ข่าว

‘บิ๊กป้อม’ตั้ง‘พล.อ.ชัยชาญ’ปธ.สอบ‘ราชภักดิ์’

‘บิ๊กป้อม’ตั้ง‘พล.อ.ชัยชาญ’ปธ.สอบ‘ราชภักดิ์’

27 พ.ย. 2558

‘พล.อ.ประวิตร’ ตั้ง ‘พล.อ.ชัยชาญ’ เป็นปธ.ตรวจสอบ ‘อุทยานราชภักดิ์’ เน้นสืบหาข้อเท็จจริงรายบุคคล หากพบผิดส่ง ‘ป.ป.ช.-สตง.’ จัดการ ย้ำไม่กลัวตกเป็นเป้าถูกปองร้าย

 
      27 พ.ย. 2558 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบิน1 จ.นครราชสีมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ได้ลงนามเซ็นแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์ ไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ โดยมอบ ให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ซึ่งไม่ได้ตั้งกรอบเวลาในการทำงาน ให้คณะกรรมการดำเนินการไป ตรงไหนเป็นประเด็น ก็ตรวจสอบ ความจริงเรื่องอุทยานราชภักดิ์ มีการตรวจสอบสวนอยู่แล้ว ทั้งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา
 
      “คณะกรรมการตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์ ที่กระทรวงกลาโหมตั้งขึ้นมา เพื่อไปดำเนินการ ดูว่า ตรงไหนมีปัญหาและ สืบหาข้อเท็จจริง และอะไรที่ทางคณะกรรมการตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์ ของกองทัพบก ตรวจสอบแล้วมีประเด็น ก็จะดำเนินการสืบต่อ แต่เน้นเป็นบุคคล เพราะโครงการราชภักดิ์เคลียร์แล้ว ไม่มีอะไรแล้ว แต่ตรงไหนเกี่ยวกับบุคคลจะไปดู” พล.อ.ประวิตร กล่าว
 
      ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ สตง.ออกมาระบุว่า การจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ มีการใช้งบกลาง 63 ล้านบาท พล.อ.ประวิตร กล่าวว่างบกลางมีไว้สนับสนุนทุกหน่วยงาน ตรงไหนมีปัญหาก็เอางบกลางไปใช้ได้ แต่งบกลางตรงนี้ไม่ได้เข้าอยู่ในโครงการอุทยานราชภักดิ์ หรืออาจเกี่ยวกับพื้นที่ที่จัดสร้างซึ่งเป็นพื้นที่ของกองทัพบก ทางกองทัพบกก็ดำเนินการไป ยืนยันว่าทางรัฐบาลให้งบกลางกับทุกหน่วยงาน ไม่ว่าใครจะขออะไร ไม่ใช่เฉพาะโครงการราชภักดิ์
 
      เมื่อถามว่า จะตรวจสอบบุคคลถึงระดับใด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตรงไหนที่ปัญหายังไม่รู้ ซึ่งคณะกรรมการที่ตนตั้งขึ้นมา ไม่ได้มาตรวจสอบเพื่อจะลงโทษใคร เพราะมีคณะกรรมการข้างนอกตรวจสอบอยู่แล้ว แต่คณะกรรมการชุดของกระทรวงกลาโหม ตรวจสอบเพื่อหาข้อเท็จจริงในการดำเนินการในโครงการนี้ของแต่ละบุคคล หากพบมีความผิดก็ส่งให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. - สตง.ดำเนินการต่อไป ส่วนจะตรวจสอบถึงใครบ้างยังไม่รู้ รอให้คณะกรรมการตรวจสอบได้ทำงานก่อน ขอให้ใจเย็นๆ ไม่ต้องเร่งรีบ และตนคิดว่าโครงการอุทธยานราชภักดิ์ ควรจะจบได้แล้ว และตนจะตอบวันนี้เป็นวันสุดท้าย ต่อไปจะไม่ตอบแล้ว
 
      เมื่อถามว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ต้องมาให้ข้อมูลหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ทราบ เดี๋ยวให้เค้าว่าไป ซึ่งยืนยันคณะกรรมการชุดของกระทรวงกลาโหม ไม่เกี่ยวกับชุดที่กองทัพบกตั้งขึ้น เป็นการตรวจสอบคนละเรื่องกัน
 
 
‘ไพบูลย์’แจงตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์  
 
      พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  กล่าวถึงการตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์  โดยยืนยันว่าที่ผ่านมาคณะกรรมการตรวจสอบของกองทัพบกดำเนินการเป็นการตรวจสอบภายในหน่วยงานแล้วขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตั้งกรรมการสอบเป็นการตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอกในฐานะผู้บังคับบัญชากองทัพบก ขณะเดียวกันศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.)ซึ่งเป็นหน่วยอิสระก็ทำการตรวจสอบคู่ขนานอีกทางหนึ่ง  ดังนั้น ถือว่าเรื่องนี้ไม่มีการละเลย  แต่ตรวจสอบอย่างเป็นขั้นตอนตามปกติไม่ใช่เพื่อลดกระแสกดดัน  แต่ขอให้รอผลสอบซึ่งต้องใช้ระยะเวลาสักระยะ  เร่งรัดมากไม่ใช่เรื่องดี เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบุคคลหากไม่รอบคอบก็จะไม่เป็นธรรมกับบุคคลที่ถูกกล่าวหา                      
 
      เบื้องต้นตนได้รับรายงานสำนักงานการตรวจเงินแผ่น(สตง.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามดารทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.)โดยทั้ง 3 หน่วยงานให้ข้อมูลตรงกันว่ามีการใช้งบหลวงกว่า 60 ล้านบาท ในการสร้างจริง ส่วนที่ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) แถลงว่าไม่มีการใช้งบหลวงนั้น ส่วนตัวเข้าใจว่าเป็นการตรวจในส่วนตั้งแต่การเริ่มสร้างอุทยานที่เป็นงบบริจาคแต่งบหลวงที่ใช้เป็นการใช้ปรับพื้นที่กองทัพก่อนส่งมอบให้สร้างอุทยานซึ่งเป็นคนละส่วนกัน                                  
 
      พล.อ.ไพบูลย์  กล่าวต่อว่า ต้องขอทำความเข้าใจกับประชาชน ให้แยกแยะเรื่องอุทยานราชภักดิ์ ในเรื่องทุจริตและความผิดมาตรา 112  ว่าเป็นคนละส่วนกัน เพียงแต่อาจมีกลุ่มคนกลุ่มเดียวกันเข้าไปเกี่ยวข้อง การทุจริตที่คาดว่าใช้เงินไม่ถูกต้องเป็นเรื่องหน่วยงานที่ต้องสะสาง ส่วนการแอบอ้างและมีความผิด ม. 112 เป็นเรื่องส่วนบุคคล ดังนั้น. การตรวจสอบของศอตช. และกระทรวงกลาโหม จะตรวจเฉพาะการใช้งบประมาณ ไม่เกี่ยวกับคดี ม.112                         
 
      “มีความพยายามผูกโยงเรื่องนี้เข้ากับเรื่องการเมือง โดยมีกลุ่มการเมืองนำไปเป็นประเด็นให้ผูกพันกับคสช.รัฐบาลและทหาร. ปัญหาทุจริตเป็นเรื่องยากที่จะ ปราบได้หมดทุกกรมก็มักพบการใช้งบฯไม่ถูกต้อง แต่หน่วยงานนั้น ๆ ต้องไปตรวจสอบ” รมว.ยุติธรรม กล่าว
 
 
‘บิ๊กป้อม’ ยันไม่เพิ่มรปภ. หลังมีข่าวตกเป็นเป้าถูกปองร้าย
 
 
      พล.อ.ประวิตร กล่าวถึง ความคืบหน้าในการเร่งติดตามผู้บงการป่วน กทม.ว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการอยู่ สอบสวนถึงใคร ก็ดำเนินการ
 
      เมื่อถามว่า ในฐานะที่ตกเป็นเป้าถูกปองร้าย เพิ่มการรักษาความปลอดภัยให้กับตัวเองหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คงไม่เข้มข้นอะไร ตนไม่ได้ทำร้ายใคร มีหน้าที่ทำงานเพื่อประเทศชาติ ประชาชน ดังนั้นจะไปขัดแย้งกับใคร ใครจะมาทำอะไรตน ตนไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย
 
      ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ท่านเป็นแกนนำหลักของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่ใช่แกนหลัก เป็นเพียงรองนายกฯ คนที่ตัดสินใจและรับผิดชอบคือ นายกรัฐมนตรี เพียงแต่ตนต้องร่วมรับผิดชอบกับนายกฯ
 
      เมื่อถามย้ำว่า ตกเป็นเป้าหมายทั้งคู่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่เป็นไร เป้าหมายก็เคลื่อนที่ไปมาได้ ไม่อยู่กับที่ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตุว่า เป็นการกุข่าวเพื่อต้องการกลบเรื่องอุทธยานราชภักดิ์ นั้น จะไปกลบกระแสอะไร
 
 
‘พล.อ.ประวิตร’ ร่วมชมแสดงโชว์บินผาดแผลง ‘ไทย-จีน’
 
 
      ที่กองบิน1 จ.นครราชสีมา พล.อ.ประวิตร พร้อมด้วย พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ และตัวแทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ เอกอัคราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ร่วมงานการแสดงการบินผาดแผลงของเครื่องบินขับไล่ Gripen และ F-16 จากกองทัพอากาศ ไทยและหมู่บินผาดแผลง จากกองทัพอากาศสาธารณรัฐประชาชนจีน August1st Aerobatic team เนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน
 
      ทางกองทัพอากาศสาธารณรัฐประชาชนจีน จัดการบินผาดแผลงของหมู่บินAugust1st Aerobatic team ทำการบินด้วยเครื่องบินขับไล่แบบ Chengdu J-1นำโดย พล.อ.ท.สวี อัน เสียง ผู้บัญชาการกองกำลังทางอากาศภาคทหารกว่างโจว พล.อ.ต.เฝิง อ้าย ว่าง รองเสนาธิการกองกำลังทางอากาศภาคทหารปักกิ่ง นักบินผาดแผลงหญิงจาก August1st Aerobatic team เรืออากาศหญิง เถา เจี่ย ลี่ และ เรืออากาศหญิง หยู ซวี่ ขณะที่กองทัพอากาศไทย จัดการบินผาดแผลงของเครื่องบินขับไล่ Gripen และ F-16
 
      โดยมี พล.อ.ท. ภานุพงศ์ เสยยงคะ เจ้ากรมยุทธการทหารอากาศ พร้อมด้วย น.อ.ชานนท์ มุ่งธัญญา รองผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารอากาศ โดยมี น.อ.ระวิน ถนอมสิงห์ ผู้บังคับการกองบิน1เป็นผู้ทำการบินกับเครื่องบินขับไล่F16 น.ท.ณัฏฐวุธ ดวงสูงเนิน ผู้บังคับฝูงบิน 701 เป็นผู้ทำการบินกับเครื่องบินขับไล่ Gripen โดยมีประชาชนใน จ.นครราชสีมา ให้ความสนใจและเดินทางมารับชมการแสดงเป็นจำนวนมาก
 
      หลังจากนั้น พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ กองทัพอากาศสาธารณรัฐประชาชนจีนมาฝึกร่วมกับกองทัพอากาศไทย เพื่อฉลองครบรอบ 40 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน เขาบินมาไกลหลาย2-3พันไมล์ และออกค่าใช้จ่ายเองทุกอย่างเพราะตั้งใจมา รวมทั้งใกล้ถึงวันวันเฉลิมพระชนพรรษา 88 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 5 ธ.ค.นี้ด้วย ตนจึงมาร่วมงาน ทั้งนี้กองทัพไทยกับกองทัพและกองทัพสาธารณประชาชนจีนมีการฝึกร่วมทางทหารตั้งแต่4-5ปีที่ผ่านมาแต่กองทัพอากาศไทยถือเป็นครั้งแรกที่ได้ฝึกร่วม
 
      “ การฝึกร่วมดังกล่าว ไม่ใช่ไทยจะใกล้ชิดเฉพาะสาธารณรัฐประชาชนจีน ไทยใกล้ชิดกับทุกประเทศ เราเป็นกลาง เราต้องคบทั้งนั้น บ้านเราเป็นประเทศกสิกรรม อุตสาหกรรม เพียงแต่มีความล้าหลังกว่า สาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งทางนายกรัฐมนตรีก็รีบดำเนินการทุกอย่าง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เรามีการประสานงานกับสาธารณรัฐประชาชนจีนอยู่แล้วทั้ง การผลิตปืนใหญ่ เครื่องกระสุน และในอนาคตทำเพิ่มมากขึ้น”พล.อ.ประวิตร กล่าว
 
      เมื่อถามว่า จะมีความร่วมมือด้านทหารอื่นหรือไม่ เช่น การฝึกมินิคอบร้าโกล์ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่ได้คิด อย่างำรก็ตามในเดือนหน้า ทางกองทัพอากาศไทยก็จะฝึกร่วมกับกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ซึ่งจะมีเครื่องบินมาร่วมการฝึกมากกว่าของจีน