ข่าว

‘วันชัย’ชี้การเลือกตั้งที่ดีคือจุดชี้ขาดการเมืองมั่นคง

‘วันชัย’ชี้การเลือกตั้งที่ดีคือจุดชี้ขาดการเมืองมั่นคง

22 พ.ย. 2558

‘วันชัย’ ชี้การเลือกตั้งที่ดี คือจุดชี้ขาดการเมืองมั่นคง แนะ กรธ. กำหนดโทษที่เด็ดขาด เพื่อกันคนโกงเลือกตั้ง

 
 
          วันที่ 22 พ.ย.58 นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงการร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ว่า ส่วนตัวไม่ติดใจที่กรธ.หรือข้อเสนอของคนอื่นๆที่จะแนะนำให้ส.ส. ส.ว. และที่มาของนายกฯด้วยวิธีไหนและจำนวนเท่าใด เพราะประเด็นนั้นไม่ใช่ตัวชี้ขาดว่าการเมืองจะมั่นคงหรือไม่ แต่หัวใจที่สำคัญอยู่ที่การเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรมมากกว่า ถ้าการเลือกตั้งดีแล้วทั้งส.ส. ส.ว. และนายกก็จะดีเอง รวมทั้งบ้านเมืองก็จะดีไปด้วย 
 
          ‘วันชัย’ ชี้การเลือกตั้งที่ดี คือจุดชี้ขาดการเมืองมั่นคง แนะ กรธ. กำหนดโทษที่เด็ดขาด เพื่อกันคนโกงเลือกตั้ง
 
          นายวันชัยกล่าวอีกว่า ในการร่างรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกนั้น จะต้องร่างให้มีกลไก วิธีการและมาตรการต่างๆในการจัดการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรมให้ได้ ระบุกำหนดโทษและการลงโทษที่ต้องรวดเร็วเห็นผล ทำให้คนรู้แล้วจะไม่กล้าทำอีก รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายจะต้องได้ผลด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ กกต.และราชการทหารตำรวจ จะต้องมีส่วนอย่างสำคัญในการจัดการเลือกตั้งที่จะเกิดมีขึ้นครั้งต่อไป ให้สุจริตและเป็นแบบอย่างในครั้งต่อๆไปให้ได้
 
          “ไม่ว่า กรธ. จะร่างรัฐธรรมนูญแบบไหนอย่างไรหรือใครจะเสนอแนวทางเช่นไร ก็แล้วแต่ ส่วนตัวผมเห็นว่าช่วงที่จะเปลี่ยนผ่านส่งมอบประชาธิปไตยให้กับประชาชนในการเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ โดยกรธ.จะต้องคำนึงถึงประชาธิปไตยที่เหมาะสมกับสังคมไทยในระยะที่จะเปลี่ยนผ่าน คือต้องให้เกิดความสมดุล 3 ประการของความมั่นคง ระหว่างการเมือง ความสงบเรียบร้อย และความรักความสามัคคีของคนในชาติ”นายวันชัยกล่าว
 
          ทั้งนี้นายวันชัยกล่าวต่อไปว่า บทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญที่จะทำให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปด้วยความเรียบร้อยจึงมีความสำคัญมาก จะให้บ้านเมืองมีการเลือกตั้งเป็นประชาธิปไตยเต็มที่ ก็มีแนวโน้มว่าจะกลับไปเป็นแบบเดิม จะเผด็จการแบบนี้ ก็จะมีปัญหาทั้งภายในและภายนอก ซึ่งมีผลกระทบต่อความแตกแยกของคนในชาติ ดังนั้นกรธ. ต้องออกแบบในระยะเลือกตั้งสี่ปีแรกให้เหมาะสม สมดุลทั้งการเมือง ความมั่นคงและการมีส่วนร่วมของประชาชน อย่างที่ตนเคยเสนอให้มีส.ส. จากการเลือกตั้ง 300 คน ให้มีการสรรหาส.ว. อย่างมีประสิทธิภาพจากกลุ่มสาขาอาชีพและพลังทางสังคม 200 คน ร่วมกันเป็นรัฐสภา เลือกนายกรัฐมนตรี ร่วมกันประคับประคองให้บ้านเมืองผ่านไปด้วยความเรียบร้อยในระยะสี่ปีแรก และช่วยกันวางรากฐานให้กับการเมืองส่งต่อให้กับการเลือกตั้งในครั้งต่อๆไป ซึ่งขะทำให้เกิดความสมดุลทั้งภาคประชาชนและความมั่นคง