ข่าว

โรดแม็พกรธ.

โรดแม็พกรธ.

26 พ.ย. 2558

โรดแม็พ กรธ. : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น

           ตามกรอบเวลาที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดเอาไว้ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญต้องทำงานให้แล้วเสร็จใน 180 วัน ซึ่งขณะนี้การทำงานก็คืบหน้ามาเรื่อยๆ โดยทำควบคู่กันไปทั้งการร่างตัวบทบัญญัติ และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

           และจากนี้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้จัดทำ “โรดแม็พ” ที่ชัดเจน วางแผนการทำงานเป็น 9 ขั้น ประกอบด้วย 1.ภายในวันที่ 8 มกราคม 2559 กรธ.จะพิจารณาความคิดเห็นของประชาชนและข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย เพื่อนำมาร่างแต่ละหมวดให้แล้วเสร็จ

           2.ระหว่างวันที่ 11-17 มกราคม 2559 เดินทางไปเก็บตัวที่ต่างจังหวัด เพื่อพิจารณาร่างทั้งฉบับให้แล้วเสร็จ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้กรรมการมีสมาธิกับการทำงานอย่างเต็มที่

           3.ระหว่างวันที่ 18-26 มกราคม 2559 เป็นช่วงเวลาที่จะทบทวนร่างและถ้อยคำ บทเฉพาะกาล และสรุปสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ สำหรับพิมพ์เผยแพร่

           4.วันที่ 29 มกราคม เป็นวันที่ส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกใหัหน่วยงานนำไปเผยแพร่ต่อประชาชาน เพื่อรับฟังความคิดเห็น

           5.ภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และบุคคลทั่วไป จะต้องส่งความคิดเห็นข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณา

           6.ระหว่างวันที่ 16 กุมภาพันธ์-20 มีนาคม 2559 เป็นการปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอแนะที่เสนอมา

           7. ระหว่างวันที่ 21-28 มีนาคม 2559 ตรวจสอบความสอดคล้องของถ้อยคำ

           8.วันที่ 29 มีนาคม 2559 จะเป็นวันที่ร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ

           และ 9.วันที่ 30 มีนาคม ทำพิธีส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญให้แก่รัฐบาล ทันตามเวลาที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดเอาไว้

           เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว รัฐบาลก็จะนำร่างที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญทำเสร็จ ส่งต่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้งนำไปทำประชามติ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน โดยก่อนที่จะกำหนดวันประชามตินั้น กกต.ต้องแจกร่างรัฐธรรมนูญให้ได้ถึง 80% ของครัวเรือนทั้งหมด ทั้งนี้คาดว่าการลงประชามติจะเกิดขึ้นในราวเดือนกรกฎาคม 2559

           อย่างไรก็ตาม หน้าที่ของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญก็ใช่ว่าจะแล้วเสร็จลง เพราะช่วงที่เตรียมการประชามตินั้นพวกเขาก็มีหน้าที่ที่จะรณรงค์ให้เห็นข้อดีของร่างฉบับที่เขียนขึ้น และหากรัฐธรรมนูญผ่านพวกเขาก็ต้องอยู่ต่อเพื่อจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่ดูท่าว่าจะมีเป็นจำนวนมาก เพราะหลักของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเขียนให้สั้นและเขียนเฉพาะในเรื่องที่เป็นหลักการเท่านั้น ส่วนเรื่องรายละเอียดจะไปกำหนดในกฎหมายลูกนั่นเอง

           ซึ่งคาดว่าระยะเวลาที่จะใช้ทำกฎหมายลูกน่าจะอยู่ที่ประมาณ 6 เดือน หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง

           แต่ที่น่าสนใจคือ แม้การร่างรัฐธรรมนูญจะคืบหน้าไปเรื่อยๆ และเหลือเวลาอีกประมาณสองเดือนก็จะเห็นร่างแรก แต่เนื้อหาที่อยู่ภายในนั้นสิ่งที่สังคมรับรู้กลับเป็นเพียงการคาดการณ์จากการแถลงข่าวทั้งสิ้น เนื่องจากในการประชุมกรรมการร่างรัฐธรรมนูญนั้นไม่เปิดโอกาสให้เข้าร่วมรับฟังอย่างใกล้ชิดแต่อย่างใด