ข่าว

สืบ7จับอดีตพนง.ทำความสะอาดสนามม้าควงมีดจี้ชิงทรัพย์

สืบ7จับอดีตพนง.ทำความสะอาดสนามม้าควงมีดจี้ชิงทรัพย์

23 พ.ย. 2558

ตำรวจ กก.สส.บก.น.7 รวบหนุ่มอดีตพนักงานทำความสะอาดสนามม้านางเลิ้งคิดสั้นร่วมก๊วนควงมีดซิ่งจยย.ชิงทรัพย์ อ้างขาดรายได้

     เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ต.อ.ภิญโญ ป้อมสถิตย์ ผกก.สส.บก.น.7 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประเดิม จิตวัฒนาภิรมย์ รอง ผกก.สส.บก.น.7 พ.ต.ต.เกียรติศักดิ์ จันจะนะ สว.สส. ร.ต.อ.กรกต พยัคฆโยธี ร.ต.อ.ภูมินทร์ คิสาลัง ร.ต.อ.วิษณุ ศิริสุขชัยวุฒิ รอง สว.สส. ร่วมกันนำกำลังตำรวจ กก.สส.บก.น.7 จับกุมตัว นายลิขิต หรือบิ๊ก ทัดเทียม อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาชิงทรัพย์ พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิก สีดำแดง หมายเลขทะเบียน กคท 700 ป้ายเหลือง กรุงเทพมหานคร และโทรศัพมือถือยี่ห้อโซนี่สีดำ 1 เครื่อง โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณด้านหน้าร้านสะดวกซื้อภายใน หมู่บ้านสิวารัตน์ 3 ถ.พุทธมณฑลสาย 5 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ที่ผ่านมา 
     พ.ต.อ.ภิญโญ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 9 พ.ย. เวลาประมาณ 15.45 น. ที่ผ่านมา นายลิขิต กับพวกได้ร่วมกันใช้อาวุธมีดแบบพับจี้ชิงทรัพย์โทรศัพท์ของผู้เสียหาย ที่บริเวณบ้านเลขที่ 68/66 หมู่บ้านไทรงาม แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. แล้วหลบหนีไป ต่อมาทางพนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชันได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลจังหวัดตลิ่งชันได้ออกหมายจับนายลิขิต ตามหมายศาลจังหวัดตลิ่งชัน ภายหลังจากนั้นตำรวจ กก.สส.บก.น.7 ทำการสืบทราบว่า นายลิขิต ได้หลบหนีไปกบดาลอยู่ภายในหมู่บ้านสิวารัตน์ 3 บ้านสิวารัตน์ 3 ถ.พุทธมณฑลสาย 5 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงไปตรวจสอบ กระทั่งพบนายลิขิต ยืนอยู่บริเวณหน้าเซเว่น ม.บ้านสิวารัตน์ 3 จึงได้แสดงตัวและแสดงหมายจับกุมตัว มาสอบสวนที่ กก.สส.บก.น.7 
     จากการสอบสวน นายลิขิต ให้การยอมรับสารภาพว่า ตนเคยเป็นพนักงานทำความสะอาดอยู่ที่สนามม้านางเลิ้ง มีรายได้ต่อเดือนละ 10,000 บาท เพิ่งออกจากงานได้ประมาณ 1 เดือน ช่วงนี้อยู่ระหว่างตกงาน ไม่มีรายได้มาเลี้ยงดูครอบครัว ซึ่งปัจจุบันอยู่กินกับภรรยา จึงคิดหารายได้ทางลัด โดยการออกตระเวนจี้ชิงทรัพย์ ในวันเกิดเหตุตนทำหน้าที่เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปกับพวก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุใช้อาวุธมีดลงไปข่มขู่ชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือ แล้วพาหลบหนีไป จากนั้นได้นำโทรศัพท์ไปขายที่ห้างดังย่าน ปิ่นเกล้า ในราคาเพียง 1,000 บาท แล้วเอาเงินมาแบ่งกันไว้ใช้ส่วนตัว ส่วนอาวุธมีดได้นำไปโยนทิ้งคลองลัดมะยม ต่อมาได้หลบหนีไปกบดานกับแฟนสาวที่ จ.สุโขทัย ก่อนตนจะมากบดาลสถานที่แห่งนี้ กระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว แต่ยอมรับก่อเหตุมาเพียง 2 ครั้งเท่านั้น 
     เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การ เนื่องจากตรวจสอบประวัติเคยกระทำความผิดและถูกดำเนินคดีลักทรัพย์ (คอมพิวเตอร์โน๊คบุ๊ค) พื้นที่ สภ.บางกรวย ปี 2552 อีกด้วย ทำให้ต้องสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมทั้งทำการขยายผลเพื่อติดตามตัวคนร้ายที่เหลือให้ได้ จากนั้นแจ้งข้อหา “ร่วมกันชิงทรัพย์ในเคหสถาน โดยมีอาวุธ และใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป