
ป.ป.ช.ยังไม่พบทุจริต'ราชภักดิ์'
01 ธ.ค. 2558
ป.ป.ช.เผยยังไม่พบทุจริต 'อุทยานราชภักดิ์' รอความชัดเจน 3 หน่วยงานตรวจสอบ ชี้ หาก จนท.รัฐ กระทำผิดต้องส่งเรื่องให้ดำเนินการภายใน 30 วัน
1 ธ.ค. 58 เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยถึงมติที่ประชุม ว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มอบหมายสำนักการข่าวของ ป.ป.ช. ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงในการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ จนได้ข้อมูลภาพรวมทั้งหมด แต่ยังไม่พบข้อมูลที่ชัดเจนว่าโครงการดังกล่าวเข้าข่ายการทุจริต อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลจากผู้เสียหายได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกับทางกองบังคับการปราบปราม รวมทั้งกรณีที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจพบว่ามีการใช้งบกลางกว่า 63 ล้านบาท เพื่อใช้ดำเนินการก่อสร้างโครงการดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ สตง.กำลังตรวจสอบว่าการใช้งบประมาณส่วนนี้ถูกต้องหรือไม่ ทั้งยังต้องตรวจสอบงบที่บริจาคให้กับมูลนิธิราชภักดิ์ ซึ่งทางกระทรวงกลาโหมได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ดังนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงเห็นว่า ในเมื่อมี 3 หน่วยงานดังกล่าวกำลังตรวจสอบอยู่ ระหว่างนี้จึงได้มอบหมายสำนักงาน ป.ป.ช.ให้ติดตามและประสานข้อมูลกับ 3 หน่วยงานดังกล่าวว่ามีเหตุอันใดที่ ป.ป.ช.ต้องรับเรื่องนี้มาดำเนินการหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากทั้ง 3 หน่วยงานตรวจพบเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำผิด ก็ต้องส่งเรื่องมาให้ ป.ป.ช.ดำเนินการภายใน 30 วัน
เมื่อถามว่า เหตุใดที่ผ่านมา ป.ป.ช.สามารถตรวจสอบคดีใหญ่ๆ ได้โดยไม่มีผู้ร้อง นายสรรเสริญ กล่าวว่า ต้องปรากฏข้อเท็จจริง และเหตุอันควรสงสัย จึงจะถือเป็นหลักเกณฑ์ที่จะสามารถดำเนินการได้ แต่กรณีนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ยังไม่มีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นเพื่อไต่สวน
เมื่อถามอีกว่า ขณะนี้มีผู้มาร้องเรียนเรื่องดังกล่าวกับ ป.ป.ช.แล้วหรือไม่ นายสรรเสริญ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้มาร้องเรียน ซึ่งหากจะร้องเรียนก็ต้องมีประกอบด้วยหลักเกณฑ์ว่า บุคคลที่ถูกร้องเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และมีพฤติกรรมทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ หรือกระทำการทุจริต และต้องมีหลักฐานในเรื่องที่มาร้องเรียนด้วย จึงจะสามารถนำเรื่องเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้
เมื่อถามต่อว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ออกมายอมรับว่า มีการหักค่าหัวคิวโรงหล่อจริง นายสรรเสริญ กล่าวว่า ต้องดูว่าใครเป็นคนหักค่าหัวคิว เนื่องจากพบว่า บุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นภาคเอกชน ส่วนกรณีกระแสข่าวเบิกงบประมาณจัดซื้อต้นไม้มาปลูกในพื้นที่อุทยานราชภักดิ์แพงเกินจริงนั้น จะต้องตรวจสอบว่างบส่วนนี้เป็นงบบริจาค หรืองบกลาง จึงต้องตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน
จับตาแคนดิเดต ปธ.ป.ป.ช.
รายงานข่าวจาก ป.ป.ช.แจ้งว่า ภายหลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้รับรองกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหม่ จำนวน 5 คน ได้แก่ นายวิทยา อาคมพิทักษ์ , นางสุวณา สุวรรณจูฑะ , นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร , พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ และ พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ และอยู่ระหว่างดำเนินการเรื่องคุณสมบัติเพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎหมายก่อนที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ โดยทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้มีหนังสือประสานงานมายังสำนักงานเลขาธิการ ป.ป.ช. เพื่อเชิญประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน ซึ่งประกอบไปด้วย กรรมการ ป.ป.ช.ชุดเก่า 4 คน ได้แก่ นายปรีชา เลิศกมลมาศ , พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง , นายณรงค์ รัฐอมฤต และ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กับกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหม่ 5 คน ให้มาประชุมเพื่อคัดเลือกประธาน ป.ป.ช.คนใหม่ ในวันที่ 4 ธ.ค.นี้ แต่ปรากฏว่า มีผู้ท้วงติงขึ้นมาว่าการประชุมดังกล่าวอาจขัดต่อกฎหมาย เนื่องจากยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ กรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหม่ทั้ง 5 คนลงมา สำนักงานเลขาธิการ ป.ป.ช.จึงแจ้งไปยังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ให้นำกลับไปตีความข้อกฎหมายก่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง ทำให้ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะยังมีการประชุมในวันที่ 4 ธ.ค.อยู่หรือไม่
ด้านนายสรรเสริญ กล่าวว่า สำหรับตำแหน่งประธาน ป.ป.ช.คนใหม่ ที่จะต้องมีการคัดเลือกกันโดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.จำนวน 9 คน ที่ประกอบด้วยกรรมการ ป.ป.ช.ชุดเก่า 4 คน และกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหม่ 5 คน แต่ขณะนี้เกิดปัญหาว่า หากขั้นตอนการรับรองกรรมการ ป.ป.ช.ใหม่ 5 คน ยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ เพราะยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงมา แล้วจะสามารถเข้าประชุมร่วมกันให้ครบ 9 คน ได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ประสานมายังสำนักงานเลขาธิการ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการเชิญประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน เพื่อให้ดำเนินการคัดเลือกประธาน ป.ป.ช.คนใหม่ แต่ ณ เวลานี้ มีผู้ท้วงติงเกรงว่าจะเกิดปัญหาในข้อกฎหมายขึ้น ทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา จึงได้นำเรื่องกลับไปตีความข้อกฎหมายให้ถูกต้องเสียก่อน เพราะเกรงว่าจะมีปัญหาภายหลัง ทั้งนี้ การเชิญคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน ประชุมในวันที่ 4 ธ.ค.นี้ ยังมีอยู่หรือไม่นั้น ขอให้ไปถามความชัดเจนจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
รายงานข่าวแจ้งว่า การคัดเลือกประธาน ป.ป.ช.คนใหม่ ซึ่งมีวาระดำรงตำแหน่ง 9 ปี หรือจนถึงอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ กำลังเป็นที่จับตาว่าใครจะได้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ระหว่างกรรมการ ป.ป.ช.ชุดเก่า ที่เหลือจำนวน 4 คน กับกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหม่ ที่เพิ่งได้รับการคัดเลือกเข้ามา 5 คน โดยขณะนี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นสองกระแส กระแสหนึ่งเห็นว่าควรจะมาจากคนเก่าอย่างนายนายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช. ที่มีความอาวุโสสูงสุด และเคยเป็นเลขาธิการ ป.ป.ช.มาแล้ว และยังเชี่ยวชาญเรื่องกฎหมาย ป.ป.ช. รวมถึงการบริหารงานภายในสำนักงาน ป.ป.ช. จึงน่าจะเกิดความคล่องตัวมากกว่า ส่วนอีกกระแสหนึ่งมองว่า ประธาน ป.ป.ช.ควรจะมาจากคนใหม่ เนื่องจากยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นยุคแห่งการปฏิรูป จึงมีกระแสข่าวว่า จะผลักดัน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ มาดำรงตำแหน่งดังกล่าว



