ข่าว

 กองปราบชลอเรียก‘เสรีพิศุทธ์’เข้าให้ถอยคำ

กองปราบชลอเรียก‘เสรีพิศุทธ์’เข้าให้ถอยคำ

23 พ.ย. 2558

ขู่ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” ไม่มาพบพนักงานสอบสวนเจอหมายจับ กรณีเปิดสถานีโดยไม่ได้รับอนุญาตและเนื้อหารายการข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐกระทบต่อความสงบเรียบร้อย

 
              
          วันที่ 23 พ.ย.58 พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจค้นจับกุมสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวีว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่่ฝ่ายความมั่นคงได้เข้าไปตรวจค้นสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี และได้มีการควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องไปแล้วชุดหนึ่ง ในข้อหาเปิดสถานีโดยไม่ได้รับอนุญาต และเนื้อหารายการข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งตอนนี้ยังคงเหลือผู้เกี่ยวข้องอีก 2 คนที่ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ ในจำนวนนี้รวมถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร. ด้วย 
 
          ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะต้องเรียกผู้ที่กล่าวหาบุคคลทั้งสอง มาให้ข้อมูลว่า หากบุคคลทั้งสองจะมีความผิด จะผิดอย่างไร และจะกล่าวหาเขาว่าอย่างไร หรือมาตรวจสอบดูว่า เข้าข้อกฎหมายใดหรือไม่ หากพิจารณาดูแล้วว่าผิดจริง พนักงานสอบสวนก็ต้องออกหมายเรียกบุคคลทั้งสองเข้ามาแจ้งข้อกล่าวหา โดยตามกฎหมายคือ ต้องออกหมายเรียกบุคคลดังกล่าวเข้ามาพบพนักงานสอบสวน หากออกหมายเรียกครบ 2 ครั้งแล้วยังไม่มารายงานตัว ก็จำเป็นต้องออกหมายจับบุคคลดังกล่าว เพื่อทำการสอบสวนตามกฎหมายต่อไป แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานว่า บุคคลดังกล่าวมีความผิดหรือไม่ เพื่อทำการออกหมายเรียกให้มาพบเจ้าหน้าที่ต่อไป
 
 
 กองปราบชลอเรียก‘เสรีพิศุทธ์’เข้าให้ถอยคำ

            ขณะที่กองปราบปราม ขณะนี้พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป.ได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดและเตรียมยื่นเรื่องให้ พ.ต.ท.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา รักษาการ ผกก.2 บก.ป.เสนอให้ พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. ตั้งคณะกรรมการสอบสวนในคดีดังกล่าว เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นถึง อดีต ผบ.ตร. ทั้งนี้หมายเรียกที่จะให้ พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์มารับทราบข้อกล่าวหานั้น คงต้องชลอไว้ก่อน โดยให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นมาเป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง

            ส่วนคดี นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความผิดตาม พ.ร.บ. ควบคุมยุทธภัณฑ์ ที่ พ.อ.บุรินทร์ มาร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมนั้น พนักงานสอบสวนยังต้องตรวจสอบข้อความเสียงและภาพในคลิปที่ได้รับมอบมาอย่างละเอียดอีกครั้งว่าเข้าข่ายในฐานความผิดดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ยังสรุปไม่ได้ โดยต่อนี้ไปจะต้องให้คณะกรรมการสอบสวนที่เสนอผู้บังคับบัญชาตั้งขึ้นเป็นผู้พิจารณาอย่างรอบคอบอีกครั้ง เพราะเรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก

            อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มในคดีดังกล่าว หลังก่อนหน้านี้ได้เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป.ในส่วนความผิดของการเปิดสถานีและใช้เครื่องวิทยุโดยไม่ได้รับอนุญาต