ข่าว

กทม.เตือนฝ่าฝืนปล่อย‘โคมลอย’เจอคุก-ปรับ

กทม.เตือนฝ่าฝืนปล่อย‘โคมลอย’เจอคุก-ปรับ

24 พ.ย. 2558

กทม.เตือนปล่อย ‘โคมลอย’ มีความผิด พบฝ่าฝืนคุก 3 เดือน-ปรับไม่เกิน 6 พันบาท สั่งปิดท่าเรือ-โป๊ะ 53 แห่ง ติดป้ายห้ามปชช.ใช้ลอยกระทง

 
       24 พ.ย.58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ลงนามคำสั่งกรุงเทพมหานครที่ 3649/2558 ลงวันที่ 16 พ.ย.2558 ห้ามจำหน่าย เล่น หรือปล่อยโคมลอยแบบมีไฟในกรุงเทพฯ เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายจากเหตุการณ์ดังกล่าวในเขตพื้นที่กรุงเทพฯในช่วงเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2558 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 32 และมาตรา 21 วรรคสอง มาตรา 22 วรรคสาม ประกอบมาตรา 37 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 จึงห้ามมิให้มีการจำหน่าย เล่น หรือปล่อยโคมลอยแบบมีไฟในวันที่ 25 พ.ย.2558 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. - 05.00 น.ของวันรุ่งขึ้น ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯที่เป็นที่ตั้งของพระราชวัง วัดสำคัญ โบราณสถาน สถานที่จัดงาน หน่วยราชการพื้นที่ที่มีอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่  
 
       นอกจากนี้ในพื้นที่ที่ประกาศให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยต่อการบิน ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 6 เขต ประกอบด้วย เขตประเวศ หนอกจอก สวนหลวง มีนบุรี คลองสามวา และเขตลาดกระบัง ท่าอากาศยานดอนเมือง จำนวน 9 เขต ประกอบด้วย เขตดอนเมือง บางเขน หลักสี่ สายไหม บางซื่อ ลาดพร้าว ดุสิต พญาไท และเขตจตุจักร พบผู้ฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง เป็นความผิดตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ต้องระวางโทษจำคุก 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
 
       ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับท่าเทียบเรือที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและริมคลองต่างๆ ในกรุงเทพฯ มีจำนวน 436 ท่า เป็นท่าที่อยู่ในสภาพปลอดภัย พร้อมใช้งานจำนวน 383 ท่า และเป็นท่าเรือที่ชำรุด ห้ามเปิดใช้งานจำนวนล่าสุดจำนวน 53 ท่า ซึ่งกทม.ได้เข้ากั้นพื้นที่ ติดป้ายประกาศห้ามใช้งานอย่างเป็นทางการเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนท่าเรือที่สามารถใช้งานได้นั้น จะมีการติดป้ายรองรับน้ำหนักและจำนวนคนให้ประชาชนรับทราบเพื่อความปลอดภัย โดยแต่ละท่าเรือจะสามารถรองรับน้ำหนักผู้ใช้งานได้ประมาณ 60 คน ซึ่งกทม.จะจัดให้มีเจ้าหน้าที่ประจำตามท่าเรือต่างๆ พร้อมอุปกรณ์ป้องกันภัยคอบดูแลประชาชนในวันลอยกระทงอย่างใกล้ชิด  
 
       ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับท่าเทียบเรือ 53 แห่ง ที่ห้ามเปิดใช้งานในวันลอยกระทง แบ่งเป็นท่าเทียบเรือ และโป๊ะ ในแม่น้ำเจ้าพระยา 32 ท่า และ เป็นท่าเทียบเรือ และโป๊ะในคลอง 21 ท่า ประกอบด้วย ประกอบด้วย 1.โรงเรียนสุเหร่าทรายกองดิน 2.โรงเรียนสุเหร่าทรายกองดิน2 , 3.ตลาดน้ำขวัญเรียม 4.หอนาฬิกาดาวคะนอง 5.ตลาดพระโขนง 6.พระโขนง 7.วัดโมลีโลกยาราม 8.วัดหงส์รัตนาราม 9.สะพานเจริญพาศน์ 10.รัชดาภิเษก 11.วัดเคลือวัลย์ 1  12.วัดเคลือวัลย์  2  13.ท่าวัดนายโรง 14.ท่าวัดภาวนา 15.ท่าโรงพยาบาลเจ้าพระยา 16.ท่าส่วนบุคคล เขตบางกอกน้อย 2 แห่ง 17.ท่าวัดบางเสาธง 18.ท่าบางกอกน้อย วิลเลจ 19.ท่าส่วนบุคคล บางขุนนท์คอนโดมีเนียม 20.ท่าสายใต้ 21.ท่าเทียบเรือวัดทองธรรมชาติ 22.ท่าเทียบเรือจีจินเกาะ 23.ท่าเทียบเรือวัดสุวรรณ 24.ท่าเทียบเรือวัดเศวตฉัตร 25.ท่าวังหลัง ศิริราช  
 
       26.ท่าวังหลัง พรานนก 27.ท่าเรือข้างสะพานพระราม 28.ท่าเรือสี่แยกบางโพ 29.ท่าเรือสวัสดิ์ ถนนทรงสวัสดิ์ 30.วัดดาวคะนอง 31.วัดกลางดาวคะนอง 32.วัดบุคคโล 33.ท่าเทียบเรือราษฎร์บูรณะ 34.ท่าเรือกสิกรสาขาใหญ่ 35.ท่าเทียบเรือเอกชน 36.วัดแจ้งร้อน 37.โป๊ะท่าเทียบเรือพระอาทิตย์ 38.โป๊ะท่าเทียบเรือกองการท่องเที่ยว กทม. 39.โป๊ะท่าเทียบเรือราชนาวีสโมสร 40.โป๊ะท่าเทียบเรือแดง 41.ท่าเทพพานิชย์ 42.ท่าทรายสาธุฯ 43.ท่าเรือวัดปาริวาส 44.ท่าเทียบเรือช่องนนทรี 45.อู่ต่อเรือแอลพีเอ็น 46.ท่าเทียบเรือบ้านเจ้าพระยา 47.ท่าเทียบเรือวัดฉัตรแก้วจงกลนี 48.ท่าเทียบเรือทูซีท เพียร์ 92 49.โป๊ะท่าเทียบเรือพายัพ ฝั่งทิศเหนือ 50.โป๊ะท่าเทียบเรือพายัพ ฝั่งทิศใต้ 51.โป๊ะท่าเทียบเรือเกียกกาย ฝั่งทิศเหนือ-ใต้ 52.โป๊ะท่าเทียบเรือวัดราชาธิวาส ฝั่งทิศใต้ 
 
 
เชียงราย - เริ่มแล้วงานลอยกระทงเชียงแสน-ลอยกระทงสาย 9,988 ดวง
 
 
       ที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ได้จัดงานป๋าเวณียี่เป็งเมืองเชียงแสนประจำปี 2558 ซึ่งทาง อ.เชียงแสน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใน อ.เชียงแสน ร่วมกันจัดขึ้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง บริเวณลานหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีอันดีงามของชาวล้านนาและยังส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองเชียงแสน โดยงานมีนายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิด
 
       สำหรับปีนี้งานป๋าเวณียี่เป็งเมืองเชียงแสนได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ด้วยขบวนแห่กองหลวง 12 ราศี จากซุ้มวัดต่างๆในเชียงแสนและขบวนกระทงใหญ่ที่มีนางนพมาศขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐและเอกชน สถานศึกษา ตลอดจนชาวไทยภูเขาที่เข้าร่วมขบวนและมีการตกแต่งขบวนอย่างงดงาม ตามแบบของชาวล้านนามาร่วมขบวนถึง 25 ขบวนแห่ พร้อมลอยกระทงสายจำนวน 9,988 ดวงลงในแม่น้ำโขง เพื่อเป็นการบูชาและขอขมาพระแม่คงคา
 
       จากนั้นได้มีการปล่อยโคมลอย จำนวน 988 ดวงขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อเป็นการลอยเคราะห์ลอยโศกตามความเชื่อของชาวล้านนาและการจุดพลุ โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมงานท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นกว่าหมื่นคน ซึ่งภายในงานนอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ชมขบวนแห่กระทงใหญ่และการแสดงศิลปวัฒนธรรมของชาวล้านนาแล้ว ยังได้ชมการประกวดนางนพมาศและการประกวดโคมแขวน ส่วนตอนกลางวันจะมีการแข่งโคมควัน และการแข่งเรือยาวระหว่างประเทศด้วย ซึ่งงานจะมีไปจนถึงวันที่ 25 พ.ย.นี้
 
 
ม.มหาสารคามสืบสานประเพณีลอยกระทงบุปผชาติ
 
 
       วันที่ 24 พ.ย.58 ขบวนนางรำและรถแห่กระทงที่สวยงามของนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามและบุคลากร จาก 20 คณะ แห่ขบวนไปตามถนนในเขตเทศบาลตำบลขามเรียง และถนนภายในมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นสัญลักษณ์การเข้าสู่เทศกาลงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2558 โดยปีนี้จัดภายใต้ชื่องาน“มอน้ำชีเอ้กระทงบุปผชาติ สืบศาสตร์ประเพณียี่สิบเมือง โฮมบุญสมมาน้ำคืนเพ็งลือเลื่อง ตักสิลาฮุ่งเฮืองพุทธศิลป์” ซึ่งแนวคิดดังกล่าว มีความหมายว่า ชาวมหาวิทยาลัยมหาสารคามได้พร้อมใจกันตกแต่งกระทงบุปผชาติดอกไม้ และร่วมกันสืบสานประเพณีท้องถิ่นอีสานในจังหวัดต่างๆ ทั้ง 20 เมือง เพื่อทำพิธีขอขมาพระแม่คงคาในคืนเดือนเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 เป็นการตามรำลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ในพื้นถิ่นตักสิลานครอันเป็นเมืองที่รุ่งเรืองไปด้วยพุทธศิลป์ ถิ่นพุทธธรรม และงามล้ำพุทธมณฑลอีสาน
 
       สำหรับความโดดเด่นของขบวนแห่ คือความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงการสร้างสีสันความสนุกสนานตลอดเส้นทางของนิสิตทุกคณะ เช่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ ปีนี้โชว์การแห่กระทงรูป ช้างสามเศียร ขนาดใหญ่ ทำจากไม่ไผ่สานและฟางข้าว สีสันสดใสสวยงาม ต้องใช้นิสิตมาช่วยกันแบกหามแห่กว่า 30 คน และคณะศิลปกรรมยังปิดท้ายขบวนที่เป็นเอกลักษณ์ของคณะนี้ ด้วยความสนุกสนานของบรรดานิสิตที่แต่งกายแฟนซีนั่งรถจักรยานสามล้อ และรถจักรยานยนต์สามล้อเครื่อง วาดลวดลายขำขันให้คณะกรรมการให้คะแนน
 
       ส่วนคณะสถาปัตยกรรมผังเมืองและนฤมิตศิลป์ ก็จัดขบวนแห่เน้นคุณภาพ ด้วยขบวนมวยโบราณ ให้นิสิตชายแต่งกายนักมวยโบราณเดินแห่ตามจังหวะด้วยท่าทางขำขัน ก่อนจะโชว์ศิลปะการป้องกันตัวของไทย พร้อมการแสดงพิเศษการควงกระบองพ่นไฟ
 
       ขณะที่คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม จัดแบบเน้นความยิ่งใหญ่ ด้วยขบวนนางรำแห่บั้งไฟขอฝน ใช้นางรำจำนวน 300 คน ที่ใช้เวลาฝึกซ้อมนานกว่า 1 เดือน เพื่อให้ได้ภาพการรำที่พร้อมเพรียงและสวยงาม
 
       นอกจากนี้ยังมีขบวนแห่กระทงของนิสิตวิทยาลัยดุริยางค์ศิลป์ ม.มหาสารคาม จัดวงศิลป์อีสานกลองยาวมาร่วมสร้างบรรยากาศสนุกสนานครึกครื้นไปด้วยเสียงกลองยาวแบบอีสาน และโชว์การต่อตัวความสูง 3 ช่วงคน ก่อนจะโชว์ป้ายผ้าข้อความ“ทรงพระเจริญ”
 
       ทั้งนี้การจัดกิจกรรมดังกล่าว เป็นความร่วมมือขององค์การนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับ สโมสรนิสิตทุกคณะ ถือเป็นประเพณีสำคัญที่จัดอย่างต่อเนื่องและยิ่งใหญ่ขึ้นทุกปี โดยขบวนแห่ต่างๆ ที่เข้ามาร่วม จะสะท้อนความคิดสร้างสรรค์ที่สวยงามและแสดงถึงความหมายที่เชื่อมโยงท้องถิ่น เอกลักษณ์และภูมิปัญญาชาวอีสาน ของนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม รวมกว่า 20 คณะ นอกจากนี้ยังมีนิสิต บุคลากรมหาวิทยาลัยครูและนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เทศบาลตำบลขามเรียง เทศบาลตำบลท่าขอนยาง ร่วมเดินประกอบขบวนกระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมกันมากกว่า 800 คน
 
 
 
 
----------------------------------------
 
 
 
(ภาพแฟ้มข่าว)