ข่าว

หนังเรื่องเก่าฉายซ้ำ 'ขอนแก่นโมเดล' ป่วนเมือง

หนังเรื่องเก่าฉายซ้ำ 'ขอนแก่นโมเดล' ป่วนเมือง

29 พ.ย. 2558

เรื่องเล่าข่าวดัง : หนังเรื่องเก่าฉายซ้ำ 'ขอนแก่นโมเดล' ป่วนเมือง : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม

 
                     การควบคุมตัว จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ อดีตตำรวจตระเวนชายแดน และนายณัฐพล ณวรรณ์แล ก่อนขยายผลจับกุมนายวัลลภ บุญจันทร์ และนายพาหิรัณ กองคำ ซึ่งเป็น 4 ใน 9 ผู้ต้องหาคดีความผิดตามมาตรา 112 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กลายเป็นที่สนใจของสังคมอีกครั้ง โดยการควบคุมตัวครั้งนี้ถูกนำไปผูกโยงกับกรณี “ขอนแก่นโมเดล” เมื่อกลางปี 2557 ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่าคนกลุ่มนี้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มคนเสื้อแดง 
 
                      โดยเฉพาะ จ.ส.ต.ประธิน ที่ถูกกล่าวหาในเวลานั้นว่า เป็นระดับแกนนำกองกำลังที่เตรียมการก่อเหตุความรุนแรงใน จ.ขอนแก่น เพื่อจุดชนวนให้กลุ่มผู้ร่วมแนวคิดก่อเหตุรุนแรงตามในจังหวัดอื่นๆ ของภาคอีสาน และหวังผลให้ลุกลามออกไปทั่วประเทศ
 
                      การควบคุมตัว จ.ส.ต.ประธิน และพวกรอบนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความปั่นป่วนของรัฐบาล และกองทัพ หลังมีกระแสเรียกร้องให้มีการตรวจสอบกรณีความไม่ชอบมาพากลในโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ซึ่งมีคนใกล้ชิดของ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม หลายคนถูกดำเนินคดี มีการตั้งคำถามพาดพิงไปถึงอดีตผู้นำกองทัพรายนี้ในฐานะประธานมูลนิธิราชภักดิ์ จึงเกิดคำถามตามมาว่า “ขอนแก่นโมเดล” รอบนี้เป็นหนังม้วนเก่าที่นำกลับมาฉายซ้ำเพื่อกลบกระแสกรณีความไม่ชอบมาพากลในโครงการ “อุทยานราชภักดิ์” หรือไม่
 
                      ข้อสงสัยถูกตั้งคำถามโดย นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความคดีขอนแก่นโมเดล ที่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนทั้งไทยและสื่อต่างประเทศ โดยระบุว่า ได้สอบถามผู้ต้องหา 4 ใน 9 คนแล้วได้รับการปฏิเสธตรงกันว่าไม่ได้ทำตามที่ถูกกล่าวหา มีการตั้งคำถามกลับมาด้วยว่า จ.ส.ต.ประธิน กำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ และอายุ 60 ปี แล้วไม่มีรายได้ จึงไม่น่ามีศักยภาพพอในการคิดทำการใหญ่ ขณะที่ผู้ต้องหาบางรายถูกควบคุมตัวในเรือนจำในความผิดคดีอื่น ไม่สามารถเข้าถึงการสื่อสารต่างๆ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ได้
 
 
หนังเรื่องเก่าฉายซ้ำ 'ขอนแก่นโมเดล' ป่วนเมือง
 
 
                      แต่ในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่นำโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ในวันที่รับตัว จ.ส.ต.ประธิน และนายณัฐพล จากฝ่ายทหาร ยืนยันว่า ทหารพบพฤติกรรมการสื่อสารผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ตระเตรียมก่อเหตุวุ่นวายใน กทม. ประทุษร้ายคนสำคัญเป็นผู้นำทางการเมือง 2 ราย ในงานสำคัญ และยังพบว่ามีการโพสต์ข้อความในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ถือเป็นภัยความมั่นคง
 
                      พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช หนึ่งในคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดี 112 แถลงยืนยันว่า จ.ส.ต.ประธิน และนายณัฐพล อยู่ในกลุ่มที่ร่วมกันหมิ่นสถาบันฯ โดยมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มขอนแก่นโมเดล ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีเมื่อปี 2557 โดย จ.ส.ต.ประธิน เคยถูกจับกุมเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ก่อนขยายผลจับกุมเครือข่ายได้ รวม 26 คน ซึ่งพบว่ามีแนวคิดก่อการร้าย ซ่องสุมกำลังพล อาวุธ พร้อมจะยึดค่ายทหาร ตำรวจและหน่วยราชการ มีการตรวจค้นพบครอบครองอาวุธปืน อาวุธสงคราม กระสุนปืน วัตถุระเบิด มีการส่งข้อความทั้งในเฟซบุ๊ก แอพพลิเคชั่นไลน์ และเว็บไซต์ยูทูบ ในกลุ่มเครือข่ายหมิ่นสถาบันฯ
 
                      พฤติการณ์คือร่วมกันวางแผน ตระเตรียมสะสมอาวุธ กำลังพล เพื่อต่อต้านปฏิวัติรัฐประหาร โดยใช้วิธีการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก่อให้เกิดความเสียหาย และความปั่นป่วนในหมู่ประชาชน ครั้งนั้น พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ขณะยังเป็นรองผบ.ตร.และพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ขณะรักษาราชการแทน ผบช.ภ.1 เป็นหัวหน้า และรองหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ มีความเห็นสั่งฟ้องในข้อหา สมคบกันเพื่อก่อการร้าย มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อนุญาตให้ได้ มีวัตถุระเบิด ยุทธภัณฑ์ ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ส่งพนักงานอัยการศาลทหารเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2557 และอัยการสั่งฟ้องเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2557 โดยขณะคดีอยู่ในชั้นศาลผู้ต้องหาได้ประกันตัวออกไป
 
                      พล.ต.ต.ชยพล ระบุว่า คสช. ตรวจพบว่า จ.ส.ต.ประธิน ยังคงเคลื่อนไหวในพฤติการณ์เดิมๆ โดยร่วมกับ นายณัฐพล ณวรรณ์เล นายพิษณุ พรหมสร นายวัลลภ บุญจันทร์ นายฉัตรชัย ศรีวงษา นายมีชัย ม่วงมนตรี นายธนกฤต ทองเงินเพิ่ม นายวีรชัย ชาบุญมี และนายพาหิรัณ กองคำ ร่วมกันส่งข้อความอันหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ผ่านทางโซเชียลมีเดีย ทั้งแอพพลิเคชั่นไลน์ เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ และยูทูบ มีแนวคิดเตรียมก่อเหตุรุนแรงโดยมีการปรึกษาหารือกันในการตระเตรียมอาวุธที่จะนำเข้ามาก่อเหตุในช่วงเทศกาลและกิจกรรมสำคัญต่างๆ ในหลายพื้นที่ โดยมีผู้สั่งการเชื่อมโยงเครือข่ายในต่างประเทศ
 
 
หนังเรื่องเก่าฉายซ้ำ 'ขอนแก่นโมเดล' ป่วนเมือง
 
 
                      “จ.ส.ต.ประธิน มีแนวคิดเรื่องการสร้างโมเดลขึ้นมาที่เรียกว่าขอนแก่นโมเดล มีแนวคิดแบ่งเป็นขั้นตอนในการดำเนินการ มีการสะสมบุคคล สะสมอาวุธ มีการวางแผน ซึ่งเมื่อเกิดการทำรัฐประหารหรือสิ่งที่เขาเชื่อว่าไม่ถูกต้องก็จะใช้กำลังคนและอาวุธที่เขารวบรวมอยู่เข้ายึดค่ายทหาร ค่ายตำรวจ ขณะที่นายนายณัฐพล ทำหน้าที่ในการจัดหาอาวุธสำหรับเตรียมการไปก่อเหตุ ซึ่งการจับกุมดำเนินคดีครั้งนี้ เขาได้เตรียม อาวุธ เอาไว้เพื่อส่งมอบให้แก่ จ.ส.ต.ประธิน นำไปใช้ก่อเหตุรุนแรง โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทหารและตำรวจได้เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านของนายวีรชัย 1 ใน 9 ผู้ต้องหา พบอาวุธของกลางจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันระหว่าง นายณัฐพล และ นายวีรชัย โดยเป็นการจัดหาอาวุธร่วมกัน ทั้งนี้ มีข้อมูลชัดเจนว่า นอกจาก จ.ส.ต.ประธินแล้ว ยังมี นายมีชัย นายธนกฤต และนายพาหิรัณ รวมแล้ว 4 คน ที่เป็นผู้ต้องหาอยู่ในกลุ่มขอนแก่นโมเดลในปี 2557” พล.ต.ต.ชยพล กล่าว
 
                      การควบคุมตัว จ.ส.ต.ประธิน และนายณัฐพล เกิดขึ้นโดยฝ่ายทหารตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน เมื่อควบคุมตัวครบ 7 วันแล้วจึงนำตัวมาส่งตัวให้แก่ตำรวจดำเนินคดี โดยการควบคุมตัวถูกระบุว่าเกิดขึ้นที่ จ.ขอนแก่น ส่วนการควบคุมตัวนายวัลลภ และนายพาหิรัณ เกิดขึ้นที่ จ.บึงกาฬ และ จ.ขอนแก่น ซึ่งเกิดขึ้นภายใต้การนำของฝ่ายทหารเช่นกัน 
 
                      ก่อนข่าวคราวเครือข่ายขอนแก่นโมเดล กลุ่มนี้จะถูกเปิดเผย พล.ต.อ.จักรทิพย์ มีคำสั่งให้ย้าย พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผบช.ส. ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โดยตอบคำถามสื่อมวลชนว่า ต้องการให้รับผิดชอบงานสำคัญด้านการข่าวที่กว้างขึ้น แต่ในแวดวงตำรวจเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นเพราะผู้นำตำรวจไม่พอใจงานด้านการข่าวที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ พล.ต.ท.รอย นั่งแท่นผู้นำอยู่ ไม่ระแคะระคาย เรื่องนี้มาก่อนหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้ยิ่งสร้างความเคลือบแคลงสงสัย
 
                      พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนความผิดตามมาตรา 112 ยืนยันว่า กรณีนี้เป็นการสืบสวนทราบมาแล้วจาก คสช. ว่าอาจจะมีการก่อเหตุหรือไม่ประสงค์ดีต่อชาติบ้านเมือง ไล่ตรวจสอบแอพพลิเคชั่นไลน์และไล่หลักฐานไปปรากฏว่าเป็นคนกลุ่มนี้ โดย จ.ส.ต.ประธิน ก็ถูกนำตัวไปค้นบ้านและพบหลักฐานจนไปสู่การออกหมายจับและก็ถูกควบคุมตัว
 
 
หนังเรื่องเก่าฉายซ้ำ 'ขอนแก่นโมเดล' ป่วนเมือง
 
 
                      “ส่วนก๊วนของเขาก็เป็นกลุ่มเดิมที่มาตั้งแต่ถนนอักษะไล่ไปขอนแก่นโมเดลจนถึงปัจจุบันนี้ จากการตรวจสอบบ้านของผู้ที่ถูกออกหมายจับ บางบ้านก็พบอาวุธพร้อมกระสุน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางทหารดำเนินการสืบสวนต่อเนื่องเพื่อขยายผลในการยึดอาวุธต่อไป ขณะนี้เพียงการสอบสวนเบื้องต้น ข้อมูลที่ทหารส่งมา ต้องบอกว่าเขายืนยันหรือว่าพาดพิงว่ากระทำผิดจริง โดยทางกองทัพได้ตรวจสอบดูหลักฐานแล้วประกอบคำรับ มันมีหลักฐานจริง พฤติกรรมคือทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย จะเอาชีวิตใครได้หรือไม่บอกได้เพียงว่าเป็นกลุ่มที่มีอาวุธ สามารถเกิดอะไรขึ้นได้ทั้งนั้น ส่วนเป้าหมายคืออะไรยังไม่ทราบต้องรอสอบสวน เขาอาจจะมีเป้าหมายหรือไม่ก็ได้ ไม่ทราบ รู้แค่ว่ามีอาวุธ กลุ่มนี้มีศักยภาพพอที่จะก่อเหตุต่อค่ายทหาร ที่ตั้งตำรวจ ทำรุนแรงได้มากแค่ไหนผมคงตอบไม่ได้ ขึ้นอยู่กับที่ว่าจะก่อเหตุที่ค่ายเล็กหรือค่ายใหญ่ แต่จากการสืบสวนสำนวนขอนแก่นโมเดลเดิม ปรากฏว่ากลุ่มนี้มีอาวุธอยู่ในครอบครองจำนวนมาก จึงแสดงว่ากลุ่มนี้เตรียมจะก่อเหตุวุ่นวายขึ้นแน่นอน และคาดว่าเพียงพอต่อการประสงค์ร้ายต่อบุคคลสำคัญ เพราะเขามีอาวุธ อย่างไรก็ดีวิธีก่อเหตุมีมากมาย ก่อเหตุคนเดียวก็ได้พบประวัติตั้งแต่เหตุการณ์ถนนอักษะปี 56-57 แต่ยังตอบไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมือง” พล.ต.อ.ศรีวราห์ ตอบคำถามต่อนักข่าวในวันแถลง
 
                      พร้อมกับยืนยันด้วยว่า การสืบสวนของสำนวนเดิมมีการกระทำผิดจริง แต่จะป่วนหรือไม่นั้น เหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้นเลยตอบไม่ได้ แต่มีอาวุธก็ถือว่าเป็นเหตุแล้ว มีข้อมูลหลักฐานชัด มีพฤติการณ์ชัดในสำนวนไม่เช่นนั้นศาลไม่อนุมัติหมายจับหรอก ส่วนข้อมูลการประสานติดต่อกันทางแอพพลิเคชั่นไลน์ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเข้าข่ายความผิด 112 จากนี้ต้องรอเจ้าหน้าที่ทหารส่งพยานหลักฐานทุกอย่างรวมทั้งอาวุธที่ยึดได้มาให้พนักงานสอบสวนก่อน จึงจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมได้ ตอนนี้เป็นเพียงการสกัดกั้นเหตุการณ์ไว้ก่อน 
 
                      ที่น่าสังเกตหลังการควบคุมตัว 4 ใน 9 ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โยงกลุ่มขอนแก่นโมเดลรอบนี้ แกนนำ นปช.หลายคนออกมาเคลื่อนไหววิพากษ์วิจารณ์ มีการนัดหมายรวมตัวกันไปยังอุทยานราชภักดิ์ ในทำนองกดดันให้มีการตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลในประเด็นทุจริต
 
                      ฤา...หนังเรื่องเก่าฉายซ้ำ...“ขอนแก่นโมเดล”...ป่วนเมือง?
 
 
 
---------------------
 
(เรื่องเล่าข่าวดัง : หนังเรื่องเก่าฉายซ้ำ 'ขอนแก่นโมเดล' ป่วนเมือง : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม)