
มท.1ปลื้มจัดงานโอทอปคลองผดุงกรุงเกษมทะลุเป้า
มท.1ปลื้มจัดงานโอทอปคลองผดุงกรุงเกษมทะลุเป้า ยอดขายสะพัดกว่า 70 ล้านบาทสู่ชุมชน
วันที่ 25 พ.ย. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานจำหน่ายสินค้าโครงการตลาดคลองผดุงกรุงเกษม บริเวณข้างทำเนียบรัฐบาล ภายใต้ชื่องาน “OTOP TO AEC…มรดกของแผ่นดิน จากท้องถิ่นสู่สากล” ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายนจนถึงวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้มีการจัดงานที่ผสมผสานทั้งการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP โดยคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพระดับส่งออก และได้รับความนิยมจากตลาดในต่างประเทศที่หาดูยากมาจัดแสดงกว่า 60 รายการ และนำผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับ 3 - 5 ดาวจากทั่วทุกภูมิภาคมาจำหน่ายกว่า 330 บูท การจำหน่าย OTOP ชวนชิม 4 ภาค และการให้บริการแก่ประชาชนผู้เข้าชมงานในรูปแบบ “ศูนย์บริการร่วมกระทรวงมหาดไทย” อาทิ การทำบัตรประชาชนเคลื่อนที่การให้คำแนะนำเรื่องไฟฟ้า – ประปา การแจกแบบแปลนบ้านฟรี การให้คำปรึกษาเจรจาธุรกิจ SMEs การประเมินให้คำแนะนำเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้ง ได้มีการเปิดตัว OTOP ในอนาคต หรือ OTOP Next 2.0 ตามที่รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยได้กำหนดเป้าหมายในการพัฒนาและยกระดับสินค้า OTOP ของไทยในระยะต่อไปมาจัดแสดงภายในงานด้วย
พล.อ.อนุพงศ์ กล่าวว่าการจัดงานในครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งมีพี่น้องประชาชนเข้าเยี่ยมชมงานและซื้อสินค้าป็นจำนวนมาก โดยมียอดผู้เข้าชมงานกว่า 2.4 แสนคน เฉลี่ยวันละเกือบ 1 หมื่นคน มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ถือเป็นโอกาสที่ดีของกระทรวงมหาดไทยที่ได้นำสินค้า OTOP ที่มาจากภูมิปัญญาท้องถิ่นอันมีคุณค่า มีเอกลักษณ์มาเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สู่สายตาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่ภูมิปัญญาไทยให้ทุกคนได้ภาคภูมิใจร่วมกัน และเป็นโอกาสทองของพี่น้องกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จากทั่วประเทศให้ได้มีช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด โดยตลอด 3 สัปดาห์ของการจัดงาน OTOP To AEC มียอดจำหน่าย รวมทั้งสิ้น กว่า 70 ล้านบาท แยกเป็นการจำหน่ายในงานประมาณ 60 ล้านบาท และยอดสั่งซื้อประมาณ 10 ล้านบาท โดยมียอดสั่งซื้อจากต่างประเทศ อาทิ ประเภทเครื่องประดับ สานเงินสานทอง จังหวัดสมุทรปราการ ออเดอร์จากจีนประมาณ 1 แสนบาท และลำไยอบแห้ง จังหวัดลำพูน ออเดอร์จีน 5 หมื่นบาท เป็นต้น และมีผู้เข้ารับบริการของศูนย์บริการร่วมกระทรวงมหาดไทย จำนวนประมาณ 1.6 หมื่นคน
รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลได้มีนโยบายที่ชัดเจนในการส่งเสริมและสนับสนุนสินค้า OTOP ให้เกิดความเข้มแข็งจากภายใน โดยในปี 2559 กระทรวงมหาดไทยได้เตรียมความพร้อมและ มีแผนพัฒนาสินค้า OTOP ทั้งระบบ เพื่อยกระดับจาก OTOP เวอร์ชั่น 1.0 ไปสู่ OTOP เวอร์ชั่น 2.0 โดยจะเริ่มตั้งแต่จัดระบบการบริหารใหม่เพื่อขับเคลื่อน OTOP อย่างบูรณาการ ภายใต้แนวคิด "ประชารัฐ" ชุมชนทำ รัฐชี้เป้า เอกชนช่วยขับเคลื่อน โดยใช้กลไกร่วมภาครัฐ – เอกชน - ชุมชน หน่วยงานภาครัฐร่วมบูรณาการเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน โดยภาครัฐจะต้องทำงานเชิงรุกและเข้าไปเป็นพี่เลี้ยงในการให้คำแนะนำต่างๆ ทั้งเรื่องคุณภาพความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ การนำนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเรื่องการตลาดการส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายให้หลากหลาย โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับ 1 - 3 ดาวจะต้องส่งเสริมพัฒนาและยกระดับสู่ระดับผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น โดยกระทรวงมหาดไทยจะเร่งเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ชุมชนให้มีความเข้มแข็ง เพื่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับประชาชนอันจะผลให้มีการกระตุ้นและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนต่อไป
ขณะเดียวกันที่ข้างทำเนียบตลาดผดุงกรุงเกษม พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีปิดงาน "OTOP TO AEC มรดกของแผ่นดิน จากท้องถิ่นสู่สากล" พร้อมมอบเกียรติบัตรแก่หน่วยงานภาคีพันธมิตร ผู้สนับสนุนการจัดงานและตัวแทน ตลอดจนส่งมอบภารกิจให้กระทรวงพาณิชย์ รับช่วงในการจัดงาน ณ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษมต่อไป
นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน ตัวแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวสรุปรายงานการจัดงาน ตามที่รัฐบาลให้ความไว้วางใจกระทรวงมหาดไทย ดำเนินจัดงาน "OTOP TO AEC มรดกของแผ่นดิน จากท้องถิ่นสู่สากล" ในระหว่างวันที่ 3-25 พฤศจิกายน 2558 รวม 23 วัน โดยมียอดจำหน่ายสูงถึง 70,650,136 บาท และมีผู้ร่วมงาน ผู้เข้าเยี่ยมชมทั้งที่เป็นแขกรัฐบาล คณะเอกอัครราชทูต ผู้บริหาร กระทรวง ทบวง กรม และประชน รวมทั้งสิ้น 229,206 ราย
พล.อ.วิลาศ กล่าวว่าการจัดงานครั้งนี้ เห็นได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง ทั้งในแง่การจำหน่าย ซึ่งมียอดขายสูงมากรวมถึงการได้มีโอกาสนำเสนอและประชาสัมพันธ์ผลงานแก่ผู้เข้าเยี่ยมชม ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการเจรจาการค้าธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะการที่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ที่เข้าร่วมจำหน่ายในงานครั้งนี้ จึงทำให้การจัดงานนี้ได้มีส่วนในการสร้างและส่งเสริมเศรษฐกิจของชุมชนในระดับฐานรากด้วย ในนามของรัฐบาล ขอขอบคุณกระทรวงมหาดไทย หน่วยงานภาคี และผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ที่ได้ร่วมจัดงานในครั้งนี้ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ดี จนถึงวันนี้ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการดำเนินงานและในช่วงธันวาคมนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ รับเป็นเจ้าภาพในการจัดงานตลาดคลองผดุงกรุงเกษมต่อไป



