
เสียงจากภาคใต้
เสียงจากภาคใต้ : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น
ผ่านพ้นไปแล้วสองเวทีสำหรับการรับฟังความเห็นของประชาชนต่อการร่างรัฐธรรมนูญ โดยเวทีที่สองที่เกิดขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จัดขึ้นที่ โรงแรมลี การ์เดนส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งมีผู้มาเข้าร่วมรับฟังและแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก รวมทั้งคนในพื้นที่ก็มีความกระตือรือร้นต่อการจัดกิจกรรมครั้งนี้
โดยในงานได้แบ่งเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ กลุ่มที่ว่าด้วย “สิทธิ เสรีภาพและหน้าที่ของประชาชนที่พึงปรารถนา” โดยผู้ที่เข้าร่วมได้เสนอให้ประชาชนมีความเข้มแข็ง มีสิทธิ และที่สำคัญคือ มีหน้าที่ปกป้อง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และปกป้องความเป็นธรรม ปกป้องรัฐธรรมนูญและร่วมมือกับรัฐบาลในการปราบปรามการทุจริต
กลุ่มที่ 2 ว่าด้วย “หน้าที่ของรัฐที่พึงปรารถนา” ผู้ที่เข้าร่วมเสนอให้มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่ต้องใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหาร สร้างการเรียนรู้ให้แก่ประชาชน รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนตรวจสอบรัฐได้ผ่านกลไกที่จัดตั้งเป็นองค์กรตรวจสอบภาคประชาชน และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของรัฐผ่านเวทีประชาพิจารณ์งานของรัฐผ่านเวทีประชาพิจารณ์
กลุ่มที่ 3 ว่าด้วย “การได้มาซึ่งตัวแทนที่พึงปรารถนา” ซึ่งประเด็นนี้น่าสนใจว่า คล้ายคลึงกับการรับฟังความเห็นที่ จ.เชียงราย โดยเห็นควรให้สิทธิประชาชนในการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้เลือกตั้งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุกระดับ อาทิ ส.ว., ส.ส., ผู้ว่าราชการจังหวัด นอกจากนี้ในกลุ่มดังกล่าวเสนอให้กำหนดคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.ให้ชัดเจน ให้เปิดเผยประวัติที่มาของผู้สมัคร มีมาตรการในการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของผู้สมัครย้อนหลัง
ที่น่าสนใจคือ มีข้อเสนอให้มีผู้ช่วย ส.ส.จำนวน 3 คน เพื่อช่วยทำงานพื้นที่ และให้ประกาศรายชื่อผู้ช่วย ส.ส.ในการลงสมัครรับเลือกตั้งด้วย
กลุ่มที่ 4 ว่าด้วย “การกระจายอำนาจที่พึงปรารถนา” มีข้อเสนอให้ปรับฐานภาษีในท้องที่ ให้เก็บเข้าท้องถิ่นร้อยละ 70 ขณะที่ร้อยละ 30 ให้ส่งเข้ารัฐบาลส่วนกลาง เสนอให้กำนันมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ส่วนผู้ใหญ่บ้านให้มีวาระทำหน้าที่ 5 ปี
กลุ่มที่ 5 ว่าด้วย “แนวทางการปฏิรูปประเทศที่พึงปรารถนา” มีข้อเสนอให้มีสภาประชาชนที่มีตัวแทนจากคนทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบข้าราชการและนักการเมืองที่ทุจริต รวมถึงมีศาลว่าด้วยคดีทุจริต พร้อมกำหนดกรอบระยะเวลาตรวจสอบ กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุกระดับมีวาระเพียง 2 สมัย เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาททางการเมือง
โดยในหัวข้อนี้มีบางคนเสนอให้กำหนดในรัฐธรรมนูญว่า ต้องให้จัดการปฏิรูปให้แล้วเสร็จก่อน ถึงจะจัดการเลือกตั้งได้
นอกจากนี้ยังมีข้อเสนออืื่นๆ อาทิ ให้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญคืนเงินเดือน ในกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย หรือการให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องปรับองค์กรให้เล็กลงและมีประสิทธิภาพในการทำงาน
รวมถึงกำหนดห้ามฉีกหรือล้มล้างรัฐธรรมนูญอีกแม้การเมืองในสภาจะทะเลาะกันอย่างหนัก
แม้ข้อเสนอหลายๆ เรื่องที่ออกมาจะดูสุดโต่ง หรือยากที่จะยอมรับ แต่ทุกความเห็นย่อมมีประโยชน์เสมอในฐานะคนไทยผู้ควรมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ มิใช่มีหน้าที่เพียงรับมาใช้เท่านั้น
ถึงแม้ว่า ในช่วงเย็น ทหารจะบอกว่าแค่ควบคุมตัวไปเท่านั้นยังไม่แจ้งข้อหา
แต่นั่นก็ทำเอา รัฐบาล และ คสช.ออกอาการ กลืนไม่เข้า คายไม่ออกกันไปแล้ว
เพราะเรื่องการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์นี้ มี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เป็นหัวเรือใหญ่ตั้งแต่เมื่อครั้งเป็น ผู้บัญชาการทหารบก และต่อมาก็เป็น ประธานมูลนิธิราชภักดิ์
แล้วยังเป็นรัฐมนตรีช่วยกลาโหม รวมทั้งเป็นหนึ่งในแกนนำ คสช.
ที่กลืนไม่เข้า คายไม่ออก ก็เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรที่จะหยิกเล็บแล้วไม่เจ็บเนื้อ ?
ถึงแม้ “พี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์” อย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม จะมองว่า การเคลื่อนไหวของสองแกนนำ นปช.เป็นความพยายามเปิดประเด็นทางการเมือง แต่เมื่อถูกถามเรื่อง พล.อ.อุดมเดช กลับบอกว่า พล.อ.อุดมเดช เป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะมาก เป็นถึงอดีต ผบ.ทบ.
แต่ “พี่ใหญ่” ก็ไม่ได้บอกว่า ทางออกที่ดีที่สุดของ พล.อ.อุดมเดช คืออะไร แล้วก็ไม่ได้บอกว่า อะไรคือทางเลือกที่ดีที่สุดของ คสช.
แต่ทุกคนต่างก็รู้ว่า อาการของรัฐบาลและคสช.นั้น แม้วันนี้จะไม่มีความชัดเจน แต่วันหนึ่งก็ต้องตัดสินใจ โดยที่ไม่แน่ว่า จะต้องตัดสินใจก่อนที่จะได้ผลสอบจากกระทรวงกลาโหมด้วยหรือไม่
เพราะในวันนี้ นาฬิกาของรัฐบาล กับนาฬิกาของสังคมภายนอก เดินด้วยความเร็วที่ต่างกัน



