ข่าว

ฟุ้งน้ำมันดันรายได้พุ่ง1.5หมื่นล.
	 สวนทางภาษีรถยนต์หดตามศก.

ฟุ้งน้ำมันดันรายได้พุ่ง1.5หมื่นล. สวนทางภาษีรถยนต์หดตามศก.

04 ก.พ. 2552

สรรพสามิตฟุ้งปรับขึ้นภาษีน้ำมันดันรายได้เข้ามาเพิ่ม 1.5 หมื่นล้านบาท พร้อมรับผลพวงเศรษฐกิจซบฉุดยอดใช้น้ำมันลดวูบ แถมยังส่งผลต่อเนื่องถึงภาษีรถยนต์เหตุค่ายรถลดกำลังการผลิต ประชาชนหันใช้รถยนต์ราคาถูกกว่า หวั่นทั้งปีรายได้หายหมื่นล้าน

นางสิรินุช พิศลยบุตร อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า การปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันเกือบทุกประเภทน้ำมันจะส่งผลให้กรมจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นในปีงบ 52 จำนวน 1.5 หมื่นล้านบาท จากปีที่ผ่านมาจัดเก็บได้น้อยเพราะได้รับผลจากมาตรการ 6 เดือน 6 มาตรการเพื่อคนไทย ซึ่งทำให้กรมสูญเสียรายได้ไปจำนวน 3 หมื่นล้านบาท อีกทั้งจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวยังซ้ำเติมให้การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันปรับลดลงเหลือเพียง 2.5 พันล้านบาทเท่านั้น จากปกติที่มีรายได้เข้ามาเดือนละ 6 พันล้านบาท "การเพิ่มขึ้นของภาษีน้ำมันดีเซลลิตรละ 1 บาทจะมีผลต่อรายได้ค่อนข้างมาก เพราะประชาชนใช้รถที่ใช้ดีเซลจำนวนมาก ขณะที่ภาษีน้ำมันเบนซิน 95 แม้จะเพิ่มขึ้นถึงลิตรละ 1.50 บาท แต่รถที่ใช้เบนซิน 95 มีน้อยจึงอาจไม่ได้เงินเข้ามามากนัก แต่โดยรวมน่าจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นเดือนละ 1.9 พันล้านบาท” นางสิรินุชกล่าว นอกจากนี้ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวยังส่งผลกระทบไปถึงการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์ด้วย เนื่องจากกลุ่มบริษัทรถยนต์หลายค่ายประกาศลดกำลังการผลิต ทั้ง โตโยต้า ฮอนด้า และค่ายรถยนต์จากอเมริกา รวมถึงประชาชนก็หันมาใช้รถที่ประหยัดน้ำมัน ซึ่งมีราคาขายต่ำกว่ารถปกติถึง 1 แสนบาทต่อคันมากขึ้น จึงอาจส่งผลให้การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์ต่ำกว่าประมาณการที่ตั้งไว้ 20% หรือลดลงประมาณ 1 หมื่นล้านบาทจากเป้าหมาย 5.4 หมื่นล้านบาท ทำให้ทั้งปียังมีโอกาสที่จะจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 262,200 ล้านบาทด้วย อย่างไรก็ตามแม้รายได้ของกรมยังไม่แน่นอน แต่ขณะนี้ยังไม่มีนโยบายจัดเก็บภาษีประเภทอื่นเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นภาษีสิ่งแวดล้อม หรือภาษีรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เอ็นจีวี เนื่องจากไม่อยากซ้ำเติมประชาชนในภาวะเศรษฐกิจถดถอย