
บาธรูมฯชู'นวัตกรรม-ดีไซน์'ปั้นผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำติดท็อปไฟว์
บาธรูมฯชู'นวัตกรรม-ดีไซน์'ปั้นผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำติดท็อปไฟว์ของโลก : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดย...ณัฎฐ์ชิตา เกิดแดง
จากข้อมูลของสหประชาชาติระบุว่าประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงอายุในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือปี 2025 ประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปจะมีจำนวนมากถึง 20% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ทำให้สินค้าและบริการต่างๆ ในประเทศไทยเริ่มมองเห็นความสำคัญและเตรียมพร้อมรองรับตลาดกลุ่มนี้ ไม่เว้นแม้แต่สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ หรืออ่างอาบน้ำ ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อความสะดวกในการใช้งานของคนสูงอายุ ซึ่งบริษัท บาธรูม ดีไซน์ จำกัด เป็นหนึ่งในองค์กรที่ระดมมันสมองของทีมวิจัยมาพัฒนาต่อยอดจากอ่างอาบน้ำวนธรรมดาให้เป็นอ่างอาบน้ำที่มีดีไซน์และนวัตกรรมจนได้รับรางวัลจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) และนำมาอวดโฉมสู่ตลาดเป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว
“เอียด จารุรัตน์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท บาธรูม ดีไซน์ จำกัด บอกว่า เหตุที่่บริษัทสนใจสินค้าเกี่ยวกับผู้สูงอายุ เพราะในเมืองไทยมีกระแสการเข้าสู่สังคมสูงวัยมาได้ 4-5 ปีก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งจากข้อมูลระบุว่าอีก 10 ปีข้างหน้าเมืองไทยจะมีคนสูงอายุประมาณ 20% ซึ่งบริษัทเป็นผู้ผลิตสินค้าด้านสุขภัณฑ์ในห้องน้ำมายาวนานถึง 20 ปี และมีเป้าหมายเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมสินค้าในห้องน้ำ โดยมีอ่างอาบน้ำเป็นตัวหลัก จึงหันมามองสินค้าดังกล่าวเป็นอันดับแรก
“เรากลับมามองูสินค้าในตลาดก็เห็นว่าอ่างอาบน้ำที่มีอยู่ยังไม่รองรับการใช้งานของผู้สูงอายุ ทั้งในเรื่องความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้งาน ส่วนใหญ่เป็นอ่างอาบน้ำที่ต้องก้าวข้ามเข้าไป ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะหกล้มได้ง่าย จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้สูงอายุจะใช้งานโดยลำพัง”
ดังนั้น บริษัทจึงมอบหมายให้ทีมวิจัยที่มีอยู่ประมาณ 20 คน ซึ่งเป็นทีมงานคนไทยทั้งหมดร่วมกันคิดค้นพัฒนาและออกแบบอ่างอาบน้ำ เพื่อรองรับการใช้งานสำหรับคนสูงอายุโดยเฉพาะ ต้องคำนึงถึงประโยชน์การใช้งานเป็นหลัก โดยทำการศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากทั้งในประเทศและต่างประเทศมาประกอบกัน ใช้เวลาพัฒนาอยู่ประมาณ 2 ปี จึงได้งานต้นแบบออกมามีรูปร่างจะคล้ายถ้วยแก้วขนาดใหญ่ดีไซน์สวยงามจนได้รับรางวัลมา 3-4 รางวัลจากหลายเวทีทั่วโลกในช่วงปี 2011-2012
แต่การจะนำเข้ามาสู่กระบวนการผลิตเชิงพาณิชย์นั้น ต้องบอกว่าสินค้าต้นแบบดังกล่าวยังไม่ตอบสนองเรื่องต้นทุนและการทำตลาด จึงได้พัฒนามาสู่อ่างอาบน้ำรุ่น “FIUME” (ฟิอูเม่) ที่มีขนาดเล็กลงและเป็นทรงสี่เหลี่ยม ช่วยตอบโจทย์ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยทำให้การดำรงชีวิตของคนกลุ่มนี้มีความสุขและสะดวกสบายยิ่งขึ้น เนื่องจากอ่างอาบน้ำฟิอูเม่เป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่นำนวัตกรรมการนั่งแช่ตัวในอ่างอาบน้ำมาผสมผสานกับศาสตร์แห่งการนวดตัว โดยที่นั่งสำหรับแช่ตัวถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับสรีระของผู้ใช้งาน จึงทำให้รู้สึกผ่อนคลายขณะนั่งแช่ตัว อีกทั้งยังมีบานประตูเปิด-ปิดด้านนอก จึงเข้าออกง่ายไม่เสี่ยงอันตราย ถือเป็นอ่างอาบน้ำที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ป่วย ผู้สูงอายุ คนพิการ
ขณะที่คนทั่วไปก็ใช้งานได้เพราะสามารถนำมาประยุกต์และพัฒนาให้ใช้กับบ้านพักอาศัยทั่วไปได้อีกด้วย จนทำให้อ่างอาบน้ำฟิอูเม่ของบริษัทได้รับรางวัลจากสนช.ด้วย ซึ่งรางวัลดังกล่าวเป็นสิ่งช่วยการันตีสินค้าและช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าให้คนรู้จักอีกทางหนึ่ง เพราะฟิอูเม่จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากความรู้สึกอาบน้ำแบบเดิมๆ ที่นอนแช่ หรือนอนอาบ แต่ฟิอูเม่จะใช้วิธีนั่งอาบเนื่องจากผู้สูงอายุนอนอาบไม่ได้อาจจมน้ำหรือลุกไม่ขึ้นจึงน่าจะเหมาะสำหรับการให้ผู้อายุสามารถใช้ชีวิตประจำวันและอาบน้ำได้เองตามปกติ ซึ่งจะทำให้มีความสุขมากกว่า อีกทั้งในต่างประเทศมีอ่างอาบน้ำแบบนี้มาใช้ดูแลผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้นานแล้ว
ผู้บริหารหนุ่มบอกว่า ได้นำอ่างอาบน้ำรุ่นดังกล่าวออกมาวางตลาดประมาณ 2 ปีแล้ว โดยในช่วงแรกๆ อาจยังไม่ได้รับการตอบสนองจากตลาดมากนัก เพราะสังคมไทยยังไม่ค่อยให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ ต่างกับสังคมญี่ปุ่นที่มีคนสูงอายุจำนวนมาก จึงมีสินค้าและบริการที่รองรับการชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ออกมาจำนวนมากและไปไกลกว่าไทย ขณะที่ผู้สูงอายุในประเทศไทยมักจะได้รับการดูแลจากญาติพี่น้อง พี่เลี้ยงหรือพยาบาลมากกว่า ดังนั้น บริษัทจึงต้องเน้นออกบูธร่วมกับผู้ค้าอย่างโฮมโปร บุญถาวร เพื่อสร้างการรับรู้ในสินค้าและทำตลาดผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่มีกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ จากปีก่อนถึงปัจจุบันถือว่ามีคนให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ และมียอดขายที่น่าพอใจประมาณร้อยกว่าชุด เพราะต้องยอมรับว่าตลาดนี้เป็นตลาดที่ใหม่มาก
“ตลาดผู้สูงอายุถือเป็นตลาดค่อนข้างใหม่สำหรับประเทศไทย และเนื่องจากราคาสินค้าค่อนข้างสูงประมาณชุดละ 70,000-129,000 บาท จึงต้องเน้นไปที่กลุ่มระดับบน ที่ผู้ใช้ตามบ้านเรือนมีกำลังซื้อค่อนข้างสูง เพราะสังคมไทยเป็นสังคมใหญ่คนซื้อจะเป็นลูกหลานที่ซื้อให้ผู้สูงอายุเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันและมีความสุขกับการอาบน้ำมากขึ้น”
“เอียด” ยอมรับว่า ในช่วงแรกบริษัทคงไม่ได้หวังในเรื่องยอดขายมากนัก แต่มองว่าเมื่อบริษัทเป็นผู้ผลิตสินค้าในห้องน้ำ โดยเฉพาะอ่างอาบน้ำวนที่เป็นสินค้าชูโรง ดังนั้น จึงต้องมีสินค้าตอบสนองความต้องการได้ทุกกลุ่ม แม้กลุ่มผู้สูงอายุยังเป็นกลุ่มเล็กในปัจจุบันแต่ในอนาคตมองว่าตลาดกลุ่มนี้จะขยายใหญ่ขึ้น ซึ่งหากไม่เริ่มในวันนี้ก็อาจจะช้าเกินไป จึงต้องมีการลองถูกลองผิด เมื่อมีโนว์ฮาวหรือองค์ความรู้ขึ้นมาก่อนก็จะพร้อมลงมือทำได้ทันกับความต้องการของตลาด สามารถต่อยอดออกสินค้าซีรีส์ใหม่ๆ ได้ทันที แต่หากยังไม่เริ่มทำตอนนี้ก็อาจจะพัฒนาไม่ทันและจะกลายเป็นผู้ตามหลังตลาดก็ได้ แม้จะนำสินค้าออกมาทำตลาดเป็นเวลา 2 ปีแล้ว และยังไม่คุ้มค่ากับการลงทุนไป แต่บริษัทก็ได้หลายๆ อย่างกลับมาพัฒนาสินค้าให้ทิ้งห่างคู่แข่งได้
ผู้บริหารบาธรูม ดีไซน์ บอกอย่างภาคภูมิใจว่า อ่างอาบน้ำรุ่นนี้เป็นตัวแรกในตลาดที่ผลิตโดยคนไทย นอกเหนือจากนั้นเป็นสินค้าที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ทำให้บาธรูม ดีไซน์น่าจะเป็นเจ้าแรกที่มีโนว์ฮาวทางด้านนี้และเป็นผู้นำตลาดเมื่อเทียบกับบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายสุขภัณฑ์รายใหญ่ในตลาดที่มีไม่ถึง 10 บริษัท และถือเป็นจุดเด่นที่จะแข่งขันกับต่างประเทศได้ เพราะไทยไม่สามารถผลิตสินค้าราคาถูกเหมือนจีนมาแข่งในตลาดจึงต้องเน้นไปที่เรื่องของดีไซน์เป็นหลัก ซึ่งคนไทยเก่งเรื่องของการดีไซน์และออกแบบเยอะมาก
อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหากตลาดลูกค้ากลุ่มนี้ขยายใหญ่ขึ้น บริษัทก็จะสามารถผลิตสินค้าให้มีราคาถูกลงได้ แต่เนื่องจากปัจจุบันตลาดยังไม่ใหญ่พอ และสินค้าดังกล่าวเป็นแฮนด์เมดประมาณ 50% จึงมีราคาค่อนข้างแพง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เขาบอกว่ากลุ่มผู้มีรายได้สูงไม่ได้สนใจเรื่องของราคามากนัก แต่จะเน้นมองในเรื่องของดีไซน์และประโยชน์ในการใช้งานว่าตอบสนองความต้องการได้หรือไม่เป็นหลัก



