
ใครเป็นใคร5ป.ป.ช.คนใหม่
ใครเป็นใคร5ป.ป.ช.คนใหม่ : สำนักข่าวเนชั่น โดย ประภาศรี โอสถานนท์
เป็นไปอย่างเรียบร้อยสำหรับ 5 ว่าที่กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. ) ที่ประกอบด้วย 1.นายวิทยา อาคมพิทักษ์ อดีตกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน 2.นางสุวณา สุวรรณจูฑะ ปลัดกระทรวงยุติธรรม 3.พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตรอง ผบ.ตร. 3.นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร อดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ และ 5.พล.อ. บุณยวัจน์ เครือหงส์ อดีตผอ.สำนักตรวจสอบภายในกองทัพบก หลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติให้ความเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
5 กรรมการป.ป.ช.คนใหม่ ถอดด้าม ก็จะรับไม้ต่อจากกรรมการ ป.ป.ช.คนเก่าที่ต้องหมดวาระไป โดยหน้าที่หลักคือ การปราบปรามการทุจริต และสะสางคดีที่อยู่ในป.ป.ช. ทั้ง 5 คนนี้ก็เป็นที่รู้จัก คุ้นหน้าคุ้นตากัน เพราะอยู่ในแวดวงการเมือง ข้าราชการ ซึ่งแต่ละคนมีประวัติ ผลงาน ไม่ธรรมดา
นายวิทยา อาคมพิทักษ์ เคยดำรงตำแหน่งรองเลขาฯ ป.ป.ช. ถือเป็นลูกหม้อของ ป.ป.ช. โดยเริ่มทำงานตั้งแต่ปี 2525 ตำแหน่งเจ้าหน้าที่สืบสวน 3 สมัยที่หน่วยงานยังใช้ชื่อ ป.ป.ป. หลังโยกย้ายมาจากกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จากนั้นก็ทำงานใน ป.ป.ช.มาตลอดจนในปี 2551 เป็นผู้อำนวยการสำนักการข่าวและกิจการพิเศษ ปี 2554 เป็นผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ปี 2556 เป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ท้ายสุดไปดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) เรียกได้ว่ารู้ทุกซอกทุกมุมของ ป.ป.ช.ทั้งหมด
นางสุวณา สุวรรณจูฑะ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปัจจุบันอายุ 59 ปี จบปริญญาตรีบัญชีบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จบปริญญาโทรัฐศาสนมหาบัณฑิต ม.ธรรมศาสตร์ ทำงานอยู่ในกระทรวงยุติธรรมมานาน โดยปี 2545 เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม ปี 2549 เป็นอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ปี 2554 เป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม และปี 2557 เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ล่าสุดก็ก้าวขึ้นมานั่งเก้าอี้กระทรวงยุติธรรม และยังได้รับความไว้วางใจจากคสช.ให้เป็นกรรมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ถือว่า นางสุวณามีความสัมพันธ์ที่ดีกับ คสช.
พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตรองผบ.ตร. ก็เป็นบุคคลที่รู้จักกันดี ก่อนหน้านี้ได้รับการแต่งตั้งเป็น สนช. แต่ลาออกไปสมัคร ป.ป.ช. และได้รับเลือกในที่สุด พล.อ.อ.วัชรพลจบปริญญาตรีรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ก่อนที่จะไปศึกษาต่อต่างประเทศที่สหรัฐอเมริกา และแคนาดานานหลายปี และกลับมาเป็นผู้บังคับการกองการต่างประเทศ/หัวหน้าตำรวจสากลไทย ในปี 2539 ขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) ในปี 2546 ต่อมาปี 2553 ขึ้นดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก่อนขึ้นนั่งรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแทน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ในปี 2557 และยังเคยเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี) นอกจากนี้ยังเป็นที่ปรึกษาบริษัทเอกชนอีกหลายแห่ง
นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร อดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ และอดีตประธานศาลอุทธรณ์ อายุ 66 ปี จบการศึกษาปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต ม.ธรรมศาสตร์ จบเนติบัณฑิตไทย และรัฐศาสตรมหาบัณฑิต ม.ธรรมศาสตร์ ในปี 2519 เป็นรองสารวัตรสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม ปี 2521 ย้ายมาเป็นรองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก จากนั้นปี 2535 เปลี่ยนสายงานมาเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในปี 2535 ต่อมาในปี 2540 ขึ้นเป็นผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และในปี 2551 เป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ ปี 2552 ขึ้นตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 ปี 2553 ก็ขึ้นนั่งเป็นประธานศาลอุทธรณ์ภาค 3 และปี 2554 ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ปัจจุบันเป็นผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ อดีต ผอ.สำนักตรวจสอบภายในกองทัพบก อายุ 63 ปี จบปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) ปริญญาบัตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 47 เติบโตก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ในกองทัพมาโดยในปี 2539 การดำรงตำแหน่ง ผอ.กองตรวจสอบและวิเคราะห์ สำนักงานปลัดบัญชี กองทัพบก ในปี 2543 เป็น ผอ.กองสำรวจและจัดหน่วย สำนักงานปลัดบัญชี ปีต่อมาในปี 2545 เป็นผู้ช่วยปลัดบัญชีทหารบก และในปี 2547 เป็น ผอ.สำนักงานตรวจสอบภายในทหารบก ต่อมาในปี 2552 ขึ้นเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกลาโหม และท้ายสุดในปี 2554 เป็น ผอ.สำนักงบประมาณกลาโหม ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินการและการบริหารงาน กสทช. หรือซูเปอร์บอร์ด กสทช. ว่ากันว่า เป็นแคนดิเดตตำแหน่งประธาน ป.ป.ช.
ทั้งหมดคือประวัติของ 5 กรรมการป.ป.ช.คนใหม่ ซึ่งคงจะการันตีคุณภาพกันได้ อย่างไรก็ตามคงต้องดูกันยาวๆ เพราะมีเวลาอีก 9 ปี ที่จะพิสูจน์ผลงานว่าจะมีฝีมือในการปราบโกงได้มากน้อยแค่ไหน และจัดการคดีต่างๆ ด้วยความเป็นกลาง เพื่อป้องกันข้อครหา รับ "ใบสั่ง” เพราะคดีที่ ป.ป.ช.ทำอยู่ที่เป็นคดีใหญ่ล้วนเกี่ยวข้องกับนักการเมืองเกือบทั้งสิ้น โดยขณะนี้รอเพียงการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการก่อนที่จะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มตัว โดยกรรมการ ป.ป.ช.ป้ายแดงทั้ง 5 คน จะไปรวมกับกรรมการ ป.ป.ช.เดิม 4 คน ครบจำนวนกรรมการ ป.ป.ช. 9 คน
พล.อ.บุญวัจน์ เครือหงษ์
“คงต้องจัดลำดับความเร่งด่วนคดี งานไหนมีผลกระทบในวงกว้างกับประชาชน ทำให้เกิดความเสียหาย ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องทำก่อน นอกจากนี้ในเรื่องของการทำฐานข้อมูลกลาง เพื่อให้กรรมการป.ป.ช.ทุกคนได้รับทราบเพื่อให้ตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป เพราะ ป.ป.ช.ต้องทำงานเป็นทีม อย่างไรก็ตามไม่หนักใจกับการทำหน้าที่ เพราะนายกฯ ย้ำให้ทุกฝ่ายทำตามกฎหมาย ยึดกฎหมายเป็นหลัก ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก เพราะทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย ใช้ดุลพินิจไม่ได้ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า เป็นแคนดิเดตประธาน ป.ป.ช.คนใหม่นั้น ไม่ทราบ อยู่ที่ ป.ป.ช.ทั้งหมด”
นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร
“ผมทำงานเกี่ยวกับกฎหมายมากว่า 30-40 ปี ดูสำนวนคดีความมามากมาย ซึ่งการทำงานต้องดูสำนวนคดีความทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อถือ สร้างการยอมรับของสาธารณชน มองว่า ระบบการบริหารสำนวนคดีความต่างๆ มีความสำคัญ บางคดีก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากภายนอก ดังนั้นต้องทำให้มีประสิทธิภาพ โดยคดีต่างๆ ที่ ป.ป.ช.รับมาทำนั้นมาจากประชาชนที่ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. บางเรื่อง ส.ส.-ส.ว.ลงชื่อยื่นเรื่องผ่านประธานวุฒิสภา หรือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อส่งต่อให้ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวน และชี้มูล และ ป.ป.ช.เองก็มีอำนาจมีเหตุอันควร ที่จะหยิบเรื่องใดเรื่องหนึ่งขึ้นมาทำเองก็ได้ ซึ่งขณะนี้ ป.ป.ช.มีคดีที่ต้องทำจำนวนมาก บางคดีก็เป็นที่สนใจของสาธารณชน ภารกิจของ ป.ป.ช.ไม่น่าหนักใจเท่าไร แต่การทำให้ประชาชนยอมรับการทำงานของ ป.ป.ช.เป็นเรื่องที่สำคัญมากเหมือนกับผู้บริโภคกับผู้ประกอบการ เมื่อมีผลิตภัณฑ์ออกมา ผู้บริโภคพอใจ ก็ถือว่าดี แต่การให้ทุกคนพอใจทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้ ได้ 90 เปอร์เซ็นต์จาก 100 เปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว”
“หลังจาก ป.ป.ช.เข้าไปปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มตัวแล้วคงต้องสะสางคดีต่างๆที่มีอยู่ในมือเป็นหมื่นกว่าเรื่อง โดยเฉพาะคดีใหญ่ๆ ที่ประชาชนให้ความสนใจ ไม่มีเวลาที่จะดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์อีกแล้ว ซึ่งป.ป.ช.ทั้ง 9 คน ต้องสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ ไต่สวน ชี้มูลคดีต่างๆ ด้วยความเป็นธรรม ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเชื่อถือจากทุกฝ่ายกลับมา”
รายชื่อ 9 กรรมการ ป.ป.ช.
ณรงค์ รัฐอมฤต
สุภา ปิยะจิตติ
พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง
ปรีชา เลิศกมลมาศ
วิทยา อาคมพิทักษ์
สุวณา สุวรรณจูฑะ
พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ
สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร
พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์



