
ถอดความในใจ จาก 'ประยุทธ์' ถึง 'มีชัย'
22 พ.ย. 2558
คม วิเคราะห์ การเมืองรอบสัปดาห์ : ถอดความในใจ จาก 'ประยุทธ์' ถึง 'มีชัย' : โดย...สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ สำนักข่าวเนชั่น
ความเคลื่อนไหวในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากความคืบหน้าในการร่างรัฐธรรมนูญ ไฮไลท์อีกส่วนจะอยู่ที่ “10 ข้อเสนอต่อการร่างรัฐธรรมนูญ” จาก “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถึง “มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)
หากดูในภาพรวมของข้อเสนอ 10 ข้อดังกล่าว จะเห็นว่ามีเนื้อหาคล้ายกับสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ให้การบ้านไว้ตั้งแต่วันที่นายมีชัยยอมรับตำแหน่งประธาน กรธ. ยกเว้น ในข้อ 7 และข้อ 8 ที่ดูเหมือน พล.อ.ประยุทธ์จงใจจะกล่าวถึง “ทหาร” เป็นพิเศษ
ทำให้เกิดคำถามว่า ทำไม พล.อ.ประยุทธ์ต้องให้น้ำหนักต่อบทบาท “ทหาร” ไว้ในข้อเสนอด้วย?
"ข้อ 7 แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐยังคงต้องบัญญัติให้รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย และบูรณภพแห่งเขตอำนาจรัฐ และต้องจัดให้มีกำลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย จำเป็น และเพียงพอ เพื่อพิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย ความมั่นคงของรัฐ สถาบันพระมหากษัตริย์ ผลประโยชน์แห่งชาติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเพื่อการพัฒนาประเทศ การใช้กำลังทหารโดยสุจริตเพื่อความมั่นคงของรัฐจากภัยที่มีมาจากภายในและนอกราชอาณาจักร ไม่ต้องรับโทษทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง
ข้อ 8 ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะทหาร จะต้องมีสิทธิเสรีภาพในทุกๆ ด้าน เช่นเดียวกับประชาชนโดยทั่วไป ไม่ควรถูกจำกัด หรือลิดรอนสิทธิเสรีภาพแม้กระทั่งสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง ด้วยเหตุแห่งอาชีพในการเป็นข้าราชการทหาร"
มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า การให้รัฐธรรมนูญกำหนดเรื่องบทบาทของทหารตามข้อเสนอข้อ 7 โดยเฉพาะในท่อนท้าย เท่ากับเป็นการนิรโทษกรรมการกระทำของทหารทั้งในอดีตและในอนาคต บ้างก็ว่าเท่ากับเป็นการนำมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาไว้รัฐธรรมนูญใหม่ด้วย
อย่างไรก็ตาม เมื่อเปิดรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้านี้จะพบว่า เนื้อหาตามข้อเสนอของ คสช.ในเรื่องแนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐตามข้อ 7 มีบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ทั้งรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และ 2550 แต่ไม่มีท่อนท้ายที่่เป็นประเด็นที่ถูกวิจารณ์คือ “การใช้กำลังทหารโดยสุจริตเพื่อความมั่นคงของรัฐจากภัยที่มีมาจากภายในและนอกราชอาณาจักร ไม่ต้องรับโทษทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง”
ในรัฐธรรมนูญ 2550 ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 77 ว่า “รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย และบูรณภพแห่งเขตอำนาจรัฐ และต้องจัดให้มีกำลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย จำเป็น และเพียงพอ เพื่อพิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย ความมั่นคงของรัฐ สถาบันพระมหากษัตริย์ ผลประโยชน์แห่งชาติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเพื่อการพัฒนาประเทศ”
ส่วนข้อ 8 ในเรื่องสิทธิเสรีภาพของข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐต่างๆ นั้น เคยมีอยู่ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเช่นกัน แต่กำหนดไว้อย่างมีเงื่อนไข เช่น ในฉบับ 2550 อยู่ในมาตรา 31 ว่า “บุคคลผู้เป็นทหาร ตํารวจ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ และพนักงานหรือลูกจ้างขององค์กรของรัฐ ย่อมมีสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป เว้นแต่ที่จํากัดไว้ในกฎหมายหรือกฎที่ออกโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการเมือง สมรรถภาพ วินัย หรือจริยธรรม”
ขณะที่ตามข้อเสนอข้อ 8 ของ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการให้เปิดสิทธิเสรีภาพของทหารในการแสดงออกทางการเมืองด้วย
“มีชัย” ออกตัวว่า กรธ.ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อเสนอของ คสช.ทั้ง 10 ข้อ โดยเฉพาะกรณีที่มีอยู่แล้วก็ไม่จำเป็น เช่น ข้อเสนอแนะที่ 7 กรณีที่เสนอว่า การใช้กำลังทางทหารโดยสุจริตเพื่อความมั่นคงของรัฐจากภัยที่มาทั้งภายในและนอกราชอาณาจักร ไม่ต้องรับโทษทางแพ่งและอาญา ก็ไม่จำเป็นต้องเขียน เพราะมีระบุในกฎหมายอาญาอยู่แล้ว อีกทั้งไม่ได้คิดว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นการนิรโทษกรรมล่วงหน้า หรืออย่างในข้อ 8 ที่เสนอให้ทหารมีสิทธิเสรีภาพแสดงออกทางการเมือง ก็ไม่จำเป็นต้องระบุในรัฐธรรมนูญเช่นกัน เนื่องจากรัฐธรรมนูญทุกฉบับได้คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องปฏิบัติตามข้อกฎหมายและระเบียบวินัยที่เกี่ยวข้องด้วย
ส่วนข้อเสนออื่นๆ ของ “หัวหน้า คสช.” ไม่น่าจะมีปัญหาว่าจะถูกบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญของ “มีชัย” หรือไม่ เพราะอยู่ในโจทย์เดิมแล้ว ทั้งที่ให้กำหนด “ช่องทางในการผ่าทางตัน” เผื่อไว้ และการกำชับเรื่องปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น
แต่หากดู “ผลงาน” การร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้นของ “มีชัย” ที่ออกมา ต้องบอกว่า ในประเด็นสำคัญๆ สามารถตอบโจทย์ คสช.ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมใหม่ทางการเมือง ที่ให้ใช้ “บัตรเลือกตั้งใบเดียว” แต่ยังให้มี ส.ส.ทั้ง 2 ระบบ คือ ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า สูตรนี้จะช่วยดึงจำนวน ส.ส.จากพรรคใหญ่มาที่พรรคขนาดกลางได้มากขึ้น และการกำหนดให้ พรรคการเมืองต้องเสนอรายชื่อบุคคลที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ” ซึ่งจะตอบโจทย์เรื่องการเปิดทางให้ “นายกฯ ที่ไม่ได้เป็น ส.ส.” รวมถึงเรื่องที่มา ส.ว. ที่ตอนนี้ปูพื้นมาชัดเจนแล้วว่าจะไม่มี ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้ง
เรื่องการร่างรัฐธรรมนูญตามโจทย์ของ คสช.คงไม่มีข้อสงสัย แต่ที่ยังต้องติดตามคือ จะตรงตามโจทย์ของประชาชนด้วยหรือไม่!
--------------------
โจทย์ใหม่ : 10 ข้อเสนอร่างรัฐธรรมนูญจาก คสช.
1.ต้องมีบทบัญญัติที่สำคัญครบถ้วน ไม่ใช้ถ้อยคำกำกวม
2.ไม่ควรยาวเกินไป แต่ต้องไม่สั้นเกินไปจนขาดสาระสำคัญ
3.กำหนดวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันการล้มล้าง หรือแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยใช้กำลัง โดยเฉพาะการปฏิวัติ และรัฐประหาร
4.ครอบคลุมในหลักการที่สำคัญของกระบวนการการเมือง การปกครอง การตรวจสอบ
5.ต้องสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ในประเทศอย่างแท้จริง
6.ควรบัญญัติช่องทางในการผ่าทางตันเผื่อไว้ด้วย
7.ด้านความมั่นคงของรัฐ ต้องจัดให้มีกำลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย จำเป็น และเพียงพอ การใช้กำลังทหารโดยสุจริตเพื่อความมั่นคงของรัฐจากภัยจากภายในและนอกราชอาณาจักร ไม่ต้องรับโทษทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง
8.ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะทหาร จะต้องมีสิทธิเสรีภาพในทุกๆ ด้าน แม้กระทั่งสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง
9.ให้นายกฯ มีวาระ 4 ปี และอยู่ได้ไม่เกิน 2 วาระ
10.ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นจะต้องได้รับการต่อต้านและขจัดไปจากชาติ โดยผู้กระทำความผิดจะต้องถูกลงโทษอย่างหนักเฉียบขาดและรุนแรง เป็นค่านิยมที่จะต้องถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
(จากหนังสือที่ พล.อ.ประยุทธ์ ทำถึง มีชัย เมื่อ 11 พ.ย.)
--------------------
โจทย์เดิม : กรอบการร่างรัฐธรรมนูญของ “มีชัย” ตามโจทย์ “ประยุทธ์”
1.เป็นที่ยอมรับของสากล แต่ต้องสอดคล้องกับประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิตของประเทศไทย
2.มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการปฏิรูปและสร้างความปรองดอง
3.ป้องกันไม่ให้การเมืองใช้อำนาจไปหาประโยชน์ โดยใช้เงินแผ่นดินไป “อ่อยเหยื่อ” กับประชาชน
4.มีแนวทางขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างได้ผล
5.สร้างกลไกให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชน
(หมายเหตุ : มีชัย พูดในการแถลงเมื่อ 5 ต.ค.2558 วันแรกหลังจากรับตำแหน่งประธาน กรธ.)
--------------------
(คม วิเคราะห์ การเมืองรอบสัปดาห์ : ถอดความในใจ จาก 'ประยุทธ์' ถึง 'มีชัย' : โดย...สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ สำนักข่าวเนชั่น)



