู่ จะมีได้อย่างไร และเขาก็เป็นเตรียมทหารรุ่นเดียวกัน ยืนยันว่ารักน้องเหมือนกันและเท่ากัน
 
                      เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรี ระบุว่า หาก พล.อ.อุดมเดช ลาออก ไม่กระทบรัฐบาล และ คสช. พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่เป็นไร ทุกอย่าง นายกรัฐมนตรีรู้ดี ท่านตอบอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น ไม่มีอะไร นายกรัฐมนตรีเป็นคนคัดท้ายและถือหางเสืออย่างดี มั่นคง ไม่ต้องห่วง เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างดี
 
 
 
อย่าตกใจ FAA ลดมาตรฐานความปลอดภัยการบินของไทย
 
 
                      พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา หรือ FAA ประกาศลดอันดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินของไทย จากประเภทที่ 1 มาเป็นประเภทที่ 2 เนื่องจากมาตรฐานการบินของไทยไม่เป็นไปตามมาตรฐานขององค์การบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO ว่า เราก็ต้องแก้ไขต่อไป เพราะที่ผ่านมาเรายังแก้ไขปัญหาไม่หมด แต่ก็จะพยายามแก้ปัญหาต่อ ไม่เป็นไร อย่าไปตกใจอะไรมากมาย ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของกระทรวงคมนาคม ทางคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบาย ก็ดูอยู่ว่าตรงไหนที่ต้องแก้ไข เรารู้จุดบกพร่องของตัวเองดีและยอมรับ จึงต้องดำเนินการแก้ไขต่อไป นอกจากนี้ยังต้องแก้ปัญหาและเตรียมความพร้อมในการรับการตรวจสอบของสำนักงานบริหารความปลอดภัยด้านการบินของสหภาพยุโรป (European Aviation Safety Agency : EASA) ซึ่งจะเดินทางเข้ามาตรวจสอบการแก้ไขข้อบกพร่องทางด้านการบินพลเรือนของไทยในเร็ววันนี้ ประมาณ ม.ค.หรือ ก.พ.ปีหน้า คาดว่าผลน่าจะออกมาดี แต่ก็ประมาทมากไม่ได้ ทั้งนี้การแก้ไขปัญหา EASA เราทำครบทุกอย่างแล้ว ตามที่เขาต้องการ อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับทุกๆ เรื่องเราไม่ได้ทำมานาน จึงต้องแก้ไขกันต่อไป ซึ่งต้องใช้เวลา คิดว่าน่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทางรัฐบาลพยายามแก้ไขอยู่
 
                      พล.อ.ประวิตร ยอมรับว่า สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา หรือ FAA ประกาศลดอันดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินของไทยนั้น เราทราบมาก่อนอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เป็นไร จะพยายามแก้ไข โดยมีการตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน (ผบ.ศบปพ.) ที่มี พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธาน ถือว่าตั้งช้าไปพอสมควร เวลาการแก้ไขปัญหาจึงน้อยไปด้วย แต่ยืนยัน เราทำได้ ส่วนการประเมินรอบหน้าจะมีขึ้นเมื่อไหร่นั้น ตนยังไม่ทราบ ต่อจากนี้ตนจะประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ และคงจะทราบว่าต้องดำเนินการต่อ
 
 
 
ตั้งข้อสังเกต 2 ชาวจีน ได้สถานะผู้ลี้ภัย หลังถูกไทยจับกุม ชี้ผิดปกติ
 
 
                      พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีที่มีการวิจารณ์ว่าไทยทราบถึงสถานะผู้ลี้ภัยของ 2 ชาวจีนแล้ว แต่ยังส่งตัวกลับประเทศ ว่า ยืนยันว่าเราไม่รู้ เขาให้สถานะผู้ลี้ภัยกับ 2 ชาวจีน แค่ 2 วัน พอถูกเราจับกุม จากนั้น 2 วัน ก็ให้สถานะผู้ลี้ภัย แต่คนที่อยู่ในคุก 7 - 8 เดือน ไม่เคยให้สถานะผู้ลี้ภัย ยังรออยู่อีกมาก
 
                      "สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรายงานผมมาว่า คนที่ถูกจับมีอีกมากมาย รอให้ได้รับสถานะผู้ลี้ภัย แต่ 2 ชาวจีนถูกจับปุ๊บก็ได้สถานะผู้ลี้ภัย คือไม่เท่านั้น ผิดปกติ และชาวจีน 2 คนดังกล่าวมีปัญหากับรัฐบาลของตัวเอง และทางจีนก็ยืนยันมา ทำให้ประเทศเสียหาย ประเทศไทยเองก็อยากได้คนของตัวเองที่ออกไปข้างนอกเหมือนกัน ขอเท่าไหร่ ไม่ได้คืน มีมากมาย ที่ไปด่าอยู่นอกประเทศ ทำไมไม่ได้คืน อย่างนี้ไม่ใช่สิทธิมนุษยชนเหรอ ใช่หรือไม่ ทำเหมือนกัน" พล.อ.ประวิตร กล่าวและยืนยันว่า ส่วนกรณีปัญหาเรื่องรถไฟจีน ยืนยัน ไม่มีปัญหา แต่ทั้ง 2 ประเทศจะต้องมีความเท่าเทียมกัน เราก็เสียเปรียบไม่ได้ ดูให้เหมาะสมด้วยกันทั้งคู่ ไม่ใช่อยากจะทำก็ทำ ทุกอย่างต้องทำให้ตอบคำถามได้ในทุกๆ เรื่อง ซึ่งยืนยันว่า ทางจีนไม่ได้เลื่อนการพิจารณา แต่ต้องดูความพร้อม เพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากไม่โปร่งใสคงไม่ได้ รัฐบาลชุดนี้ นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำ ขนาดอยู่ต่างประเทศ ยังโทรมาเน้นย้ำว่า โครงการตั้งแต่เล็กไปจนถึงใหญ่ ให้รัฐมนตรีลงไปดูแลโดยเฉพาะเรื่องการใช้วิธีพิเศษ ต้องดูอย่างละเอียด