ข่าว

ระเบิดปารีสสะเทือนไทย จี้คุมน้ำยาล้างเล็บกันบึ้มป่วนเมือง

ระเบิดปารีสสะเทือนไทย จี้คุมน้ำยาล้างเล็บกันบึ้มป่วนเมือง

22 พ.ย. 2558

เรื่องเล่าข่าวดัง : ระเบิดปารีสสะเทือนไทย จี้คุมน้ำยาล้างเล็บกันบึ้มป่วนเมือง : โดย...พรรณทิพา จิตราวุฒิพร

 
                      โศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญกรณีคนร้ายก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย และกราดยิงผู้คนกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 150 คน บาดเจ็บอีกจำนวนมาก ถือเป็นการก่อเหตุร้ายครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส
 
                      ชนวนเหตุแห่งที่มาของการก่อการร้าย ไม่ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบนานมากนัก เมื่อเว็บไซต์เครือข่ายของกลุ่มกองกำลังรัฐอิสลาม หรือไอเอส เผยแพร่คลิปวิดีโอกลุ่มนักรบ แถลงการณ์ยอมรับว่าเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นกลางกรุงปารีสคือฝีมือของพวกเขา และยังข่มขู่ว่าจะลงมือโจมตีอีก หากรัฐบาลฝรั่งเศสยังไม่ลดบทบาทในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใส่กลุ่มไอเอสในซีเรียและอิรัก
 
                      หลายประเทศตื่นตัวกับเหตุก่อการร้ายที่เกิดขึ้นครั้งนี้ รวมถึงประเทศไทยด้วย โดยนายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง แสดงทัศนะเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า เท่าที่ติดตามการสอบสวนของทางการฝรั่งเศสคลี่คลายตามลำดับ มีกลุ่มคนร้ายถูกจับกุมแล้วกว่า 10 คน กลุ่มแรกพักอาศัยในฝรั่งเศส จนกระทั่งได้สัญชาติฝรั่งเศส บางส่วนเป็นผู้อพยพเข้ามา บางส่วนอยู่ในเมืองใหญ่ๆ อย่างปารีส ทำให้คุ้นเคยพื้นที่ การเลือกลงมือในเขต 10-11 แสดงให้เห็นว่าพวกเขารู้ทางหนีที่ไล่เป็นอย่างดี
 
                      กลุ่มสองมาจากนอกประเทศ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสชี้ให้เห็นว่า มีการวางแผนมาจากนอกประเทศด้วย ส่วนหนึ่งที่ถูกจับกุมผู้ต้องสงสัยที่ประเทศเบลเยียม การก่อการร้ายที่ซับซ้อน วางแผนเป็นเวลาพอสมควร เป้าหมายไม่ใหญ่มากนัก แต่เป็นเป้าหมายที่คนคุ้นเคย เพราะสถานที่ที่เกิดเหตุเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ชมกีฬา ฟังดนตรี รับประทานอาหาร ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดควบคุมได้ยาก
 
                      “ย้อนกลับไปตั้งแต่ต้นปีมีความพยายามในลักษณะนี้หลายครั้ง ทำสำเร็จไปแล้วก็มี อย่างที่สังหารนักหนังสือพิมพ์หลายสิบคน การวางระบบของฝรั่งเศสยังล้มเหลวอยู่ ยังไม่สามารถระงับไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ได้ ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงมาตรการก็คงทำให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก ซึ่งเป็นแรงกดดันให้ฝ่ายการเมืองฝรั่งเศสหันมาแก้ไขจริงจังกับปัญหาในอนาคต” ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เปิดเผย
 
                      นายปณิธาน แสดงทัศนะว่า แม้เหตุระเบิดที่ฝรั่งเศสจะไม่ห่างจากเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ของไทยมากนัก แต่ก็มั่นใจว่า ไม่มีความเชื่อมโยงกัน และยืนยันว่า ไม่มีแนวโน้มที่กลุ่มก่อการร้ายในลักษณะเดียวกับที่ฝรั่งเศสจะเข้ามาก่อเหตุในไทย เพราะไทยไม่มีแนวคิดสุดโต่ง แตกต่างกับประเทศเพื่อนบ้านเราหลายประเทศที่มีข้อมูลบ้างว่า ประชากรของประเทศเหล่านั้น มีบางส่วนที่อาสาไปรบในประเทศซีเรีย ซึ่งประเทศซีเรียก็ระบุชัดเจนว่า มีประชากรของอินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ค่อนข้างชัดเจนว่า  กองกำลังที่เข้าไปรบในซีเรียบางส่วนใช้ภาษาถิ่นของทั้งสองประเทศนี้
 
                      นายปณิธาน กล่าวต่อว่า มีข้อมูลบางส่วนว่า นักรบเหล่านี้เดินทางกลับประเทศบ้านเกิดแล้วนำความรู้ความเชี่ยวชาญการใช้อาวุธมาเคลื่อนไหวในประเทศเหล่านั้น จนหลายประเทศที่พบข้อมูลนี้มีความกังวล ซึ่งไทยเองเป็นหนึ่งในสมาชิกของประชาคมข่าวกรองนานาชาติ ก็มีการเฝ้าระวังเรื่องนี้ มีการเข้มงวดจุดผ่านแดนกว่า 100 จุด ทั่วประเทศ เพื่อคัดกรองบุคคลเข้าประเทศอย่างเข้มงวด
 
                      ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวด้วยว่า ภัยคุกคามสมัยใหม่ รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ โดยนำระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ที่ใช้เครื่องมือทางด้านไอทีสมัยใหม่มาช่วย ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการเสนอของสภาความมั่นคงแห่งชาติ พยายามจัดระบบนี้มาหลายรัฐบาลแล้ว รวมถึงกฎหมายใหม่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพราะระบบที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอ การโจมตีมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ โดยกลุ่มแบ่งแยกดินแดน กลุ่มก่อการร้ายที่ถูกจัดลำดับโดยประเทศต่างๆ กลุ่มเหล่านี้ลดบทบาทลงไปมาก เมื่อหลายปีก่อนกลุ่มเจมาห์ อิสลามิยาห์ มีปฏิบัติการหลายประเทศ รัฐบาลก็เฝ้าระวังกลุ่มแนวร่วมสมทบเล็กๆ ที่อาจไม่มีตัวตน ไม่มีทะเบียนประวัติ อาศัยพื้นที่ส่วนตัวกล่อมเกลาแนวความคิดสุดโต่ง ใช้วิธีการสมัยใหม่ ซึ่งดูแลยาก หลายประเทศกำลังจัดระบบอยู่ อย่างสหรัฐอเมริกาได้วางโครงสร้างใหม่ไว้แล้ว หลังจากเหตุการณ์ 11 กันยายน เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา มีการสร้างกระทรวงใหม่เพื่อดูแลงานทางด้านนี้โดยเฉพาะ มีการออกพระราชบัญญัติฉบับใหม่ๆ ถือว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง ไม่มีการโจมตีแบบนั้นอีกเลยในสหรัฐอเมริกา แต่ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน และอีกหลายประเทศในยุโรปยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าสหรัฐอเมริกา เรื่องการป้องกันการโจมตีในประเทศ
 
                      “ตรวจสอบแล้วในไทยยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นกังวล กรณีที่กลุ่มทางภาคใต้ไปร่วมรบกับซีเรีย เราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง คนของเราไม่ได้ประกาศตัวจัดกองกำลังเข้าไปร่วมรบเหมือนกับหลายประเทศ แต่เราก็ได้เฝ้าระวัง ภาคใต้ของไทยเราค่อนข้างเป็นอิสระการเชื่อมโยงมีเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ คนในพื้นที่ภาคใต้หวงแหนพื้นที่ของตัวเอง ไม่ค่อยให้ใครเข้ามาปฏิบัติการอะไร ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการดูแลตนเอง การปกครอง พัฒนากับทางการไทย มีไปเรียนศึกษา หรือท่องเที่ยว แต่ไม่มีอะไร” นายปณิธาน กล่าว
 
                      ข้อกังวลเกี่ยวกับเรื่องชาวอุยกูร์ ซึ่งมีข้อมูลว่าอาจเดินทางผ่านไทยเพื่อไปร่วมสู้รบที่ซีเรียนั้น นายปณิธานยืนยันว่า ยังไม่พบข้อมูลโดยตรง คนกลุ่มนี้มีเอกลักษณ์ที่หลากหลาย แต่รัฐบาลไทยไม่ให้ใครเข้ามาใช้พื้นที่ของไทยเป็นพื้นที่ซ่องสุ่มกำลัง การที่ทางการไทยจับกุมนายริดวน อิซามุดดิน หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ฮัมบาลี” แกนนำกลุ่มก่อการร้ายเจไอ ได้เมื่อหลายปีก่อน ไทยแสดงให้เห็นว่าเราไม่ยินยอมให้คนเหล่านี้มาใช้พื้นที่ของไทย เช่นเดียวกับกรณีการจับกุมนายวิคเตอร์ บูท อดีตเจ้าหน้าที่กองทัพรัสเซีย หรือเคจีบี ที่ทางการไทยจับกุมได้เมื่อเดือนมีนาคม 2551 คืออาชญากรสำคัญหลายประเทศที่มีบัญชีรายชื่อ ทางการไทยก็ส่งตัวกลับประเทศภูมิลำเนา อีกทั้งไทยเราได้จับกุมคนที่เคลื่อนไหวสร้างสถานการณ์จากประเทศตะวันออกกลางเรื่องระเบิดเมื่อ 2-3 ปีก่อน ซึ่งเรื่องนี้ก็อยู่ในชั้นศาล
 
                      ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ยอมรับว่า ข้อมูลการเฝ้าระวังของรัฐบาลขณะนี้มีอยู่หลายสิบกลุ่มที่หน่วยข่าวกรองมีการแจ้งเตือน แต่กลุ่มเหล่านี้ยังไม่ได้เคลื่อนไหว เพียงแค่อาจจะพยายามเข้า-ออก ก็ได้ส่งสัญญาณไปว่าไทยไม่ยินดี กลุ่มเหล่านี้ได้เฝ้าติดตามมาเป็นเวลาหลายปีในตะวันออกกลาง ในเอเชียใต้ ในเอเชียตะวันออกบางกลุ่ม ซึ่งบางกลุ่มก็เป็นแก๊งอาชญากรรม อาชญากรข้ามชาติ บางกลุ่มก็พัวพันกับกลุ่มก่อการร้ายในหลายประเทศ บางกลุ่มก็พัวพันกับการค้ามนุษย์ ยาเสพติด ค้าอาวุธสงคราม ประเทศไทยถือเป็นแรงดึงดูดใจให้คนต่างประเทศเข้ามาเที่ยวทั่วโลก ขณะเดียวกันคนเหล่านี้พยายามแอบแฝงเข้ามา ถ้าจัดระบบที่ดีคนเหล่านี้ก็จะไม่กล้าเข้ามา
 
                      ขณะที่ พล.ต.ต.รณกร ศุภสมุทร ผบก.สพ. ยืนยันว่า กลุ่มก่อการร้ายที่ถล่มกรุงปารีสไม่มีความเชื่อมโยงกับการก่อเหตุในไทย แต่กลุ่มเหล่านี้มีความเชี่ยวชาญการคิดค้นผลิตวัตถุระเบิดขึ้นมาเอง โดยใช้วัสดุที่หาซื้อง่ายตามห้างสรรพสินค้า หรือร้านเคมีภัณฑ์ทั่วไป ซึ่งรัฐบาลไทยจะต้องผลักดันพ.ร.บ.ยุทธภัณฑ์ เพื่อควบคุมสารไตรอะซิโตน ไตรเปอร์ออกไซด์ ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในน้ำยาล้างเล็บสูตรเข้มข้น และสารไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในน้ำยาย้อมผมสูตรเข้มข้น สารทั้ง 2 ชนิดนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่ใช้ในการประกอบระเบิด หรือที่เรียกว่า สาร “Mother of satan” และเป็นสารชนิดเดียวกับที่พบในที่เกิดเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ในไทย ซึ่งสารชนิดนี้ถูกใช้ในประเทศปาเลสไตน์ ตั้งแต่ปี 2523 ก่อนที่กลุ่มไอซิสมีการนำมาใช้บ้าง
 
                      “อย่างคดีที่ราชประสงค์ กรณีที่นายอาเดม คาราดัก และไมไรลี ยูซูฟู เข้ามาในประเทศไทยโดยผ่านพรมแดนมาจากประเทศเพื่อนบ้าน และเข้ามาพักในกรุงเทพฯ มาหาวัสดุที่ใช้ประกอบระเบิด ก็ต้องหาวัสดุที่หาง่าย ซื้อง่าย ซึ่งก็จะใช้วิชาทางเคมีเอาสารพวกนี้เป็นสารตั้งต้นในการทำระเบิด ในบ้านเราเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ยุทธภัณฑ์ ยังไม่ได้ควบคุมสาร 2 ตัวนี้ อีกไม่นานคิดว่ารัฐบาลจะมาพิจารณาในส่วนนี้ด้วย เพราะมีการพัฒนาคิดค้นขึ้นเยอะ เราต้องมีกฎหมายครอบคลุมสารพวกนี้ทั้งหมด” พล.ต.ต.รณกร ระบุ
 
                      นอกจากนี้ พล.ต.ต.รณกรยังบอกถึงอานุภาพความรุนแรงของระเบิดชนิดนี้ว่า ขึ้นอยู่กับปริมาณของสารเคมีที่ใช้ว่ามากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับขนาดของปอนด์ เหมือนวัตถุระเบิดที่สำเร็จแล้ว เช่น ทีเอ็นที หรือซีโฟร์ ขึ้นอยู่กับจำนวนของสารที่นำมาทำระเบิด และคนพวกนี้ต้องเรียนรู้ว่า การทำระเบิดต้องทำอยู่ในห้องอุณหภูมิที่ไม่สูงมากนัก เพราะอาจเกิดการเสียดสีได้ รวมถึงการผสมกัน เพื่อให้สารตกผลึก เมื่อได้สารมาแล้วก็บรรจุในวัสดุที่เป็นพลาสติกมากกว่าโลหะให้มิดชิด มีตัวเร่งจุดชนวน ซึ่งกลุ่มเหล่านี้มีพื้นฐานเรียนรู้มาจากที่เดียวกัน ก่อนที่กลุ่มนี้จะเรียนรู้มาต้องมีการทดลองก่อน บางกลุ่มมีความชำนาญไม่เหมือนกัน บางกลุ่มประกอบเอง บางกลุ่มใช้ทีเอ็นทีหรือซีโฟร์ ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีซิกเนเจอร์ที่ไม่เหมือนกัน                       อย่างกลุ่มทางภาคใต้ก็จะใช้ระเบิดชนิดนี้ ตำรวจตรวจสอบก็จะรู้ได้ว่ากลุ่มเป็นไหน ซึ่งจะวิเคราะห์ได้แคบลง
 
                      ด้าน พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า ตำรวจเตรียมหารือกับนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้อย่างละเอียด หากพบว่าเป็นภัยคุกคามก็ต้องหาทางผลักดันให้มีการควบคุมอย่างจริงจังต่อไป ในเวลานี้ต้องเฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัยที่มีความเสี่ยงก่อเหตุร้ายไม่ให้เดินทางเข้าไทยได้ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มข้นการอารักขาบุคคลสำคัญ บ้านพัก และสถานทูตต่างๆ โดยเฉพาะสถานทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และให้เข้มงวดในการหาข่าวกรองเชิงลึกเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้าย ถึงแม้ขณะนี้ยังไม่พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้ายที่จะเข้ามาก่อเหตุในไทย
 
                      "สตม.มีมาตรการในการคัดกรองบุคคลเข้าออกประเทศอย่างเข้มข้น ทั้งทางภาคพื้นดิน ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นทุกรูปแบบอีกด้วย ให้เพิ่มความเข้มงวดเฝ้าระวังอย่างเต็มที่มากขึ้น เพื่อยกระดับตามจุดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ” โฆษก ตร.กล่าว
 
                      เหตุร้ายในปารีส แม้จะอยู่คนละมุมโลกของไทย แต่เนื่องด้วยไทยเป็นประเทศศูนย์กลางการเดินทาง มีชาวต่างประเทศเดินทางเข้า-ออกอย่างไม่ขาดสาย ดังนั้นจึงประมาทไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว
 
 
 
 
--------------------
 
(เรื่องเล่าข่าวดัง : ระเบิดปารีสสะเทือนไทย จี้คุมน้ำยาล้างเล็บกันบึ้มป่วนเมือง : โดย...พรรณทิพา จิตราวุฒิพร)