ข่าว

‘กรธ.’จัดรับฟังความเห็นต่อ‘ร่างรธน.’5ประเด็นหลัก

‘กรธ.’จัดรับฟังความเห็นต่อ‘ร่างรธน.’5ประเด็นหลัก

22 พ.ย. 2558

“กรธ.”จัดรับฟังความเห็นต่อร่างรธน. ใน5ประเด็นหลัก “มีชัย” ระบุผ่านวิดีทัศน์หวังปชช.ร่วมแสดงความเห็น เพื่อสร้างกติกาที่ใช้กับคนทั้งประเทศอย่างสมบูรณ์ เกิดประโยชน

 
          วันที่ 22 พ.ย.58 ที่โรงแรมริมกก รีสอร์ท จังหวัดเชียงราย คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และอนุกรรมการรับฟังและสรุปความคิดเห็นที่มีผู้เสนอแนะ ในกรธ. ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า จัดสัมมนา เรื่อง การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญ เป็นเวทีแรกจากเวที 4ภูมิภาค โดยมีตัวแทนประชาชน และผู้นำท้องถิ่น รวมถึงตัวแทนส่วนราชการในพื้นที่ภาคเหนือ 15 จังหวัด จำนวน 150 คนเข้าร่วม ทั้งนี้ในเวทีดังกล่าวได้เน้นการรับฟังความเห็นใน 5 ประเด็นสำคัญ คือ เรื่องสิทธิ เสรีภาพและหน้าที่ของประชาชนที่พึงปรารถนา, เรื่องหน้าที่ของรัฐที่พึงปรารถนา, เรื่องการได้มาซึ่งแทนที่พึงปรารถนา, เรื่องการกระจายอำนาจที่พึงปรารถนา และแนวทางการปฏิรูปประเทศที่พึงปรารถนา ซึ่งแต่ละเรื่องมีกรอบแนวคิดให้ถกเถียงและแต่ละกลุ่มต้องร่วมแสดงความคิดเห็นต่อแนวทางการลงโทษบุคคลที่ทุจริตหรือทำผิดการเลือกตั้งเพื่อนำเสนอให้กรธ. พิจารณาด้วย 
 
          โดยก่อนการเริ่มเวทีรับฟังความเห็นมีตัวแทนจากเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (ชพท.) นำโดย นายสุพจน์ หมีจา เข้ายื่นข้อเสนอแนะต่อการร่างรัฐธรรมนูญให้กับกรธ. ผ่านนายสุพจน์  ไข่มุกด์ รองประธานกรธ.คนที่หนึ่ง และคณะกรธ. โดยมีเนื้อหาสำคัญคือต้องการให้รัฐธรรมนูญมาตรา 83 ว่าด้วยการส่งเสริมและสนรับสนุนให้ชนเผ่าพื้นเมืองและชาวพื้นเมืองสามารถพัฒนาตนเองได้ตามอัตลักษณ์และวิถีชีวิต, มาตรา 84 ว่าด้วยสิทธิการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมตามภูมิประเทศ รวมถึงต้องมีการส่งเสริมประชาธิปไตยของภาคพลเมือง พร้อมส่งเสริมให้ชนเผ่าพื้นเมืองสามารถมีส่วนร่วมในการบริหารชุมชน เป็นต้น
 
          ทั้งนี้ในเวทีดังกล่าวได้เปิดเทปวิดิทัศน์ของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. ที่บันทึกเพื่อใช้ในเวทีรับฟังความเห็นของประชาชนต่อการร่างรัฐธรรมนูญ ความยาวประมาณ 10 นาทีโดยมีสาระสำคัญว่า ประเทศไทยอยู่ในระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน สิ่งที่ต้องทำขณะนี้คือการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อใช้เป็นหลักในการปกครองประเทศ เป็นหลักในการบริหารราชการแผ่นดิน และเป็นหลักคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน รวมถึงการกำหนดหน้าที่ของประชาชนและหน้าที่ของรัฐที่พึงมีต่อกัน ตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 กำหนดให้มีกรธ. จำนวน 21 คนเพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ และเมื่อทำแล้วเสร็จต้องนำไปเสนอประชาชนทั้งประเทศเพื่อให้ออกเสียงประชามติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ
 
          หากประชามติเสียงข้างมากให้ผ่านร่างรัฐธรรมนูญจะมีผลใช้บังคับต่อไป การดำเนินการของบ้านเมืองจะกลับสู่ภาวะปกติ มีการเลือกตั้งตามบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยระหว่างการทำร่างรัฐธรรมนูญ ลำพัง กรธ. ทั้ง 21 คน ย่อมยากที่จะทำหรือเขียนอะไรให้ครอบคลุมตรงตามความประสงค์ของประชาชนได้ทั้งหมด จึงจำเป็นต้องจัดการรับฟังความเห็นของประชาชน ซึ่งในระยะต่อไปนี้ กรธ. จะเดินทางพบประชาชนเพื่อรับฟังความเห็น ขณะเดียวกันได้เปิดโอกาสให้ประชาชนเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะต่อกรธ. เพื่อนำไปบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีช่องทางรับฟังความเห็นหลายช่องทาง อาทิ ไปรษณีย์ ช่องทางออนไลน์ และเสนอความเห็นผ่านเวทีรับฟังความเห็นของกรธ.
 
          “สิ่งที่กรธ.หวังจะได้รับความเห็นคือ เรื่องสิทธิ หน้าที่ ของประชาชน สมควรบัญญัติอะไรไว้บ้างนอกเหนือจากที่เคยมีมา โครงสร้างทางการปกครอง ในระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมถึงกระบวนการจัดการเลือกตั้ง ระบบรัฐสภา รวมถึงเรื่องที่กรธ. อยู่ระหว่างคิดว่า ที่ผ่านมาเราไม่ได้กำหนดว่ารัฐหรือรัฐบาลมีหน้าที่อะไรต้องกระทำ เราจึงจะบัญญัติให้ชัดเจนไว้ในรัฐธรรมนูญ สิ่งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ประชาชนเสนอแนะได้ว่ารัฐพึงทำอะไรบ้าง ความสำคัญของรัฐธรรมนูญคือกฎ เกณฑ์ของประเทศในการกำกับ ควบคุมทุกองคาพยพของการปกครองประเทศเป็นหลักในการคุ้มครองสิทธิและเสรีประชาชน
 
          ดังนั้นประชาชนพึงมีส่วนร่วมดำเนินการด้วย ทั้งนี้ยอมรับว่าความเห็นของประชาชน กรธ. ไม่สามารถนำไปบรรจุในร่างรฐธรรมนูญทั้งหมดได้ แต่รับรองได้ว่าเมื่อเสนอแนะแล้ว จะนำไปคิด และรวมเพื่อให้เกิดไปในทิศทางที่ประชาชนเสนอแนะเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนในวันข้างหน้า ผมหวังให้ประชาชนมีส่วนร่วมการจัดทำรัฐธรรมนูญอย่างทั่วถึงและได้รับประโยชน์จากการตรารัฐธรรมนูญอย่างสมบูรณ์และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป” นายมีชัย ระบุผ่านวิดิทัศน์