ข่าว

‘บิ๊กตู่’ยันไม่เคยห้ามใครแสดงความเห็น

‘บิ๊กตู่’ยันไม่เคยห้ามใครแสดงความเห็น

24 พ.ย. 2558

‘บิ๊กตู่’ยันไม่เคยห้ามใครแสดงความเห็น ย้ำกลุ่มเดิมเคลื่อนไหวไม่กลัวก.ม.ก็ตามใจ เผยพนง.บินไทยไม่มีนัดหยุดงานสั่งผู้บริหารแก้ปัญหา วอนหยุดขยายปมราชภักดิ์

           เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 24 พ.ย.2558  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมครม. ถึงกรณีที่คณาจารย์มหาวิทยาลัยยื่นเรื่องขอให้คสช.ยุติการคุกคามการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างว่า “เป็นอาจารย์ชุดเดิม เคยก็มีการให้ทหารไปนั่งพูดคุยกับอาจารย์คนนั้นทุกอย่าง ให้ความร่วมมือทุกอย่าง ขอบรรยายในกรอบของกฎหมายต่างๆ ไม่ได้บอกว่าจะพูดเรื่องอื่นๆ พออนุญาตก็เริ่มพูดเรื่องที่ไม่ให้พูดเลย คนอย่างนี้ใช้ไม่ได้ มันต้องถามกติกาให้ผมสิ ผมไม่ห้ามที่จะพูด แต่กฎหมายว่ายังไง บอกว่าห้ามพูดตอนนี้ เรื่องอื่นมีตั้งเยอะแยะไป ที่พูดได้สอนเด็กให้เป็นคนดีหรือเปล่า ก็ไม่ได้สอน สอนให้เด็กไม่ทำผิดกฎหมายบ้านเมือง ได้สอนหรือเปล่า”

           “ก็เคยมีการบอกถึงการเปิดกว้างสิทธิเสรี พอเปิดแล้วมันเป็นยังไง เปิดแล้วก็คือความขัดแย้ง ถ้ากำลังวางพื้นฐานก็ได้ คือเอาสิ่งที่เรากำลังวางไปพูด ไม่ใช่ไปคิดตรงนี้ แล้วมันจะไปได้ไหม แล้วไปกุประชาชนเพราะสิ่งนู้นสิ่งนี้ เพราะเลือกตั้ง ก็ยังไม่ได้เลือกตั้ง กำลังจะเตรียมการเลือกตั้ง มันไม่ได้เลือกตั้งวันนี้พรุ่งนี้ซะเมื่อไหร่ แล้วมันจะได้อธิปไตยกลับมาไหม ปัญหาแก้หรือยัง ให้ถามกลับไปสิ เราเกิดในช่วงที่มีความเสียหายในประเทศชาติไหม ที่เราสอนคนนะ ก็สอนแต่ประชาธิปไตยที่ไม่มีขีดจำกัด สอนไปสิ ทุกคนชอบสอนแบบนั้น พ่อแม่ยังไม่ฟังเลยวันหน้าคอยดูสิ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

           เมื่อถามว่าแล้วที่มีการกล่าวว่าหาก คสช.ไม่ทำตามที่คณาจารย์ขอจะมีการเคลื่อนไหวมากขึ้น นายกฯ กล่าว “ไม่กลัวกฎหมายก็ตามใจ หากประชาชนทำตามก็เดือดร้อนตาม แต่ถ้ามีใครหาปืน หาระเบิด มายิงใส่ ก็ตายไปแล้วกัน แต่ไม่ต้องกลัวผม ไม่ใช่ผมหรอก ผมไม่ทำอยู่แล้ว”


เผยพนง.บินไทยไม่มีนัดหยุดงานสั่งผู้บริหารแก้ปัญหา

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่กระแสข่าวการนัดชุมนุมของพนักงานของ บมจ.การบินไทย (THAI) ในวันที่ 26 พ.ย.ว่า ได้รับการชี้แจงแล้ว่าพนักงานการบินไทยไม่มีการนัดชุมนุมหรือหยุดงาน แต่เขาเพียงแค่ขอยื่นหนังสือ ซึ่งหากนัดกันหยุดงานไปแล้วก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาอยู่ดี เพราะปัญหากำลังแก้อยู่ รายได้ก็ไม่มีต้องดำเนินการปรับแก้ลดค่าใช้จ่าย

           “ผมสั่งการไปแล้วว่าจะไม่ให้มีผลกระทบต่อต่อข้าราชการและพนักงานระดับล่าง เพราะเงินเดือนเขาเท่านั้นจะไปโทษพนักงานได้อย่างไร ต้องไปโทษผู้บริหาร โทษซีอีโอ โทษบอร์ด ผมถึงได้สั่งบอร์ดให้ไปแก้ปัญหา แล้วอย่าโยนปัญหาไปข้างล่าง แต่จริงๆแล้วบอร์ดชุดใหม่ที่ตั้งเข้ามา เป็นคนใหม่ซะส่วนใหญ่ เขากลับต้องรับปัญหาที่พอกพูนมหาศาลและหมักหมมมา ตั้งแต่รัฐบาลอะไร ไหนลองตอบมาสิ รัฐบาลอะไร นั่นแหละเขาถึงบอกว่าประชาธิปไตยที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์ แต่มันไม่สมบูรณ์ มันมีจุดอ่อนของมันอยู่ ซึ่งเราต้องแก้จุดอ่อนตรงนั้นให้ได้ เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยที่ไม่มีเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีก แล้วทำไมก่อนที่ผมจะขึ้นมาอยู่ตรงนี้ ผมเป็นผู้บัญชาการทหารบกไม่เคยเห็นว่าจะมีใครไปถามนายกฯเก่าๆ ว่าทำไมไม่ทำอะไร อยู่ไหนกันหมด นักข่าวทำเนียบฯไม่มีหรือ ทำไมไม่ถาม ถ้านักข่าวถามผมสองคำถามแล้วผมเดินหนี แบบนั้นชอบหรือไม่ บอกมาสิ เพราะอยู่พูดมากก็รำคาญจะเอายังไง ทุกคนเอาแต่ใจกันหมด ไม่ได้ดูว่าปัญหาร้ายแรงขนาดไหน ทุกคนต้องคิด เพราะมันร้ายแรง พร้อมที่จะล้มละลายกันทั้งหมด แล้วคนไทยจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน วันนี้ผมยืดหน้ากับเขาได้หมด เพราะผมทำให้ทุกอย่างสงบเรียบร้อย” นายกฯ กล่าว

           ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการพิจารณาการทำงานของ นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เขาเป็นซีอีโอ เพิ่งเข้ามาทำงานต้องให้เวลาเขาทำงานก่อน ทำไมจะไปไล่เขาแล้วหรือยังไง เรื่องนี้มีบอร์ดดูอยู่แล้ว

 

วอนหยุดขยายปมราชภักดิ์

           พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวภายหลังประชุมครม.ถึงการโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ว่า ตนขอร้องวันนี้อย่าไปขยายกันมากนักเลย เพราะจะกลายเป็นเครื่องมือให้กับอีกพวกหนึ่ง ก็สู้กันไปกันมา ตนยืนยันว่าไม่ได้เข้าข้างใคร ไม่ได้ปกปิดใคร ทำไมตนต้องปกปิด ขนาดตัวของตนยังไม่เคยปกปิด แล้วจะไปปกปิดให้ใครทำไม ขอให้มองประเด็นนี้เป็นเรื่องธรรมดา ที่เริ่มมาจากคนใกล้ชิดสถาบันมาหลอกลวงคนข้างนอก ในโครงการราชภักดิ์ ตนถามว่าทุกคนหรือเปล่าก็ไม่ใช่ มันก็ไม่ใช่ ก็มีคนที่ถูกร้องถูกกล่าวโทษทั้งนั้นที่ทำ ฉะนั้นไม่ได้ปิดกั้นในการสอบคนเหล่านี้ ก็สอบไปสิ แต่ไม่ใช่รื้อทั้งกองทัพบก มันคนละเรื่องกัน อย่าไปเป็นเครื่องมือ ทุกอย่างที่ทำมาก็เป็นขั้นตอนตามกฎหมายอยู่ แต่อีกฝ่ายก็พยายามดึงไปเทียบเคียงอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งมันคนละเรื่อง คนละประเด็นโดนสิ้นเชิง

           นายกฯ กล่าวว่า วันนี้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ได้สั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนอีกระดับหนึ่ง ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการสอบทั้งของกองทัพ และกลาโหม ดังนั้นก็จบแล้ว ถ้าใช่ไม่ใช่อย่างไร คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ก็ต้องสอบต่ออยู่แล้ว ไม่ต้องกลัว แต่ต้องสอบในสิ่งที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เละไปทั้งหมด เพื่อเป็นการแก้แค้น มันไม่ใช่

           “ผมไม่ต้องการแก้แค้นใคร พอได้แล้ว เพราะเกี่ยวข้องกับมาตรา 112 ด้วย เดี๋ยวต่างชาติไม่เข้าใจก็ไปกันใหญ่ ผมห่วงกฎหมายเรา ก็รู้อยู่ว่าคนเลวๆพยายามหาโอกาสเลี่ยงมาตราสำคัญของเรา ถ้าไม่มี สถาบันก็ปกป้องพระองค์เองไม่ได้เลย ฟ้องศาลอะไรก็ไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ อันนี้มีไว้ปกป้องพระองค์ท่าน แต่คนเอามาใช้ประโยชน์ก็เรื่องของคน ท่านก็ทรงรับสั่งมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ชิดหรือคนต่างๆ หากทำความผิด ก็ต้องถูกลงโทษ นี้คือสิ่งที่ทรงรับสั่งมาตลอด ให้ความเป็นธรรมกับเขา ถ้าไม่ดี ก็ต้องลงโทษ ยิ่งใกล้ถ้าผิดก็ต้องลงโทษ ถ้าไม่ผิดก็แล้วไป” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อย่าทำให้ทุกอย่างพันกันไปหมด ถามรายวันจนทำอะไรไม่ได้ ข้าราชการก็ลำบาก ถ้ามันผิดก็คือผิด ถ้าผิดวันนี้สอบวันนี้ คดีความมีเท่าไร ถ้าคดีมันน้อยก็ต้องเร่งให้เร็ว ก็เป็นเรื่องของฝ่ายกระบวนการยุติธรรม อย่ามาเทียบเปรียบว่าอันนี้ทำไมเร็ว อันนี้ทำไมช้า มันไม่ใช่ เพราะคดีทางโน้นมันมีมากี่ปีแล้ว แล้วทำไม ก็ไม่ทำ อันนี้เพิ่งเกิดเมื่อเร็วๆนี้ กำลังเดินหน้าสอบไปเรื่อยๆ ก็จบแค่นั้น ตนไม่ปกปิดใครอยู่แล้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการหลายพันโครงการของกองทัพบก และเป็นหนึ่งในหลายพันโครงการของกระทรวงกลาโหม อันนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเดียว กลายเป็นว่าเหมาเป็นเรื่องกองทัพบก และกลาโหม มันไม่ใช่ ฉะนั้น กฎหมายต้องเขียนใหม่ว่า ถ้ามีอะไรขึ้นมา ต้องสอบทั้งหมด สอบทุกหน่วยงาน ต้องเขียนแบบนั้น แต่กฎหมายไม่ได้เป็นแบบนั้น

           นายกฯ กล่าวว่า ต้องให้ความเป็นธรรมทุกเรื่องถ้ายังไม่มีการตัดสิน ให้ถือว่าผู้ต้องหาเป็นผู้บริสุทธิ์ มันคือเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ให้โอกาสเขาแก้ตัว ชี้แจง เมื่อกองทัพบกชี้แจงอย่างไรก็ต้องฟังเขา กระทรวงกลาโหมก็มีวิจารณญาณที่เพียงพอว่า ต้องทำอย่างไรต่อ ส่วนกระทรวงยุติธรรมก็คุยกันว่าจะทำอย่างไรกันต่อ ถ้าจำเป็นต้องทำหมดแหละ มันเว้นได้ที่ไหน พอแล้วตนไม่อยากพูดเรื่องนี้แล้ว มันเสียหายอะไรบ้าง คงเข้าใจ