ข่าว

 ปฏิรูปอัยการ

ปฏิรูปอัยการ

27 พ.ย. 2558

ปฏิรูปอัยการ : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น

            ที่ผ่านมา เกิดข่าวในเชิงลบเกี่ยวกับอัยการ ออกสู่สาธารณะอยู่บ่อยครั้ง เช่น ข่าวการดำเนินคดีอาญาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขัดแย้งกับพนักงานอัยการและสูญเสียเวลาไปเป็นอันมาก กระทั่ง ป.ป.ช.ต้องฟ้องคดีเอง และหลายคดีสุดท้ายศาลตัดสินให้ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นโจทก์เป็นฝ่ายชนะคดี โดยที่อัยการผู้เกี่ยวข้องในการฟ้องคดีโดยตรง ไม่ยอมฟ้องคดีและไม่เคยต้องรับผิดชอบใดๆ เลย

            รวมทั้งการที่อัยการเข้าไปเป็นกรรมการของรัฐวิสาหกิจ ทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนขึ้น​

            ดังนั้น จะต้องห้ามเด็ดขาดไม่ให้พนักงานอัยการเข้าไปดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน ในกรณีที่รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐมีปัญหาทางกฎหมาย ก็ให้ไปปรึกษาหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

            และเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด คนใหม่ ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ถึงนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพื่อเสนอแนะเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับองค์กรอัยการ โดยมีเนื้อหาหลายประเด็นที่น่าสนใจ อาทิ

            -องค์กรอัยการควรเป็น “องค์กรตามรัฐธรรมนูญ” เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 โดยมีเหตุผล คือ เพื่อให้ปลอดจากการแทรกแซงทางการเมือง โดยเฉพาะจากฝ่ายบริหารหรือรัฐบาล ทั้งการแทรกแซงด้านการบริหารองค์กร บริหารงานบุคคล บริหารงบประมาณ และด้านอื่นๆ อีกทั้งอัยการสูงสุด มีอำนาจหน้าที่หลายประการตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เช่น การฟ้องคดีอาญานักการเมืองต่อศาลฎีกา จึงต้องเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญและต้องเป็นอิสระจากรัฐบาล

            ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงควรมีบทบัญญัติเกี่ยวกับองค์กรอัยการในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า “องค์กรอัยการ เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ มีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปโดยยุติธรรม ตามหลักนิติธรรม ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย”

            -ข้าราชการอัยการต้องไม่เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจ หรือกิจการอื่นของรัฐในทำนองเดียวกัน หรือห้างหุ้นส่วนบริษัท ไม่เป็นที่ปรึกษาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือดำรงตำแหน่งใดในลักษณะเดียวกัน ทั้งต้องไม่ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ หรือกระทำกิจการใดอันเป็นการกระทบกระเทือนถึงการปฏิบัติหน้าที่ หรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ของข้าราชการอัยการ

            - ให้พนักงานอัยการมีอำนาจสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวน

            - คำสั่งชี้ขาดเกี่ยวกับคำสั่งไม่ฟ้อง ถอนฟ้อง ไม่อุทธรณ์ฎีกาหรือถอนอุทธรณ์ ฎีกาของอัยการสูงสุด ต้องแสดงเหตุผลประกอบการมีคำสั่ง รวมทั้งต้องให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถเข้าถึงเหตุผลของคำสั่งดังกล่าวได้ง่ายและถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ ต้องให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงเหตุผลของคำสั่งได้ด้วย

            -การโยกย้าย การเลื่อนเงินเดือน การเลื่อนตำแหน่ง และการลงโทษทางวินัยของข้าราชการอัยการ ต้องมีหลักประกันความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่

            - ให้มี “คณะกรรมการ” ซึ่งเป็นองค์กรบริหารงานบุคคลของข้าราชการอัยการเพื่อเป็นหลักประกันความเป็นอิสระ โดยประธานกรรมการต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากข้าราชการอัยการ แต่ต้องไม่เป็นข้าราชการอัยการ และไม่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

            - องค์กรอัยการ มีหน่วยธุรการที่มีอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ

            ถึงเวลาปฏิรูปอัยการกันเสียที