
ตัดส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์!
ตัดส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์! : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น
ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่จะให้ตัด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ถือเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ โดยเฉพาะ เมื่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญคิดสูตรเลือกตั้งที่จะให้ใช้ “บัตรเลือกตั้งใบเดียว”
“เสรี สุวรรณภานนท์” ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านการเมือง ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2540 ให้เหตุผลในการเสนอตัด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า “เจตนารมณ์ของการมี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ครั้งแรกในรัฐธรรมนูญ 2540 คือ เพื่อให้คนที่มีความรู้ความสามารถแต่ไม่ใช่นักเลือกตั้งที่ลงสมัครทีไรแพ้ทุกที มีโอกาสได้เป็น ส.ส. แต่ช่วงหลังเจตนารมณ์นี้หายไป บัญชีรายชื่อกลายชื่อของกลุ่มทุนที่อยากมาเป็นรัฐมนตรีกลายเป็นเหมือนของซื้อของขาย กลายเป็นเรื่องธุรกิจการเมือง ลงทุนเข้ามาอยู่ในบัญชีรายชื่อ แล้วก็มีการถอนทุน เป็นบ่อเกิดของการทุจริตคอร์รัปชั่น เมื่อเป็นอย่างนี้ก็ไม่ควรมี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์”
นอกจากการเสนอให้ตัด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ออกไปแล้ว คณะกรรมาธิการชุดนี้ ยังเสนอให้กำหนดเขตเลือกตั้งให้เป็นระบบเขตใหญ่เรียงเบอร์ แทนเขตเดียวเบอร์เดียวด้วย โดยอาจจะใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งเหมือนการเลือกตั้ง ส.ว.เมื่อปี 2543 หรือเขตใหญ่เรียงเบอร์ 3 คนก็ได้ แต่ที่สำคัญผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องมีสิทธิเลือกผู้แทนได้เพียงคนเดียว หรือ ระบบวันแมนวันโหวต โดยบอกว่าเขตใหญ่จะช่วยสร้างความปรองดองได้ เพราะตัวแทนทุกกลุ่มมีโอกาสได้รับเลือกตั้งมากขึ้น ไม่เกิดการผูกขาดเหมือนที่ผ่านมา
“การใช้ระบบเขตใหญ่เรียงเบอร์จะทำให้การแข็งขันไม่ดุเดือดเหมือนเขตเล็ก การใช้ระบบวันแมนวันโหวตจะทำให้คนอันดับรองๆ ลงมามีโอกาสได้เป็น ส.ส. เป็นระบบที่ทำให้คะแนนเสียงของประชาชนไม่ตกน้ำ ทุกกลุ่มมีโอกาสได้ตัวแทนของตัวเองเข้าไปเป็น ส.ส. ที่สำคัญระบบนี้จะแก้ปัญหาความแตกแยก สร้างความปรองดองได้ ผลการเลือกตั้งในแต่ละจังหวัดแต่ละเขตจะไม่ผูกขาดอยู่ที่พรรคใดพรรคหนึ่งเท่านั้น แบบนี้พรรคเพื่อไทยก็มีโอกาสได้ ส.ส.ที่ภาคใต้ ขณะที่ประชาธิปัตย์ก็มีโอกาสได้ ส.ส.ภาคอีสานมากขึ้น” ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านการเมืองอธิบาย
มีเหตุผลเรื่องเสียงของประชาชน “ไม่ตกน้ำ” เหมือนสูตรของ “มีชัย” และ “บวรศักดิ์” ด้วย
ดูเร็วๆ อาจจะบอกว่าเป็นไปได้ยาก ไม่เคยได้ยินสูตรเลือกตั้งนี้ออกมาจากฝั่งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ปรมาจารย์มีชัย” ได้คิดสูตร “ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว” แต่ให้มี ส.ส. 2 ระบบคือ ส.ส.เขต และ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ไว้แล้ว ซึ่งเป็นสูตรที่นักวิเคราะห์บอกว่าจะสามารถดึงจำนวน ส.ส.จากพรรคใหญ่มาที่พรรคขนาดกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าสูตรเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมของ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ”
แต่ถ้าคิดอีกที ในเมื่อ “มีชัย” คิดสูตรให้มี “บัตรเลือกตั้งใบเดียว” แล้ว หากจะตัด “ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์” ออกไปด้วย ก็น่าจะลงตัวไหม
ยกเว้นหาก “ดีดลูกคิด” คำนวณตัวเลขแล้ว สูตรนี้จะไม่ตอบโจทย์ คสช.
ตำรวจผุดไอเดียตั้ง'กลุ่มไลน์รถตู้แจ้งเบาะแสอาชญากรรม' : สายตรวจระวังภัย คณาธิศ ศรีหิรัญเดช
ปัญหาอาชญากรรมน้อยใหญ่ยังคงมีอยู่ในเขตหัวเมืองสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร เนื่องจากมีประชากรแฝงมากมายเข้ามาอาศัยเพื่อทำงาน เหตุการณ์ “ลัก วิ่ง ชิง ปล้น” หรือแม้แต่การทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกาย และปัญหายาเสพติด ก็ยังคงมีให้เห็นอยู่เป็นประจำ ซึ่งลำพังกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาคอยระวังป้องกันเหตุ หรือติดตามจับกุมก็คงไม่ทั่วถึง และอาจล่าช้า หากไม่มีพยาน หรือพลเมืองดีคอยช่วยเหลือให้ข้อมูล ดังนั้นตำรวจแต่ละท้องที่จึงต้องหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
ด้วยเหตุนี้ทางตำรวจ สน.พญาไท ได้ “ผุดไอเดีย” เพิ่มช่องทางแจ้งเบาะแสคนร้าย หรือเฝ้าระวังป้องกันเหตุอาชญากรรม โดยดึงกลุ่มคนขับรถตู้เข้ามามีส่วนร่วม และใช้เทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย ซึ่งคนส่วนใหญ่เข้าถึงอย่าง “แอพพลิเคชั่นไลน์” เนื่องจากในพื้นที่มีรถตู้โดยสารให้บริการประชาชนมากมาย จึงมี “โครงการรถตู้ร่วมใจป้องกันภัยอาชญากรรม” และโครงการนี้ได้รับความสนใจจาก พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 มาร่วมเป็นประธานกล่าวเปิดโครงการ โดยมี พ.ต.อ.ชณาวิน พวงเพชร ผกก.สน.พญาไท พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิชัย แดงประดับ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ต.ท.ปกรณ์ ภาวิไล รองผกก.สส. พ.ต.ต.ประภาส แก้วฉีด สว.สส.สน.พญาไท ร่วมเปิดโครงการ และอบรมให้ความรู้กับพนักงานขับรถตู้โดยสารที่ตอบรับเข้าร่วมโครงการกว่า 135 คน
การอบรมตามโครงการนี้จะเน้นการฝึกฝนเทคนิคและการสังเกตรูปพรรณคนร้าย หรือวัตถุต้องสงสัย ความรู้เรื่องกฎหมายจราจรและกฎหมายทั่วไป เพื่อเป็นการร่วมมือสร้างสังคมเมืองแห่งความปลอดภัยผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้ประกอบการรถตู้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “กลุ่มไลน์รถตู้แจ้งเบาะแสอาชญากรรม” ส่งไปยังตำรวจให้เข้าระงับ หรือสกัดกั้นเหตุ ให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อผู้โดยสารและผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน ขณะเดียวกันการอบรมดังกล่าวยังมีทหารและเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้าร่วมชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการรถตู้ เพื่อป้องกันปัญหากระทบกระทั่งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและภาคเอกชน
พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บอกว่า สืบเนื่องจากในปัจจุบันปัญหาอาชญากรรม หรือยาเสพติด รวมไปถึงการก่อความไม่สงบ มีสถิติที่สูงขึ้น เนื่องมาจากสาเหตุหลายประการ ทาง สน.พญาไท จึงจัดโครงการดังกล่าวนี้ขึ้นมา เพื่อให้ผู้เข้าอบรมช่วยกันสอดส่องดูแล เฝ้าระวังเหตุการณ์ต่างๆ และสร้างความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ด้าน พ.ต.อ.ชณาวิน อธิบายว่า การสร้างเครือข่ายแอพพลิเคชั่นไลน์ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้ทราบวิธีการปฏิบัติตนขณะพบเหตุ และวิธีการสังเกตตำหนิรูปพรรณผู้ต้องสงสัย รวมไปถึงวิธีแจ้งข้อมูลข่าวสาร พร้อมทั้งนำความรู้ต่างๆ ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ทางสน.พญาไทยังมีโครงการที่จะขยายเครือข่ายนอกจากรถตู้สาธารณะ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ปั๊มน้ำมัน รวมไปถึงธนาคาร โดยจะมีการให้รางวัลกับผู้แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมคนร้ายในคดีต่างๆ ได้อีกด้วย
“กลุ่มไลน์นี้ คาดว่าจะช่วยป้องกันและระงับเหตุอาชญากรรมได้อย่างทันท่วงที เช่น กรณีคนร้ายก่อเหตุหลบหนีไป ตำรวจก็จะสามารถแจ้งเบาะแสให้กลุ่มคนขับรถตู้ช่วยสอดส่อง ชี้เบาะแส เพื่อนำไปสู่การจับกุมคนร้าย” ผกก.สน.พญาไท ระบุ
กลุ่มไลน์รถตู้แจ้งเบาะแสอาชญากรรมนี้ นอกจากจะเป็นการดึงประชาชนมามีส่วนร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการแจ้งเบาะแส แจ้งเหตุเกี่ยวกับอาชญากรรมแล้ว ยังเปิดเป็นช่องทางรายงานสภาพการจราจร และรับร้องเรียนปัญหาต่าง ๆ ซึ่งกลุ่มไลน์นี้อาจมีมากกว่า 1 กลุ่ม แต่ทุกกลุ่มจะมีตำรวจคอยรับแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมง และจะมีการติดสติกเกอร์ประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนให้ช่วยแจ้งเบาะแสเพิ่มเติมเช่นเดียวกัน



