ข่าว

‘กรธ.’ เปิดเวทีรับฟังความเห็นต่อร่างรธน.ที่หาดใหญ่

‘กรธ.’ เปิดเวทีรับฟังความเห็นต่อร่างรธน.ที่หาดใหญ่

29 พ.ย. 2558

“กรธ.” เปิดเวทีรับฟังความเห็นต่อร่างรธน.ที่หาดใหญ่ เน้น 5 ประเด็นสำคัญ ด้าน “อภิชาต” ระบุ กรธ. วางกลไกปราบโกง โดยเน้นสร้างพื้นที่ให้คนดีร่วมงานการเมือง

 
          วันที่ 29 พ.ย. 58  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) พร้อมด้วยอนุกรรมการรับฟังและสรุปความคิดเห็นที่มีผู้เสนอแนะ ใน กรธ., สถาบันพระปกเกล้า ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญ เป็นเวทีที่สอง ที่โรงแรมลี การ์เดนส์ พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีตัวแทนประชาชน ผู้นำท้องถิ่น ตัวแทนส่วนราชการ และภาคเอกชนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ จำนวน 150 คนเข้าร่วมเวที ทั้งนี้ในเวทีดังกล่าวได้เน้นการรับฟังความเห็นใน 5 ประเด็น ได้แก่ 1.สิทธิ เสรีภาพและหน้าที่ของประชาชนที่พึงปรารถนา, 2.หน้าที่ของรัฐที่พึงปรารถนา, 3.การได้มาซึ่งแทนที่พึงปรารถนา, 4.การกระจายอำนาจที่พึงปรารถนา และ 5.แนวทางการปฏิรูปประเทศที่พึงปรารถนา และมีประเด็นที่ต้องการรับฟังความเห็นร่วมกัน คือ วิธีดำเนินการกับคนที่ทุจริตการเลือกตั้ง
 
          โดยก่อนเริ่มการรับฟังความเห็น นายอภิชาต สุขัคคานนท์ รองประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) คนที่สอง ให้สัมภาษณ์ถึงการเขียนบทบัญญัติว่าด้วยการปราบโกงเลือกตั้ง ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่า กรธ.พยายามวางมาตรการแก้ไข โดยเฉพาะการซื้อสิทธิ ขายเสียงเลือกตั้ง รวมถึงหามาตรการที่ส่งเสริมคนดีเข้าสู่วงการการเมือง เพราะหากได้คนดีเข้ามาทำหน้าที่แล้ว ปัญหาจะลดลง ขณะที่กลไกการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการป้องกันหรือปราบการทุจริตเลือกตั้งนั้น ตนมองว่าต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เพราะหากจะให้ กกต. รวมถึงเจ้าหน้าที่ กกต. ?ที่มีเพียง 2,500 คนดูแลทั้งประเทศอาจไม่สามารถดำเนินการได้ อย่างไรก็ตามรายละเอียดต่อประเด็นดังกล่าวทางกรธ.จะกำหนดไว้ในกฎหมายประกอบที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยหลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติแล้ว กรธ.จะมีหน้าที่ยกร่างกฎหมายประกอบที่เกี่ยวข้อง
 
          นายอภิชาต กล่าวถึงการกำหนดว่าด้วยที่มาของ กกต. และคุณสมบัติของ กกต. ว่าจะเป็นไปตามรูปแบบเดิมที่เคยกำหนดไว้ แต่จะปรับเปลี่ยนเรื่องจำนวนของ กกต. ที่ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จะให้มี 9 คน ซึ่งของเดิมจะมีเพียง 5 คน ส่วนการทำงานนั้น เบื้องต้นกรธ.ได้พิจารณาแล้วว่า กกต.ไม่ควรแยกงานหรือแบ่งฝ่ายกันทำงาน ควรทำงานร่วมกันในรูปแบบของบอร์ดบริหารมากกว่าเป็นฝ่ายบริหารของสำนักงาน