
'บิ๊กป้อม'ติง'ทูตมะกัน'คิดก่อนพูด'ม.112'
30 พ.ย. 2558
'บิ๊กป้อม' เชื่อ 'บิ๊กโด่ง' คิดเองได้ ลาออกหรือไม่ ชี้ 'ตู่-เต้น' จะไปราชภักดิ์ ประเด็นการเมือง ใจเย็นๆ รอ ตร.สอบ 'ขอนแก่นโมเดล' ติง 'ทูตมะกัน' คิดก่อนพูด ม.112
30 พ.ย. 58 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่าถูกเจ้าหน้าที่ทหารตรึงกำลังเข้า-ออกบริเวณบ้านพัก หลังออกมาระบุว่าจะเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า ตนถามว่าสมควรหรือไม่ที่จะไปอุทยานราชภักดิ์ ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงกลาโหมมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวที่อยู่ระหว่างการดำเนินการตามที่ตนเคยให้สัมภาษณ์ไว้ ดังนั้น เรื่องนี้ควรจบได้แล้ว เพราะคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะตรวจสอบเจาะจงไปที่ตัวบุคคล เมื่อผลสอบสวนออกมาก็จะได้ทราบเรื่องของรายละเอียดต่อไป แต่ทั้งนี้ต้องให้เวลาคณะกรรมการได้ทำงานก่อน หากนายจตุพรและนายณัฐวุฒิไปอุทยานราชภักดิ์ก็จะกลายเป็นประเด็นทางการเมือง ดังนั้นอย่ามาบอกว่าไปเพื่อตรวจสอบเรื่องคอร์รัปชั่น เพราะมันไม่ใช่ เรื่องนี้ทางกระทรวงกลาโหมกำลังดำเนินการอยู่
เมื่อถามว่า หากสมมติว่าทั้งสองคนยืนยันที่จะไป ทางอุทยานราชภักดิ์จะอนุญาตให้เข้าหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "จะไปเพื่ออะไร ถ้าจะไปก็เพื่อเปิดประเด็นทางการเมือง ผมบอกแล้วว่า ทหารไม่ได้เล่นการเมือง ทุกอย่างผิดก็ผิด ถูกก็ถูก ว่าไปตามนั้น บอกตรงๆ ว่าไม่ควรไป ปล่อยให้เขาไปคิดดู ส่วนจะถูกเจ้าหน้าที่ทหารสกัดหรือไม่นั้น ผมก็ไม่ทราบ ซึ่งประเด็นก็ต้องดูว่า มันสมควรหรือไม่ เชื่อว่าอีกสักพักก็คงคิดได้ เพราะโตๆ กันแล้ว"
เมื่อถามว่าได้หารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในเรื่องนี้ว่ามีความหนักใจหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ในส่วนของตนไม่หนักใจ เพราะทุกคนก็โตและมีอายุมากกันแล้ว ตนบอกหลายครั้งแล้วว่าทหารไม่เล่นการเมือง รวมถึงตนด้วย เราทำงานทุกอย่างด้วยความตรงไปตรงมา ไม่อยากให้ไปเกี่ยวข้องหรือโยงเป็นเรื่องต่างๆ ที่ตั้งข้อสงสัยกันว่าการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์มีการทุจริตหรือไม่ ก็กำลังดำเนินการตรวจสอบกันอยู่ หากมีคนทำผิดจริงเดี๋ยวก็หาเจอ ในส่วนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตนก็อำนวยความสะดวกให้ทุกอย่างหากต้องการเข้ามาตรวจสอบ ยืนยันว่า กองทัพบกทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการด้วยความโปร่งใส ส่วนกระแสกดดันให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ลาออกนั้น ตนคิดว่า เขาก็ต้องคิดเอง ส่วนลาออกแล้วจะมีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไร ตนยังไม่ได้คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ที่ผ่านมาตนก็ยังไม่ได้คุยกับ พล.อ.อุดมเดช ในเรื่องดังกล่าว เพราะคุยเรื่องงานกันมากกว่า
"ผมมองว่า พล.อ.อุดมเดช มีวุฒิภาวะมาก เป็นถึงอดีต ผบ.ทบ. ท่านคงคิดของท่านอยู่ว่าควรจะทำอย่างไร ผมคงไม่ต้องไปบอกท่านว่าต้องคิดแบบนี้หรือแบบนั้น เพราะไม่ใช่เด็ก อย่างไรก็ตาม คงไม่มีสัญญาณจากผู้ใหญ่บอกให้ท่านดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะผมก็เป็นผู้ใหญ่ ยืนยันว่า เรื่องอุทยานราชภักดิ์ไม่ใช่จุดอ่อนของรัฐบาล เพราะเรามีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องทุจริตแล้ว"
ใจเย็นๆ รอ ตร.สอบสวน 'ขอนแก่นโมเดล'
พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการดำเนินการจับกุมเครือข่ายขอนแก่นโมเดล ว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการอยู่ และสามารถจับกุมได้แล้วส่วนหนึ่ง สำหรับเรื่องความเชื่อมโยงต่างๆ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบสวนก่อน ส่วนกรณีที่ทนายความของกลุ่มคนเสื้อแดงไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน โดยระบุว่า การออกหมายจับไม่ชอบมาพากล เพราะคนที่มีชื่อถูกออกหมายจับเป็นคนที่อยู่ในเรือนจำนั้น ตนถามว่า คนที่อยู่ในเรือนจำนั้นอยู่เฉยๆ หรือไม่ เพราะเชื่อว่าไม่ได้อยู่เฉยๆ แน่นอน ไม่เช่นนั้นทางศาลคงไม่พิจารณาอนุมัติออกหมายจับให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
"การที่ศาลออกหมายจับนั้น คือ การพิจารณาเป็นรายบุคคล ถ้าอยู่ดีๆ คงไม่ถูกหมายจับ ส่วนจะเชื่อมโยงกลุ่มการเมืองหรือไม่นั้น ผมไม่บอก และไม่รู้ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบก่อน ขอให้ใจเย็นๆ เพราะมันเยอะ"
ติง 'ทูตมะกัน' คิดก่อนพูด ม.112
พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายกลิน เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าววิจารณ์ถึงบทลงโทษการใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แก่ผู้หมิ่นประมาทสถาบันฯ ในงานเสวนาสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศในกรุงเทพฯ ที่ผ่านมา ว่า นายกลินก็ต้องคิดเวลาพูดอะไรออกมา เพราะทางไทยก็บอกชัดเจนอยู่แล้วว่ารัฐบาลและ คสช. พยายามดำเนินการทุกอย่างโดยเคารพสิทธิมนุษยชน ตนคิดว่าคงไม่มีรัฐบาลใดที่ยึดอำนาจมาแล้วจะให้เรื่องสิทธิมนุษยชนได้ถึงขนาดนี้ เราก็ปล่อยทุกอย่าง ทั้งนี้ ยืนยันว่าเราพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่ออนาคตของประเทศ และให้เกิดประชาธิปไตยที่ถาวร แต่ต้องรอก่อน แม้แต่เรื่องเศรษฐกิจ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ พยายามวางรากฐานให้เกิดความเข้มแข็งต่อไปในอนาคตโดยไม่ได้วางไว้ให้รัฐบาลชุดนี้ แต่ทำเพื่ออนาคต เพราะไม่ใช่เป็นการแก้ปัญหาแบบวันต่อวัน รวมถึงด้านเศรษฐกิจและเรื่องความมั่นคงก็ดำเนินการทุกอย่างเพื่ออนาคตต่อไป อีกทั้งในส่วนของตำรวจที่จะปฏิรูปก็ดำเนินการทุกอย่าง ส่วนกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดี 112 นั้น หากใครผิดเขาก็รู้ตัวอยู่ว่าเกี่ยวพันตรงไหน ทุกอย่างทำไปตามกฎหมาย ต้องเห็นใจรัฐบาล ถ้ายังมีเรื่องมารบกวนอยู่แบบนี้มันก็จะไปไม่ได้ อยากให้เอาอนาคตไว้ก่อนดีกว่า
"ผมยืนยันว่าประเทศในอาเซียน ไทยไม่ด้อยไปกว่าใคร เพราะคนไทย 60 - 70 ล้านคน มันใช้ได้เลย รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติที่มี และคนที่มีอยู่ในขณะนี้เก่งมาก เพียงแต่อย่ามีเรื่องมารบกวนและอย่าไปเล่นการเมืองกันมาก อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ามีเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่นอน เพราะเราเดินตามโรดแม็พ แต่ถ้าไปไม่ได้จริงๆ จะทำอย่างไร หากสถานการณ์เป็นแบบนี้พอไปได้ก็ไป"
'ประจิน' ปัดตอบทหารรวบ 'ตู่-เต้น' ย้ำ ไม่ควรปล่อยเหตุการณ์บานปลาย
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ทหารรวบตัวนายจตุพร และนายณัฐวุฒิ แกนนำ นปช.บริเวณตลาดมหาชัย ในระหว่างรวมตัวเพื่อเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ ว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่เห็นว่าไม่ควรปล่อยให้เกิดเหตุการณ์อะไรบานปลาย ควรพูดคุยกันให้รู้เรื่อง
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดแต่ละฝ่ายไม่ชี้แจงให้สังคมเข้าใจ แต่กลับโต้เถียงกันไปมา พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ตนชื่นชมที่ได้ยินการก่อสร้างโครงการอุทยานราชภักดิ์ และยังชื่นชมที่มูลนิธิอุทยานฯ สามารถทำโครงการนี้ให้เป็นจุดรวมและเป็นไฮไลท์ของงาน แต่เมื่อมีการพูดในแง่ลบทำให้เสียความรู้สึก เสียกำลังใจ จึงต้องช่วยกัน เรื่องนี้จะรายงานให้ พล.อ.ประวิตร ทราบถึงข้อสังเกตของฝ่ายต่างๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีการนำเรื่องดังกล่าวมาเป็นประเด็นโจมตีรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ตามที่บอกว่าเรื่องดีๆ อย่าทำให้เป็นเรื่องการเมือง เพราะเสียความรู้สึกต่อผู้ที่มีความปรารถนาดีต่อโครงการ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ที่ ป.ป.ช. เข้าไปตรวจสอบในเรื่องนี้หลังจากพบว่ามีการใช้งบประมาณแผ่นดิน พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ในขั้นต้นทราบว่าเจตนาของมูลนิธิอุทยานฯ คือ ใช้เงินบริจาค แต่ไม่ทราบว่ามีการใช้งบราชการดังกล่าวด้วย จึงขอไปศึกษาในรายละเอียดก่อน
ต่อข้อถามที่ว่า ในฐานะกรรมการ คสช.มองว่าอำนาจในการจับกุมแกนนำ นปช.เป็นของใคร รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบจริงๆ คงต้องดูแล้วแต่กรณีไป
มั่นใจรักษาความปลอดภัย 'ปั่นเพื่อพ่อ'
พล.อ.อ.ประจิน ให้สัมภาษณ์ถึงการซ้อมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ 'ปั่นเพื่อพ่อ' เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาว่า ได้มีการซ้อมปั่นในเส้นทางจริง แต่ยังมีปัญหาเล็กน้อยในเรื่องของความล่าช้าของขบวน เนื่องจากต้องหยุดพักเป็นจุดๆ เช่น บริเวณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือที่กองทัพเรือ เพื่อทดสอบพื้นที่ว่าหากเกิดอุบัติเหตุจะมีการเข้าถึงของหน่วยปฐมพยาบาลอย่างไร ส่วนเส้นทางที่มีข้อห่วงใยเป็นจำนวนมาก คือ ช่วงขึ้นสะพานพระราม 8 ที่มีความลาดชันสูงนั้น แต่เมื่อได้ฝึกซ้อมแล้ว ได้รับการยืนยันจากผู้ร่วมซ้อมว่าน่าจะผ่านได้ ไม่มีปัญหาอะไร แต่กับผู้สูงอายุอาจจะเป็นปัญหาบ้าง อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 11 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันจัดกิจกรรมจริง คาดว่า น่าจะใช้เวลาใกล้เคียงกับวันซ้อม และในการเคลื่อนขบวนนั้นหัวขบวนจะมีการรอท้ายขบวนเพื่อให้ถึงจุดหมายใกล้เคียงกัน
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า การรักษาความปลอดภัยการจัดกิจกรรมนั้นจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทางการจัดกิจกรรม ทั้งในส่วนของทางราบ หรือบนตึกสูง ส่วนในวันจริงจะมีการใช้เฮลิคอปเตอร์เพื่อร่วมรักษาความปลอดภัยด้วยหรือไม่นั้น คาดว่าน่าจะอยู่ในแผนการรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว ซึ่งเส้นทางต่างๆ กำลังมีการปรับปรุงเพื่อให้การขับขี่ปลอดภัย และจะมีหน่วยแพทย์ประจำแต่ละจุดเพื่อดูแลผู้เข้าร่วมกิจกรรม
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มที่จะให้วันที่ 11 ธ.ค. เป็นวันหยุดราชการหรือไม่นั้น ตนเคยได้ยินนายกรัฐมนตรีปรารภในที่ประชุม ครม.ช่วงที่ผ่านมาว่า ยังไม่ถือว่าเป็นวันหยุด ขึ้นอยู่กับว่าจะมีใครเสนอเพิ่มเติมหรือไม่หลังจากนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า อาคารที่เป็นจุดสูงข่มระหว่างเส้นทางจัดกิจกรรม หรือพื้นที่เสี่ยง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รายงานให้ทางรัฐบาลรับทราบหรือไม่ว่าได้ดูแลพื้นที่เรียบร้อยแล้ว พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า บางเรื่องสามารถอธิบายโดยหลักการได้ แต่ในรายละเอียดคงไม่สามารถอธิบายได้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการวางตำแหน่งของเจ้าหน้าที่แต่ละจุด ซึ่งตนมั่นใจความปลอดภัยในทุกจุดที่ได้หยุดพัก ซึ่งในระหว่างซ้อมปั่นเมื่อวานนี้ พอแหงนหน้าขึ้นไปก็จะเห็นเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอยู่ประจำทุกจุด ทั้งในทางราบและจุดสูงข่ม



