ข่าว

ที่มา ส.ว.

ที่มา ส.ว.

30 พ.ย. 2558

ที่มา ส.ว. : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น

            ในบรรดาเรื่องโครงสร้างอำนาจทางการเมือง “วุฒิสภา” เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งมีทั้งส่วนที่เป็นเรื่องที่มาและอำนาจหน้าที่ของ ส.ว. คาดว่าคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) น่าจะสรุปได้ชัดเจนในสัปดาห์นี้

            สัปดาห์ที่ผ่านมา กรธ.ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า จะไม่ให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน เพราะเกรงว่าพรรคการเมืองจะเข้ามามีอิทธิพล และที่สุดก็จะทำให้วุฒิสภาอยู่ภายใต้อิทธิพลของพรรคการเมือง แต่จะให้มาจาก “การเลือกตั้งโดยอ้อม” โดยให้มีการจัดกลุ่มทางสังคม 20 กลุ่ม แล้วให้แต่ละกลุ่มเลือกตั้งแทนกันเองตั้งแต่ระดับพื้นที่ขึ้นมา ให้เหลือกลุ่มละ 10 คน ซึ่งในส่วนของจำนวนกลุ่ม รวมถึงหลักเกณฑ์ คุณสมบัติ ของกลุ่มที่จะส่งตัวแทนมาเป็น ส.ว.ได้จะเป็นอย่างไร ก็เป็นประเด็นที่ยังถกเถียงกันอยู่

            หลังจาก กรธ.เสนอแนวคิดเรื่องเลือก ส.ว.ทางอ้อมออกมา แต่ละภาคส่วนมีการแสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย อย่างไรก็ตาม จากผลการสำรวจของกรุงเทพโพล โดย “ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ” ที่สำรวจความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับเรื่องการเลือก ส.ว. โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศ 1,192 คน ได้ผลว่า ประชาชนส่วนใหญ่คือ 58.6 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่า ส.ว.ควรจะมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน รองลงมา คือ 25.7 เปอร์เซ็นต์ บอกควรมีที่มาแบบผสมผสาน คือทั้งเลือกตั้งและสรรหา ขณะที่มีเพียง 9 เปอร์เซ็นต์ ที่เห็นว่าควรมาจากการเลือกตั้งทางอ้อม และ 3.6 เปอร์เซ็นต์ บอกควรมาจากการสรรหา ที่เหลืออีก 3.1 เปอร์เซ็นต์ บอกไม่แน่ใจ

            สำหรับเรื่องที่มา ส.ว.นั้น เป็นประเด็นร้อนให้ถกเถียงโต้แย้งกันได้ทุกยุคทุกสมัยที่มีการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ และมักจะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมทุกครั้ง

            ล่าสุด ในร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ชุด “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” กำหนดให้ ส.ว.มีที่มา 2 อย่าง คือ เลือกตั้งโดยตรงจังหวัดละ 1 คน รวม 77 คน และมาจากกระบวนการสรรหา 123 คน รวมเป็น 200 คน อย่างไรก็ตามในบทเฉพาะกาลได้กำหนดไว้ว่า ในส่วน ส.ว.จากการสรรหา ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งกลายเป็นประเด็นให้มีการโจมตีว่า เป็นการวางกลไกหนึ่งเพื่อสืบทอดอำนาจของ คสช.

            นอกจากเรื่องที่มา ส.ว. อีกส่วนที่สำคัญ คือ “อำนาจหน้าที่ของ ส.ว.” ซึ่ง กรธ.ได้มีข้อสรุปเบื้องต้นไว้ว่า ไม่ให้ ส.ว.มีอำนาจในการถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่ง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจนว่าจะให้ไปเป็นอำนาจของใคร ซึ่งก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าควรจะยกอำนาจนี้ให้เป็นของใคร ที่มีการพูดถึงคือ ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

            ไม่ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนที่มาอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่น่าจะเป็นหลักการที่หลายฝ่ายเห็นตรงกันคือ เรื่องที่มา ส.ว.ควรเป็นตัวกำหนดอำนาจหน้าที่ของ ส.ว. หาก ส.ว.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง อำนาจหน้าที่ก็ควรลดลง!