ข่าว

สานต่อ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง สมการความสำเร็จ'อนัฆ นวราช'

สานต่อ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง สมการความสำเร็จ'อนัฆ นวราช'

27 พ.ย. 2558

สานต่อ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง สมการความสำเร็จ'อนัฆ นวราช' : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดย - ธานี กุลแพทย์

            มีนักธุรกิจเลือดใหม่ในเมืองไทยไม่กี่ราย ที่เข้ามาช่วยสานต่อธุรกิจครอบครัวพร้อมต่อยอด ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงสิ่งที่มีอยู่ มุ่งมั่นขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก บนพื้นฐานที่เป็นธรรมจนประสบผลสำเร็จ เฉกเช่นดั่ง จีเอ็มหนุ่มทายาทรุ่นที่สาม โรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์ “อนัฆ นวราช” ผูู้สร้างสรรค์แบรนด์ “ปฐม” ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ที่กำลังถูกพูดถึงในแวดวงคนรักสุขภาพอย่างกว้างขวาง

            แม้ครอบครัวจะประกอบธุรกิจโรงแรม แต่ความฝันของ อนัฆ นวราช หรือฟี่ ในวัย 34 ปี กลับไม่มีธุรกิจนี้อยู่ในหัวเลย เห็นได้จากเขาตัดสินใจเลือกเรียนต่อปริญญาตรี ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ก่อนจะบินไปต่อปริญญาโทด้านการถ่ายรูปที่ Pratt Institute USA New York

            ก่อนจะบินกลับประเทศไทย อนัฆ เคยเป็นช่างภาพ เป็นอาจารย์สอน ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันนอกจากหน้าที่ที่ต้องดูแลงานประจำแล้ว ยังเป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ และเตรียมตัวเป็นอาจารย์สอนพิเศษ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ในปีการศึกษาหน้าด้วย

            “ถ้าถามว่าที่ผ่านมา ผมชอบบทบาทไหนมากที่สุด ผมชอบช่างภาพ และรักการถ่ายรูปมากที่สุดครับ" นั่นเป็นคำบอกกล่าวของฟี่ ทว่า เมื่อกลับมาถึงเมืองไทย ก็ต้องมาช่วยธุรกิจครอบครัวร่วมกับพี่ชายและญาติ ทำได้ระยะหนึ่งเขาก็แตกยอดจากผลิตภัณฑ์สามพราน มาสู่แบรนด์ “ปฐม” ทั้งๆ ที่ตัวเขาเองไม่มีความรู้เรื่องผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ และการสร้างแบรนด์เลย

            ด้วยพี่ชายทำโครงการสามพรานโมเดล โดยส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกวัตถุดิบพืช ผัก ผลไม้อินทรีย์ให้แก่โรงแรม ก็เลยคิดต่อไปว่าเมื่อพื้นฐานทุกอย่างมีครบ มีสวนออแกนิกกว่า 30 ไร่ มีวัตถุดิบอินทรีย์ที่มีใบรับรองมาตรฐาน มีโรงงานผลิตเล็กๆ มีบุคลากรด้านนี้อยู่แล้ว จึงเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ปฐม ในเวลาต่อมา

            “จากที่ผมเป็นคนชอบเรื่องดีไซน์ การถ่ายรูปอยู่ก่อนแล้ว จึงคิดว่าทำไมเราไม่ดีเวลลอปแบรนด์ขึ้นมา ทั้งๆ ที่โรงแรมผลิตแชมพู สบู่ ไว้บริการแขกที่เข้าพักอยู่แล้ว ก็เลยเกิดเป็นแบรนด์ปฐม จากการรีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่ทำอยู่ด้วยนำมาปรับปรุงสูตรให้ดีขึ้น พัฒนาให้เป็นเนเจอรัลที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบอินทรีย์ที่เราปลูกเอง ซึ่งก็ได้กลายเป็นจุดขายสำคัญของแบรนด์ไปโดยปริยาย"

            ด้วยความพิถีพิถัน ตั้งแต่เรื่องชื่อ ดีไซน์ขวด โลโก้ รวมถึงสูตรที่ได้ด้านคุณภาพ คุณฟี่ยอมรับใช้เวลากว่าปีครึ่ง เพื่อผลิตสิ่งที่เขาคิดว่าดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค

            “ผมใช้เวลากับสิ่งที่ผมไม่ได้เรียนมามากเป็นพิเศษ เพื่อผลิตสิ่งที่ดีที่สุด เพราะการทำธุรกิจโซเชียล เอ็นเตอร์ไพรส์ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพเราทำเร็ว แบบขาดความรอบคอบไม่ได้ เพราะนั่นหมายถึงความน่าเชื่อถือ ที่เกี่ยวพันกับทุกภาคส่วน ถ้าต้องรอเพื่อให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุด ผมมักจะเลือกรอเสมอ”

            วันนี้แม้แบรนด์ “ปฐม” ซึ่งหมายถึง “จุดเริ่มต้น” ตั้งแต่วัตถุดิบอินทรีย์ที่ปลูกเองของเกษตรกรในโครงการสามพรานโมเดลที่ได้ใบรับรองมาตรฐานระบบอินทรีย์นานาชาติ (IFOAM) และผลิตภายใต้โรงงานที่มาตรฐานของตัวเองจะมีอายุแค่ปีเดียว แต่เสียงตอบรับผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ซึ่งมีราคาย่อมเยา ก็ดันยอดตัวเลขรายได้ให้เติบโตอย่างสม่ำเสมอ

            “ฟี่” อนัฆ บอกว่า ไม่รู้ว่าแบรนด์ของตนเองนั้นอยู่ระดับไหน เพราะที่ผ่านมา “ปฐม” ยังไม่เคยเปิดตัว หรือเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายที่อื่น นอกจากในโรงแรมสามพรานฯ สั่งผ่านทางโซเชียล และงานอีเวนท์ใหญ่ๆ แต่ตัวเลขการเติบโตที่ต่อเนื่องทุกไตรมาส ไตรมาสละ 20 เปอร์เซ็นต์ของปีที่ผ่านมา ทำให้มั่นใจและเชื่อมั่นว่าคุณภาพแบรนด์ปฐม เทียบเท่า หรือดีกว่าแบรนด์ดังๆ ในไลน์ธุรกิจเดียวกันแน่นอน

            “เหนืออื่นใดแบรนด์ของเราเป็นโมเดลธุรกิจโซเชียล เอ็นเตอร์ไพรส์ ครับ ตรงนี้เราสามารถสนับสนุนชุมชนที่เราอยู่ ทุกครั้งที่ต้องการสั่งวัตถุดิบ ผมจะโทรหาเกษตรกร จะมีการวางแผนผลิตร่วมกัน คือเราได้ทำงานกับเกษตรกรโดยตรง ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นธุรกิจที่ทำให้ชุมชน ผู้ประกอบการยั่งยืน และเป็นธรรมกว่าทำธุรกิจเพื่อหวังผลแค่กำไรเพียงอย่างเดียว”

            ตรงนี้ อนัฆยอมรับว่า น่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ “ปฐม” มีโอกาสค่อนข้างมาก นอกเหนือจากที่ผลิตเอง คอนโทรลเอง วัตถุดิบที่ได้มาตรฐาน ฉะนั้น การจะเติบโตจึงเป็นเรื่องไม่มีสถิติแม้ตลาดผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติในเมืองไทยวันนี้จะมีการแข่งขันกันสูงขึ้นก็ตาม

            วันนี้แบรนด์ “ปฐม” มีผลิตภัณฑ์กว่า 23 หมวด โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ Body Care และผลิตภัณฑ์ไทย มีตั้งแต่ ชมพู ชาวเวอร์เจลโลชั่น และก็มีผลิตภัณฑ์ไทยๆ จำพวกยาหมอง ยาดม บาล์ม เท้า น้ำมันไพล น้ำมันพริก ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสปาก็มีน้ำมันนวด สครับ โดยผลิตภัณฑ์ไทย ที่มียอดจำหน่ายสูงสุด เป็นยาดม ส่วนในกลุ่ม Body Care ก็เป็นสบู่ เซรั่มบำรุงผม และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากกุหลาบมอญซึ่งมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ปฐมที่โรงแรมสามพรานฯ ปลูกเอง

            นอกจากเตรียมเปิดร้านย่านใจกลางทองหล่อ และลุยทำการตลาดโซเชียลแล้ว สำหรับปีหน้า “ปฐม” จะขยับมาทำผลิตภัณฑ์อินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์โดยที่ไม่ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ เพื่อจับกลุ่มพรีเมียมไลน์ อีกกลุ่มหนึ่งด้วยขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาฐานกลุ่มลูกค้ากลุ่มเดิมไว้

            “เราไม่ได้คาดหวังว่าแบรนด์ของเราจะต้องขายคนที่มีกำลังซื้อเท่านั้น แต่เราต้องการเป็นแบรนด์ที่ขายของราคากลางๆ แต่คุณภาพเทียบเท่าแบรนด์ชั้นนำ เพราะต้องการให้ผู้บริโภคซื้อไปใช้ได้ทุกวัน ไม่ใช่ซื้อให้เฉพาะวาระพิเศษเท่านั้น” ฟี่ กล่าว

            สำหรับทิศทางด้านการตลาด อนัฆ บอกว่า ยังไม่ได้ทำตลาดมากนัก โดยปีที่ผ่านมาผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศรู้จักแบรนด์ปฐม ผ่านงานอีเวนท์ต่างๆ เช่นงาน เวิลด์ สปาอิมแพ็ค อาเซียน บิวตี้ ไบแทค และงานอื่นๆ แต่ตอนนี้กำลังเริ่มสร้างร้านของตัวเองที่ย่านทองหล่อ 23 เป็นแฟล็กชิพสโตร์ ประมาณปฐม ไลฟ์สไตล์ สโตร์ ซึ่งเป็นร้านของปฐม ภายในร้านจะจำหน่ายทั้งผลิตภัณฑ์อินทรีย์และมีส่วนผักเล็กๆ วันเสาร์อาทิตย์จัดอีเวนท์เพื่อเนรมิตให้เป็นคอมมูนิตี้ของคนเมืองที่รักสุขภาพ

            ปฏิเสธไม่ได้ว่าความโดดเด่นของตัวแบรนด์ ทั้งภาพลักษณ์ภายนอก และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ รวมถึงรูปแบบการทำธุรกิจที่เป็นธรรมต่อเกษตรกร สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ทำให้อัตราการเติบโตหนึ่งปีที่ผ่านมาเกินหลักล้าน แม้เจ้าของแนวคิดจะไม่ได้ตั้งเป้าผลักดันแบรนด์ให้ติดอันดับผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติอันดับใดอันดับหนึ่งก็ตาม ทว่า ก็คาดหวังปีหน้ารายได้น่าจะมากกว่าปีแรกถึง 2 เท่าตัว

            น่าจะพอบอกได้ว่าแบรนด์ปฐม ภายใต้การนำของ “อนัฆ นวราช” ประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด ไม่เพียงเท่านั้น 3 เปอร์เซ็นต์ที่ผู้บริโภคเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นไปจะมอบให้ มูลนิธิสังคมสุขใจ นำไปทำประโยชน์ต่อสังคมอีกด้วย

คมคิดสร้างแบรนด์

            1.ทำในสิ่งที่ชอบ ถ้าเอนจอย และสนุกกับมันก็จะทำให้เราไปได้ไกลมากขึ้น

            2.ซื่อตรงต่อลูกค้า เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เราต้องแฟร์กับลูกค้า และขายสิ่งที่เราเป็นจริงๆมากกว่า ชวนเชื่อ

            3.ซื่อสัตย์ต่อสังคม เพราะเราอยู่ในสังคม ถ้าเราไม่ซื้อสัตย์ต่อเขา เขาก็ขาดความซื่อสัตย์กับเรา

            4.ค่อยๆ โต ดีกว่าโตแล้วต้องนับถอยหลัง การโตเร็วเราอาจก่อให้เกิดความผิดพลาดได้เช่นกัน โดยเฉพาะธุรกิจใหม่ที่เราไม่คุ้นเคย และ

            5.ยืดหยุ่น การทำงานกับคนกลุ่มมากสำคัญที่สุด ต้องผ่อนปรนให้ ไม่แข็ง และไม่อ่อนเกินไป