
โคมลอย พลุ และบั้งไฟ
01 ธ.ค. 2558
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : โคมลอย พลุ และบั้งไฟ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
แรกทีเดียวผมจะเขียนบทความตอนนี้ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน แต่บังเอิญว่าปีนี้กระแสข่าวเกี่ยวกับการรณรงค์ไม่ให้ปล่อยโคมลอยมาแรง และแน่นอนว่าเป็นธรรมชาติของสังคมไทยในยุคโซเชียลมีเดีย การปลุกผู้คนให้ออกมาต่อต้านการรณรงค์ก็เกิดตามมาด้วยเช่นกัน ผมจึงปล่อยวางเอาไว้ก่อนเพราะไม่อยากถูกดึงเข้าไปในวังวนของการโต้แย้ง
อีกทั้งผมยังเชื่อว่าการปล่อยโคมลอยในปัจจุบันนี้ ไม่ได้มีเกิดขึ้นเฉพาะในวันลอยกระทงเท่านั้น ในเทศกาลงานรื่นเริงอื่นๆ ก็นิยมปล่อยโคมลอยกันมากขึ้น และแพร่กระจายไปทุกพื้นที่
โคมลอยเริ่มเป็นที่รู้จักและเป็นภาพประทับใจตรึงตราผู้คนในยุคที่ภาครัฐรณรงค์ด้านการท่องเที่ยวอย่างเร่งด่วน ภาพโปสเตอร์การปล่อยโคมลอยนับพันนับหมื่นดวงขึ้นท้องฟ้า กลายเป็นภาพที่ผู้คนอยากเห็นอยากมีส่วนร่วมด้วย เจตนารมณ์ของการปล่อยโคมลอยเริ่มได้รับการสื่อสารอย่างสะเปะสะปะ บ้างก็ว่าเป็นการปล่อยเคราะห์ปล่อยโศก บ้างก็ว่าเป็นการเขียนคำขอพรต่อเทวดานางฟ้าบนสรวงสวรรค์
หน่วยงานภาครัฐทุกระดับล้วนมีส่วนกระตุ้นให้เกิดการปล่อยโคมลอยมากขึ้น เมื่อมีการผลิตสินค้าชุมชนที่รู้จักกันในนามของ “โอท็อป” ก็ยิ่งมีการใช้หลักวิชาการตลาดเข้ามาขยายตลาดโคมลอย ถึงขนาดที่ยุคหนึ่งมีการทำโคมลอยที่คลุมด้วยพลาสติกเพราะผลิตได้ง่ายขนย้ายได้สะดวกและต้นทุนต่ำ หากไม่บังเอิญเกิดไฟไหม้ขึ้นบ่อยครั้งจากโคมลอยพลาสติกเหล่านั้นจนทางราชการออกคำสั่งห้าม ป่านนี้โคมลอยพลาสติกราคาถูกอายุงานทนทานก็คงยังได้รับความนิยมกันอยู่อย่างแน่นอน
โคมลอยเป็นการกระทำตามวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น หากอยู่ๆ ไปออกคำสั่งห้ามก็คงเกิดแรงต่อต้านอย่างหนักหน่วง ครั้นจะปล่อยให้ทำกันไปอย่างไร้กฎกติกาเช่นทุกวันนี้ ก็จะเกิดอันตรายใหญ่หลวงต่อบ้านเรือนไร่นาผู้คน รวมทั้งเป็นอันตรายต่อการเดินอากาศยานอย่างมากอีกด้วย สิ่งที่ทางราชการควรจะเร่งลงมือกระทำอย่างเร่งด่วนไม่ใช่เพียงแค่ออกมารณรงค์ก็คือ
กำหนดชนิดของวัสดุที่จะนำมาทำเป็นโคมลอยให้ชัดเจน กำหนดขนาดของโคมลอยให้เหมาะสมกับระดับความสูง กำหนดปริมาณของสิ่งให้ความร้อนเช่นไฟจากไข ว่าจะต้องหมดลงไปในระยะเวลาเท่าใดหรือต้องหมดก่อนที่จะตกลงมาสู่พื้น จนทำให้เกิดไฟไหม้บ้านเรือนหรือเกิดไฟป่าขึ้นมา ต้องกำหนดพื้นที่สำหรับปล่อยโคมลอยห้ามปล่อยนอกพื้นที่ซึ่งกำหนดเอาไว้อย่างเด็ดขาด
ต้องกำหนดระยะเวลาในการปล่อยโคมลอยให้ชัดเจน ผู้ที่เกี่ยวข้องกับโคมลอยทั้งหมดเช่น ผู้ผลิต, ผู้จำหน่าย และผู้ปล่อยโคมลอยต้องยื่นขออนุญาตจากหน่วยงานราชการในพื้นที่ และโคมลอยต้องเป็นสินค้าควบคุมที่ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมด้วย
โดยหลักการเดียวกันนี้ก็ต้องนำไปใช้กับวัตถุที่ใช้ในลักษณะคล้ายกันในประเพณีต่างๆ เช่นพลุ บั้งไฟ ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันก็เริ่มเกิดปัญหามากขึ้นและมีอุบัติเหตุจนถึงขั้นมีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นทุกปี และยิ่งจะมีปัญหาใหญ่ตามมามากขึ้นเพราะบั้งไฟและพลุยังมีเรื่องการพนันเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทำให้เกิดการแข่งขันอย่างไร้ขอบเขตและควบคุมยากมากขึ้นด้วยครับ
----------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : โคมลอย พลุ และบั้งไฟ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



