ข่าว

สกัด'คนโกงทุจริต'

สกัด'คนโกงทุจริต'

02 ธ.ค. 2558

สกัด'คนโกงทุจริต' : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น

           คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ได้เคาะออกมา ในส่วนของลักษณะบุคคลต้องห้ามไม่ให้ลงสมัคร ส.ส. ซึ่งต้องการสกัด “คนโกงทุจริต” ไม่ให้เข้าสู่วงการเมือง

           อาทิ - เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ

           - ต้องหรือเคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

           - ต้องหรือเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่า กระทำการผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงาน ในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือกระทำความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ

           - ต้องหรือเคยต้องคำพิพากษาว่า กระทำการอันทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรม

           เป็นไปตาม “โจทย์” ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญต้องเดินตาม คือ มาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ที่ใช้บังคับอยู่ ซึ่งระบุว่า คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้ครอบคลุม เรื่องดังต่อไปนี้

           ...(4) กลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและตรวจสอบมิให้ผู้เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบหรือเคยกระทำการอันทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างเด็ดขาด

           อีกทั้งเป็นไปตาม “โจทย์” ของ คสช.ที่เคยให้ไว้กับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ โดยโจทย์ในข้อ 10 ระบุว่า ปัญหาการทุจริตต้องได้รับการต่อต้านและขจัดไปจากชาติ โดยผู้กระทำความผิดต้องถูกลงโทษอย่างหนักเฉียบขาด และรุนแรง

           ถามว่า ตรงใจประชาชนหรือไม่

           จากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชนใน “ภาคเหนือ” ของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ พบว่า ประชาชนได้เสนอความเห็น ต่อบทลงโทษ ผู้ที่ทุจริตการเลือกตั้ง ที่หลากหลาย เช่น เมื่อจับทุจริตซื้อเสียง

           ได้ต้องห้ามลงเลือกตั้งตลอดชีวิต, ตัดสิทธิทางการเมืองทุกระดับ, ยึดทรัพย์, เรียกค่าชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทุจริต รวมถึงลงโทษผู้ที่ร่วมกระทำทุจริตด้วย และคดีทุจริตต้องไม่มีอายุความ

           และจากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนใน “ภาคใต้” ของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ประชาชนเสนอว่า ในเรื่องบทลงโทษผู้ทุจริตเลือกตั้งนั้น ต้องตัดสิทธิทางการเมืองผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกระดับตลอดชีวิต ขณะที่ “ผู้ขายเสียง” ต้องมีบทลงโทษเป็นการปรับหลักแสนบาทหรือจำคุกด้วย

           ส่วนผู้จัดการหรือกำกับการเลือกตั้งที่ปล่อยให้มีการทุจริตเลือกตั้ง ต้องกำหนดบทลงโทษที่รุนแรงมากกว่าประชาชน

           นอกจากนั้น ยังเสนอให้แก้ไขกฎหมายให้ประชาชนที่พบเห็นการกระทำที่ทุจริตมีสิทธิยื่นฟ้องเอาผิดตามกฎหมายได้ จากเดิมที่กฎหมายกำหนดให้สิทธิเฉพาะคู่แข่งทางการเมืองเท่านั้น และคดีทุจริตการเลือกตั้ง ต้องไม่กำหนดอายุความ

           และนี่..เป็นเพียงแค่เรื่องคุณสมบัติต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ส. เท่านั้น คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ก็สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนในเรื่องการสกัดการทุจริตได้ในระดับหนึ่งแล้ว