ข่าว

‘หนองคาย’พร้อมรับ‘เออีซี’เพิ่มศักยภาพรับมือแข่งขัน

‘หนองคาย’พร้อมรับ‘เออีซี’เพิ่มศักยภาพรับมือแข่งขัน

01 ธ.ค. 2558

‘หนองคาย’พร้อมรับ‘เออีซี’เพิ่มศักยภาพรับมือแข่งขัน : ทีมข่าวอาชญากรรม

             ขยับใกล้เข้ามาทุกที สำหรับปลายปี 2558 ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” หรือ “เออีซี” เพื่อเป้าหมายของกลุ่มประเทศอาเซียนในการรวมกลุ่มเศรษฐกิจเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว โดยมีข้อตกลงร่วมกันในการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุนและแรงงานฝีมือ อย่างเสรีมากขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียน

             หากพิจารณาในด้านผลประโยชน์ที่ไทยได้รับจากการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พบว่าโอกาสสำคัญของไทยและจังหวัดที่ติดกับเขตเออีซี อย่างเช่น จังหวัดหนองคาย มีแนวโน้มอย่างมากในเรื่องขยายการส่งออกและโอกาสทางการค้าที่มีการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันเพื่อรองรับไว้แล้ว เช่น การท่องเที่ยว โรงแรมและภัตตาคาร รวมทั้งด้านธุรกิจสุขภาพ

             เมื่อโฟกัสไปที่ “จังหวัดหนองคาย” พบว่าเป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีเนื้อที่ประมาณกว่า 3,000 ตารางกิโลเมตร มีพรมแดนติดต่อกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งเป็น 1 ใน 10 ประเทศประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และหนองคายเป็นจังหวัดด่านหน้าที่จำเป็นต้องมีการรับมือและเตรียมพร้อมทางด้านสถานที่ท่องเที่ยว โลจิสติกส์ และการคมนาคมต่างๆ เพราะก่อนหน้านี้หนองคายมีปัญหาอย่างหนักในด้านการคมนาคม ที่ไม่เอื้อความสะดวกให้แก่ประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

             แต่ระยะหลังมานี้ ระบบการคมนาคมในการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในจังหวัดหนองคาย พัฒนาขึ้นป็นอย่างมาก มีความสะดวกมากขึ้น ทำให้ลดระยะเวลาในการเดินทางและเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวได้หลายจุด จนได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก รวมถึงระบบการขนส่งทางรางที่มีสถานีรถไฟในพื้นที่ จำนวน 2 แห่ง คือ สถานีรถไฟนาทา ใช้เป็นสถานีขนส่งสินค้า และสถานีรถไฟหนองคาย สำหรับผู้โดยสาร และในอนาคตจะเป็นสถานีจอดรถไฟทางความเร็วสูง โดยอยู่ในขั้นตอนจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นสำหรับโครงการดังกล่าว

             “สุชาติ นพวรรณ” ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า จังหวัดหนองคายเป็นจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของถนนมิตรภาพ และเป็นประตูสู่อาเซียนที่เชื่อมต่อไปยังประเทศลาว จึงต้องเตรียมรับมือในหลายด้าน ที่ผ่านมาได้นำยุทธศาสตร์ที่ช่วยส่งเสริมและพัฒนาจังหวัดในด้านการส่งเสริมเกษตรยั่งยืน การส่งเสริมการท่องเที่ยว และการส่งเสริมการค้าชายแดน การลงทุน ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าเที่ยวในหนองคายเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้มีจำนวนที่พักและโรงแรมขนาดกลางในจังหวัดหนองคายมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 5,000 แห่งเช่นกัน

             “ที่ผ่านมาระบบการท่องเที่ยวในจังหวัดหนองคาย แตกต่างกับในปัจจุบันเป็นอย่างมาก เพราะปัจจุบันนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น ทั้งในเรื่องที่พัก ร้านอาหาร และระบบการขนส่ง ระบบการบริหารจัดการธุรกิจท่องเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เกิดจากภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามาช่วยดูแล ในเรื่องของนักท่องเที่ยว ความปลอดภัย ความสะอาด ความประทับใจของนักท่องเที่ยว ที่มาแล้วก็ต้องกลับมาอีกครั้ง เหมือนว่าเราเคยมีความประทับใจสถานที่แห่งนี้แล้ว เราก็อยากกลับมาอีก มาแล้วมีความสุขก็อยากมาอีก” พ่อเมืองหนองคายกล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงที่รองรับเออีซีในพื้นที่

             เช่นเดียวกับ “อรุณี ณ หนองคาย” นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย ให้ภาพของธุรกิจท่องเที่ยวว่า มีความพร้อมที่จะให้บริการนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ โดยการร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชน รวมไปถึงชุมชนชาวบ้าน ให้เตรียมพร้อมเป็นเจ้าบ้าน ดูแลต้อนรับให้ดียิ่งขึ้น เพราะคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวในหนองคายเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

             “รัฐและเอกชนร่วมมือกันต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เป็นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ คนที่เข้ามาเที่ยวต้องมีความปลอดภัย ส่วนในด้านของที่พักจะต้องปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน และในส่วนของร้านอาหารก็เน้นคุณภาพเช่นกัน ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค รวมถึงชุมชนต้องมีส่วนรวมในการต้อนรับที่ดีอีกด้วยเช่นกัน” อรุณี กล่าว

             ไม่เพียงเท่านั้น ภาพยนตร์เรื่อง “เทย ทอม เกย์ เฮป่วนเมือง” ก็จะช่วยส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดหนองคาย โดยหนังเรื่องนี้ได้ชูสถานที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นบริเวณแม่น้ำโขงที่มีพระธาตุหนองคาย บริเวณตลาดท่าเสด็จ ศาลาแก้วกู่ ถ้ำดินเพียง และภูห้วยอีสัน ได้ช่วยเผยแพร่ไปสู่สายตาประชาชนรวมถึงชาวต่างชาติที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ และได้รับชมบรรยากาศสถานที่ที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ดังกล่าวด้วย

             เริ่มต้นด้วย “พระธาตุกลางน้ำ” สถานที่เคารพสักการะของชาวหนองคายเป็นอย่างมาก โดยองค์พระธาตุก่อด้วยอิฐถือปูน ล้มตะแคงไปตามกระแสน้ำ มีฐานสี่เหลี่ยมมุมฉาก ด้านหนึ่งโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำเพียงครึ่งฐาน องค์พระธาตุมีรูปทรงทางสถาปัตยกรรมเท่าที่ยังเหลืออยู่เป็นชั้นฐาน ทางจังหวัดจึงได้สร้างพระธาตุองค์จำลองขึ้นมาบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง

             ส่วน “ตลาดท่าเสด็จ” หรือที่ชาวหนองคายเรียกว่า “ตลาดท่าเรือ” เป็นตลาดขนาดใหญ่ริมแม่น้ำโขง เป็นแหล่งศูนย์รวมสินค้าจากหลากหลายประเทศในแถบอินโดจีน ไม่ว่าจะเป็น ไทย ลาว เวียดนาม หรือจีน ตลาดแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นจุดผ่านแดนถาวรสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปมาระหว่างประเทศไทยกับสปป.ลาว จึงมีความคึกคักเป็นอย่างมาก ทำให้ตลาดแห่งนี้ไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์ของหนองคายอีกเช่นกัน

             ถัดมาเป็นสถานที่เก่าแก่โบราณ เรียกว่า “ศาลาแก้วกู่” มีพื้นที่ 42 ไร่ มีเทวรูปปั้น ทั้งขนาดเล็ก-ขนาดใหญ่ปะปนกัน ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2476 โดยมีประวัติชีวิตและผลงานอัศจรรย์ เป็นเมืองอมตะแก้วกู้มหานิพพาน หรือดินแดนแห่งการหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง เชื่อว่าทุกศาสนาผสมผสานกันได้

             ต่อกันด้วย “ถ้ำดินเพียง” หรือ “ถ้ำพญานาค” วัดถ้ำศรีมงคล ภายในถ้ำมีลักษณะเป็นโพรงอยู่เป็นจำนวนมาก แบ่งซอกซอยแยกออกไปทั่วบริเวณ ดูไปแล้วเหมือนเส้นทางการเลื้อยของงูใหญ่หรือพญานาคมากกว่าจะเป็นเส้นทางสัญจรของมนุษย์ และเมื่อนำมาประกอบเรื่องเล่าตามตำนานต่างๆ แล้ว ทำให้เชื่อว่าในอดีตถ้ำแห่งนี้ต้องเป็นที่อยู่และที่สัญจรของพญานาคแน่นอน

             สุดท้ายเป็นสถานที่ที่เพิ่งถูกค้นพบได้เพียง 3 ปี คือ “ภูห้วยอีสัน” ตั้งอยู่ในตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย เป็นจุดที่พระอาทิตย์ขึ้นและเห็นทะเลหมอกได้แบบกว้างไกลสุดตา ถือเป็น “จุดชมวิวทะเลหมอกสุด Unseen” ที่สวยงามอีกจุดหนึ่งของหนองคาย โดยบริเวณด้านล่างของทะเลหมอกภูห้วยอีสัน มองเห็นเกาะแก่งของแม่น้ำโขงและเห็นวิวพระอาทิตย์สีทองในยามเช้าที่สะท้อนไปยังผิวน้ำอย่างชัดเจน สำหรับช่วงเวลาที่สามารถชมทะเลหมอกอย่างสวยงาม คือช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่เวลา 05.30-08.00 น.

             สำหรับการเดินทางขึ้นไปชมทะเลหมอกบนภูห้วยอีสัน ไม่อนุญาติห้นักท่องเที่ยวนำรถส่วนตัวขึ้นไป ต้องใช้บริการรถอีแต๋นเท่านั้น โดยมีชาวบ้านในพื้นที่เป็นผู้ให้บริการ

             ปัจจุบันจังหวัดหนองคายมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญเป็นจำนวนมาก เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งโบราณสถาน โบราณวัตถุที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองของชาวหนองคาย ซึ่งมีเรื่องเล่าตามตำนานของสถานที่ต่างๆ พร้อมทั้งสีสันความสวยงามของธรรรมชาติ ถือเป็นมูลค่าที่ช่วยดึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในพื้นที่อย่างแน่นอน

             ภาพยนตร์ “เทย์ ทอม เกย์ เฮป่วนเมือง” เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์ให้กับจังหวัดหนองคายอีกทางหนึ่ง เมื่อผนวกรวมกับการเตรียมความพร้อมและพัฒนาความสามารถด้านการแข่งขั้นที่มุ่งรองรับธุรกิจท่องเที่ยว ที่พัก และระบบคมนาคม โลจิสติกส์ จึงทำให้จังหวัดหนองคายมีศักยภาพสูงในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน