
ประวิตรชี้อุทยานราชภักดิ์เรื่องภายในทบ.
ประวิตรชี้อุทยานราชภักดิ์เรื่องภายในทบ. ระบุบิ๊กโด่ง ไม่จำเป็นต้องชี้แจง ชี้ทหารเป็นปชช.สวมเครื่องแบบมีสิทธิทางการเมือง เผยพบความเคลื่อนไหวมวลชนภาคอีสานก่อก
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 23 พ.ย.2558 ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงที่พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.แถลงข่าวเรื่องอุทยานราชภักดิ์ว่า ก็ดีแล้ว ผบ.ทบ.ก็ชัดเจน มันเป็นเรื่องของความจริงและความไม่จริง ที่ผ่านมามีการสอบสวน ซึ่งเรื่องทั้งหมดไม่ได้รายงานมาที่ตน เพราะเป็นเรื่องภายในของกองทัพบก
ผู้สื่อข่าวถามว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต้องการลงมาตรวจสอบ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่มีปัญหา เพราะจะได้เกิดความชัดเจน เมื่อถามย้ำว่าแต่ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์ปิดทางการเข้ามาตรวจสอบ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ป.ป.ช.เป็นเรื่องของการร้องเรียน ถ้าเรายังเห็นว่ายังไม่ชัดเจนทางกองทัพบกก็จะส่งให้ป.ป.ช. หากป.ป.ช.ต้องการอะไรเพิ่มเติมก็จะสอบสวนเพิ่มเติมตามแนวทางที่มี ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วง
ส่วนจำเป็นที่จะต้องให้พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะประธานมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์มาชี้แจงความชัดเจนอีกครั้งหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่เห็นด้วย เรื่องนี้ให้กองทัพบกตรวจสอบไป เพราะพล.อ.อุดมเดชไม่ทราบรายละเอียด เผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ผบ.ทบ.ให้ถามเรื่องหักหัวคิวโรงหล่อกับพล.อ.อุดมเดช พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า สื่อฯก็ไปถามกันเอาเอง จะไปหักอย่างไรตนไม่ทราบ เพราะขณะนี้มูลนิธิฯยังไม่ได้ทำอะไรเบย จึงไม่จำเป็นต้องตั้งโต๊ะแถลง ตนได้สอบถามผบ.ทบ.แล้วได้รับแจ้งว่ามูลนิธิฯยังไม่ได้ดำเนินการอะไร เป็นเรื่องกองทัพบกทั้งหมด ที่ผ่านมามูลนิธิฯจะทำแต่ยังไม่ได้ทำ
ป.ป.ช.เผยกำลังรวบรวมข้อมูลทางลับอุทยานราชภักดิ์
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการรวบรวมพยานหลักฐานปัญหาความไม่โปร่งใสในการก่อสร้างโครงการอุทยานราชภักดิ์ว่า หลังจากที่คณะกรรมการป.ป.ช.มีมติมอบหมายให้สำนักงานป.ป.ช. ดำเนินการหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมนั้น ขณะนี้การข่าวของป.ป.ช.กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลในทางลับ โดยอำนาจหน้าที่ของป.ป.ช. จะสามารถดำเนินการสอบสวนได้ใน 2 กรณี
นายสรรเสริญกล่าวว่า คือมีผู้ร้องเรียน และมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งตามหลักการแล้วป.ป.ช.สามารถหยิบยกขึ้นมาพิจารณาได้ แต่จะต้องพิจารณาด้วยว่าเหตุอันควรสงสัยนั้นเกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือไม่ เพราะหากไม่เกี่ยวข้องป.ป.ช.จะไม่มีอำนาจที่จะสอบสวน ส่วนข้อสงสัยเรื่องการตรวจสอบเงินมูลนิธินั้น ต้องพิจารณาดูว่ามูลนิธิที่จดทะเบียนเกี่ยวข้องกับรัฐหรือไม่ เพราะหากเป็นเอกชนการกระทำความผิดจะถือว่าผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ไม่ใช่การกระทำที่ผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ซึ่งเรื่องนี้มีรายละเอียดมาก ป.ป.ช.จะต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง ยังไม่สามารถสรุปอะไรได้ในขณะนี้
ชี้ทหารเป็นปชช.สวมเครื่องแบบมีสิทธิทางการเมือง
พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ คสช./491 ลงวันที่ 11 พ.ย. 58 เรื่องขอความร่วมมือแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ 10 ข้อ เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญถึงนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพื่อเสนอความเห็นการร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่กรธ.ทำหนังสือขอรับความเห็นและข้อเสนอแนะต่อคสช.มา โดยมีประเด็นที่เสนอให้ทหารมีสิทธิแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเหมือนประชาชนทั่วไปว่า ทหารก็มีสิทธิเหมือนประชาชนทั่วไปเพียงแต่ใส่เครื่องแบบ ในทางการเมืองทหารก็คือประชาชน ส่วนที่มีข้อกังวลว่าอาจจะขัดต่อพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการทหารปี 51 ที่ระบุว่าทหารมีระเบียบวินัย และมีอาวุธอยู่ในมือนั้นอาจจะไปสนับสนุนกลุ่มการเมืองได้ ตนคิดว่าคงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะทหารยังอยู่ในกรอบ และระเบียบวินัยก็คือระเบียบวินัยแต่แนวทางด้านการเมืองต้องแยกออกจากกัน เรื่องระเบียบวินัยของทหารนั้นชัดเจน และทหารต้องวางตัวเป็นกลาง การที่จะไปสนับสนุนกลุ่มการเมืองต่าง ๆ นั้นคงเป็นไปไม่ได้ ทั้งนี้ขอให้ดูความชัดเจนของรัฐธรรมนูญก่อน ตนยังพูดอะไรไม่ได้ตอนนี้ ขอให้เรื่องนี้เป็นไปตามธรรมชาติ อย่าไปดูว่าลำเอียง เพราะท้ายสุดต้องรอดูว่ารัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไร ส่วน 10 ข้อของคสช. ใครจะเป็นผู้สรุปนั้น ตนไม่ทราบ
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีข้อเสนอให้มีการบัญญัติกฎหมายผ่าทางตัน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เราจะทำอย่างไร เพื่อไม่ให้กลับไปเป็นอย่างเดิม ถ้านายมีชัยมีการเขียนร่างรัฐธรรมนูญอย่างไรให้การเมืองไม่มีทางตันได้ก็แล้วแต่นายมีชัย คสช.ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่ไม่อยากให้มีทางตันในทางการเมือง เพราะถ้าไม่มีกฎหมายรองรับก็จะเกิดความขัดแย้งกันอีก ถ้าไม่มีทางตันมันก็เดินไปได้เรื่อย ๆ ทั้งนี้ตนไม่มีความเป็นห่วงว่าหน้าตารัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไร เพราะเรามีประชามติ อย่าไปกังวลมาเกินไป
ผู้สื่อข่าวถามถึงอำนาจส.ว. พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า อย่าเพิ่งมาพูดตอนนี้เลย เพราะจะกลายเป็นว่าตนวิจารณ์ทางการเมือง ขอให้ถึงตรงนั้นก่อนค่อยว่ากัน ทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของตน หากประชาชนต้องการอย่างไร เราก็ต้องทำตามนั้น หรือหนังสือพิมพ์ต้องการอย่างไรก็เขียนให้เป็นกลาง เพื่อทำให้ประเทศอยู่ได้ และมีความเจริญ
พบความเคลื่อนไหวมวลชนภาคอีสานก่อกวน
พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลวันลอยกระทงว่า ฝ่ายความมั่นคงได้ประชุมร่วมกันเพื่อเตรียมการไว้หมดแล้วทุกอย่าง เพื่อดูแลให้ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ดีที่สุด เพราะทราบดีว่าช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาล ตั้งแต่การจัดกิจกรรมวันลอยกระทง กิจกรรมปั่นเพื่อพ่อ “bike for dad” งานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระญาณ สังวร สมเด็จพระสังฆราช จนถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่ผ่านมามีข่าวในโซเชียลมีเดียมากมายที่จะมีการดำเนินการให้เกิดความไม่ปลอดภัยและเกิดความไม่เรียบร้อย แต่คสช. ตำรวจ ทหาร กระทรวงมหาดไทยและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมือกันดูแลทั่วประเทศ เพราะตนเป็นห่วงประเทศทั้งหมด ไม่มีจุดใดเป็นพิเศษ อีกทั้งงานด้านการข่าวก็พยายามลงให้ลึกทุกพื้นที่
ผู้สื่อข่าวถามถึงความเคลื่อนไหวทางภาคอีสาน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ได้รับรายงานแล้วและสั่งให้หน่วยข่าวลงพื้นที่หาข่าวต่อไป พบว่ามีความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนจริงและได้เชิญตัวบางส่วนมาพูดคุยทำความเข้าใจแล้ว เจ้าหน้าที่กำลังติดตามพฤติกรรมอีกหลายคนโดยจะทยอยเชิญตัวมาพูดคุย
“ทั้งหมดพบว่ามีแผนจะมาก่อความวุ่นวาย ซึ่งเห็นได้ว่ายังมีความไม่เรียบร้อยและมีความขัดแย้ง แค่คิดจะก่อความวุ่นวายก็แย่แล้ว แต่นี่ออกมาเดินเป็นขบวนการ ขอให้สื่อมวลชนช่วยหาช่วยกันบ้างในเรื่องนี้ บ้านเมืองจะได้สงบ” พล.อ.ประวิตร กล่าว
ต้อนรับทูตสหรัฐพร้อมแจงงานมั่นคง
พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยเดินทางมาเข้าพบว่า รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่มีเรื่องใดที่จะต้องชี้แจงเป็นพิเศษ เพราะการดำเนินการของรัฐบาลไทยที่ผ่านมาทางสหรัฐอเมริกาก็รับทราบหมดแล้ว แต่ทั้งนี้ต้องดูว่าเขาจะคุยอะไรกับเราในเรื่องใดบ้าง เพราะที่ผ่านมาก็มีการพบปะกันมาบ้างแล้วในตำแหน่งต่าง ๆ ของสหรัฐอเมริกา หากถามเรื่องความมั่นคงตนก็พร้อมที่จะตอบ ทั้งนี้เชื่อว่าไม่มีอะไรที่พิเศษ แต่สหรัฐอเมริกายังคงต้องการให้ไทยกลับเป็นประชาธิปไตยโดยเร็ว ส่วนตนเห็นว่าเราก็เป็นประชาธิปไตยอยู่แล้ว เพราะโรดแม็พเราก็เดินมาไกล ทุกอย่างต้องมีการเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่าเอกอัครราชทูตสหรัฐฯจะพูดคุยเรื่องที่ประเทศไทยส่งผู้ลี้ภัยชาวจีน 2 คน กลับไปยังประเทศจีนเมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมาหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ชี้แจงบอกกับตนว่าเพิ่งจับคนจีน 2 คนได้เมื่อสองวันที่ผ่านมา ส่วนการออกบัตรผู้ลี้ภัยนั้นเขาไม่ทราบเรื่อง ทางสตม.จึงได้ตรวจสอบพบว่าทั้ง 2 คนมีคดีค้ามนุษย์อยู่ที่เมืองจีน เมื่อทางจีนประสานมาจึงต้องส่งตัวกลับประเทศตามปกติ อีกทั้งตนได้ชี้แจงต่อยูเอ็นเอชซีอาร์แล้วว่าทำทุกอย่างตามหลักสิทธิมนุษยชน ถ้าต่อไปในอนาคตหากจับกรณีแบบนี้ได้อีกตนจะสอบถามยูเอ็นเอชซีอาร์ก่อนทุกครั้ง แต่ยูเอ็นเอชซีอาร์ก็เข้าใจดี เราได้ตกลงกันว่าจากนี้มีอะไรเกิดขึ้นในกรณีแบบนี้ตนจะสอบถามยูเอ็นเอชซีอาร์ก่อนทุกครั้ง
มะกันผิดหวังไทยส่ง2ผู้ลี้ภัยชาวจีน
ที่กระทรวงกลาโหม นายเกล็น เดวีล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวภายหลังเข้าพบ พล.อ.ประวิตร ว่า จากที่ทางการไทยส่งผู้ลี้ภัยชาวจีน 2 คนกลับไปยังประเทศจีนนั้น ทางสหรัฐอเมริการู้สึกผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงว่าผู้ลี้ภัยทั้ง 2 คนอาจจะถูกดำเนินคดีหรือไม่ก็ถูกทรมาน สำหรับเรื่องทะเลจีนใต้ทางอเมริกาถือเป็นเรื่องสำคัญ จึงอยากให้ประเทศในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงประเทศไทยเป็นผู้นำเพื่อให้จีนปฏิบัติตามพันธะกรณีและหวังว่าทางจีนคงไม่เพิ่มกำลังทหารไปทางเกาะหวังว่าจะไม่สร้างเกาะเพิ่มและนำทหารไปตามเกาะ พร้อมทั้งอยากให้ทุกฝ่ายรวมถึงจีนร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างสันติ
เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ทางการทหารระหว่างประเทศไทยกับอเมริกานั้น นายเกล็น กล่าวว่า เรามีความสัมพันธ์มานานกว่า 60 ปี ซึ่งหวังว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวของ 2 ประเทศจะคงดำเนินต่อไปได้ ในขณะที่การฝึกร่วม คอบร้าโกลด์ จะยังเกิดขึ้นแน่นอนในเดือนกุมพาพันธ์ในรูปแบบไลท์เยียร์เหมือนกับปีที่แล้ว การฝึกดังกล่าวจะเป็นการฝึกแบบพหุภาคีร่วมกันหลายประเทศ จึงถือเป็นโอกาศที่ดีที่ได้ร่วมกันฝึกทั้งยั้งเป็นโอกาสที่ดีที่จะช่วยเหลือในปัญหาด้านต่างๆ เช่น ปัญหาด้านภัยพิบัติและการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
เมื่อถามว่ารู้สึกปลอดภัยไหมที่มาทำหน้าที่ในประเทศไทย นายเกล็น กล่าวว่า รู้สึกปลอดภัยมีความปลอดภัยอย่างมาก



