ข่าว

‘มท.1’ปัดไม่มีรายงานอีสานป่วน

‘มท.1’ปัดไม่มีรายงานอีสานป่วน

24 พ.ย. 2558

‘มท.1’ปัดไม่มีรายงานอีสานป่วน ขณะที่อดีตประธานนปช.อีสานยันยุติบทบาทแล้ว ‘บิ๊กป้อม’แฉหลักฐานไลน์ชัดแก๊งป่วนมีจริง

              24พ.ย.58 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงกรณีกระแสข่าวกลุ่มป่วนสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ภาคอีสานช่วงกิจกรรมสำคัญว่า ไม่มีกระทรวงมหาดไทยยังไม่ได้รับรายงาน เป็นกระแสข่าวได้อย่างไร ตนยังไม่แน่ใจ คงต้องขอตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน ทางปลัดกระทรวงมหาดไทยก็ยังไม่ได้รายงานมาที่ตน
          

อดีตประธานนปช.อีสานยันยุติบทบาทแล้ว


              นายอนุวัฒน์ ทินราช อดีตประธาน นปช.ภาคอีสาน ให้สัมภาษณ์ถึงหน่วยงานความมั่นคงระบุพบความเคลื่อนไหวของมวลชน นปช. อีสาน เตรียมสร้างความวุ่นวาย ว่า มวลชน นปช. และกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ยุติบทบาททางการเมืองมาตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 57 เพื่อไม่ให้เป็นเป้าหมายของฝ่ายตรงกันข้าม ขอให้หน่วยงานความมั่นคง ลำดับเหตุการณ์ พบมวลชน นปช. สร้างปัญหาหรือไม่ ที่ผ่านมาให้โอกาสและสนับสนุนรัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าไปด้วยดี พวกเรามีแต่เคลื่อนไหวเรื่องปากท้อง ทำอย่างไรจะให้ครอบครัวมีอยู่มีกิน เพราะฉะนั้นการปลุกระดม สร้างกระแสให้เกิดความเกลียดชัง ควรยุติได้แล้ว

              นายจักรวุธ ไตรวัลลภ หรือ ตี๋ไก่ตลาดย่าโม อดีตผู้ประสานงานกลุ่มคนเสื้อแดงโคราช กล่าวว่า   คนเสื้อแดงไม่เคยมีแนวคิดยุยงปลุกปั่นสร้างความวุ่นวายแต่อย่างใด พวกเราช่วยเป็นหูเป็นตา ดูแลสอดส่องพวกฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์แล้วโยนความผิดให้กลุ่มการเมืองเนื่องจากพื้นที่เมืองนครราชสีมา เปรียบเสมือนสายล่อฟ้า สัญลักษณ์ความมั่นคง 20 จังหวัด ภาคอีสาน จึงถูกเฝ้าระวังเป็นพิเศษ จึงไม่เคลื่อนไหวแสดงสัญลักษณ์ทางการเมือง ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ต้องลำบากใจ ขณะนี้พวกเราถอยและยุติบทบาทแล้ว กรุณาอย่าโยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง ความปรองดองจะได้บังเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม

 

‘บิ๊กป้อม’แฉหลักฐานไลน์ชัดแก๊งป่วนมีจริง
 
            พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีออกมาระบุมีกลุ่มจ้องป่วนว่า ขณะนี้ตำรวจออกหมายจับไปหลายคนแล้ว ส่วนจะโยงกับขอนแก่นโมเดลหรือไม่นั้นต้องรอให้ตรวจสอบก่อน แต่เบื้องต้นมีเขียนข้อความด้วยลายมือและมีการส่งผ่านแอพลิเคชั่นไลน์ด้วย

            เมื่อถามว่า การก่อเหตุครั้งนี้จะทำในอีสานหรือกทม.ด้วย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า โยงกรุงเทพฯ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังทำงาน ถ้าบอกหมดก็รู้หมด

            เมื่อถามว่า ที่ระบุว่ามีแผนโยงกทม. คือ จะมาสร้างสถานการณ์ที่กทม.ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า“ใช่สิ”

             เมื่อถามว่า กลุ่มสร้างสถานการณ์เป็นกลุ่มการเมืองหรือกลุ่มไหน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ก็บอกว่าให้ช่วยหาข่าว เขากำลังทำกันอยู่ ใจเย็นๆ ผมทำได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการดูแลความปลอดภัยช่วงเทศกาลประชาชนต้องมั่นใจ ขณะนี้เรากำลังสร้างความมั่นใจอยู่ เพื่อให้ทุกฝ่ายมั่นใจ” ต่อข้อถามว่า การจับกุมดังกล่าวเป็นผลจากการปราบปรามอาวุธสงครามและผู้มีอิทธิพลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ด้วยหมดแหละ


กมธ.การเมืองเสนอคุกคนโกงตัดสิทธิตลอดชีวิต

              นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปการเมือง แถลงผลการประชุม กมธ.ฯ ว่า ที่ประชุมมีข้อสรุปเบื้องต้นที่จะเสนอไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ว่า การจะทำให้การเลือกตั้งมีความสุจริต และปลอดการซื้อสิทธิขายเสียงได้นั้น การร่างรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูกจะต้องสอดคล้องกับสังคมไทย เพื่อวางรากฐานการเมืองที่ดีให้ได้ โดยเสนอให้ระบุบทลงโทษกับผู้ที่ทุจริตการเลือกตั้งให้รุนแรง ไม่ควรมีโทษรอลงอาญา การลงโทษจำคุกต้องบังคับใช้จริง และโทษทางการเมืองจะต้องมีผลตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต นอกจากนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทหาร ตำรวจ จะต้องมีบทบาทสำคัญในการจัดการเลือกตั้งด้วย ถ้ายังพบการกระทำผิดการเลือกตั้งอยู่ กกต. ก็ต้องรับผิดฐานปล่อยปละเลย

              นายวันชัย กล่าวอีกว่า ส่วนจำนวน ส.ส.นั้น ที่ประชุมเห็นว่าควรมี 400 คน ไม่ต้องมีแบบบัญชีรายชื่อ เพื่อให้ได้ผู้แทนที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง และใช้วิธีการนับคะแนนแบบ 1 คน 1 คะแนน โดยใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และใช้ประชาชนในพื้นที่เป็นตัวกำหนดเขตการเลือกตั้ง สำหรับที่มาของนายกรัฐมนตรี ไม่ได้กำหนดว่าต้องมาจาก ส.ส. หรือคนนอก ทั้งนี้ หากเป็นนายกฯที่มาจาก ส.ส. จะต้องได้รับเสียงเห็นชอบจากสภาฯเกินกึ่งหนึ่ง หากเป็นคนนอก จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาฯด้วยเสียง 3 ใน 5 โดยการเลือกนายกฯจะต้องแล้วเสร็จใน 30 วัน ถ้าเลือกไม่ได้ก็ต้องยุบสภาฯ และทำการเลือกตั้งใหม่ภายใน 30 วัน
 
              นายวันชัย กล่าวว่า ส่วนประเด็น ส.ว.นั้น ที่ประชุมยังสนับสนุนให้มีอยู่ เพื่อถ่วงดุล ตรวจสอบทางการเมือง แต่ไม่ควรมีอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่ง ส่วนจำนวนจะเป็นเท่าไรนั้น ที่ประชุมมีการหารือกันอย่างกว้างขวาง แต่ยังไม่ตกผลึกว่าจะเป็นเท่าใด แต่คาดการณ์ว่าน่าจะมีประมาณ 200 - 250 คน