ข่าว

ปิดกรุงบรัสเซลส์รับมือก่อการร้ายสูงสุด!

ปิดกรุงบรัสเซลส์รับมือก่อการร้ายสูงสุด!

21 พ.ย. 2558

'เบลเยียม' ยกระดับเตรียมรับก่อการร้ายสูงสุดในกรุงบรัสเซลส์ สถานทูตเตือนคนไทยติดตามข่าวใกล้ชิด ด้านวิกฤติตัวประกันในมาลี 9 ชม. ดับ 27 ล่า 3 มือปืน

 
                      21 พ.ย. 58  ความคืบหน้ามือปืนกลุ่มหนึ่งบุกโรงแรมเรดิสัน บลู ในกรุงบามาโก เมืองหลวงของมาลี ประเทศในแอฟริกาตะวันตก และจับแขกที่เข้าพักกับพนักงานเป็นตัวประกันกว่า 170 คน ก่อนที่กองกำลังปฏิบัติการพิเศษของมาลีและนานาชาติบุกเข้าช่วยเหลือ ซึ่งแขกส่วนมากอยู่ภายในห้องพักของตนเอง ทีละชั้น ผ่านไป 9 ชั่วโมง วิกฤติตัวประกันจึงคลี่คลายได้สำเร็จ โดยมีผู้เสียชีวิต 27 คน กับผู้ก่อการร้ายอีกอย่างน้อย 3 คน ที่เสียชีวิตเพราะถูกสังหารหรือระเบิดตัวตาย ล่าสุด สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ทางการมาลีกำลังไล่ล่าผู้ต้องสงสัยก่อเหตุอีก 3 คน 
 
                      ในจำนวนผู้เสียชีวิตมีชาวจีนรวมอยู่ด้วย 3 คน ซึ่งสื่อทางการจีนรายงานว่า ทั้งสามเป็นผู้บริหารของบรรษัทรถไฟจีน นอกจากนี้ยังมีชาวอเมริกัน 1 คน เบลเยียม 1 คน และกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ระบุว่า มีพลเมืองเสียชีวิตด้วย แต่รอยืนยันชื่อและจำนวน
 
                      รัฐบาลมาลีประกาศภาวะฉุกเฉิน 10 วัน มีผลตั้งแต่เที่ยงคืนวันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน และไว้อาลัย 3 วัน เริ่มจากวันเสาร์นี้ (21 พ.ย.) แก่เหยื่อก่อการร้าย
 
                      ผู้นำโลกไม่ว่าจะเป็น ประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ร่วมประณามการโจมตีครั้งนี้
 
                      เหตุบุกโรงแรมเริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน ตามเวลาท้องถิ่น มีรายงานว่า มือปืนผ่านเข้าโรงแรมเรดิสัน ที่ถือกันว่าเป็นหนึ่งในโรงแรมดีที่สุดในแอฟริกาตะวันตก โดยใช้รถยนต์ติดป้ายทะเบียนนักการทูต ทันทีที่ลงจากรถก็เริ่มกราดยิงเบิกทาง ยังผลให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเสียชีวิต 3 คน จากนั้นจับแขกและพนักงานเป็นตัวประกัน
 
                      สถานีโทรทัศน์ในมาลีแพร่ภาพเหตุการณ์โกลาหลจากภายในโรงแรม ขณะตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรีบพาแขกไปทางระเบียงเพื่อหาที่ปลอดภัย
 
                      แหล่งข่าวตำรวจเปิดเผยว่า ตัวประกันบางส่วนได้รับการปล่อยตัวออกมาก่อน หลังพิสูจน์ได้ว่าเป็นมุสลิม ด้วยการท่องบทสวดคัมภีร์อัลกุรอาน ส่วนพนักงานบางคนหลบหนีทางออกฉุกเฉิน
 
                      ทหารมาลี ตำรวจและหน่วยปฏิบัติการพิเศษ รุดไปยังจุดเกิดเหตุหลังจากนั้นไม่นาน ตามด้วยทหารจากกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในมาลี (MINUSMA) และทหารฝรั่งเศสที่ประจำอยู่ในแอฟริกาตะวันตก หลังจากนั้น 9 ชั่วโมง จึงควบคุมสถานการณ์ได้
 
                      ประธานาธิบดีอิบรอฮิม เคตา ของมาลี ซึ่งผละจากที่ประชุมสุดยอดในประเทศเพื่อนบ้านชาด เดินทางกลับประเทศทันที ทวีตชื่นชมการทำงานของกองกำลังความมั่นคงและขอบคุณนานาประเทศที่ช่วยเหลือ
 
 
 
เครือข่ายอัล-ไกดาอ้างผลงาน
 
 
                      กลุ่มชื่อ อัล มูราบิตูน ภายใต้การนำของนายม็อคตาร์ เบลม็อคตาร์ ผู้ก่อการร้ายตาเดียวชาวแอลจีเรีย อ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีที่มาลี โดยคลิปเสียงที่สำนักข่าวอัลจาซีราในกาตาร์เผยแพร่ เป็นเสียงของชายคนหนึ่งที่พูดว่า พวกเราคือมูราบิตูน พร้อมกับพี่น้องจาก “อัล-ไกดาในอิสลามิก มาเกร็บ” คือกลุ่มที่ปฏิบัติการจับตัวประกันที่โรงแรมเรดิสัน
นายฌอง-อีฟส์ เลอ ดรียอง รัฐมนตรีกลาโหมฝรั่งเศส ก็เชื่อว่า นายเบลม็อคตาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อการร้ายที่โลกต้องการตัวมากที่สุดน่าจะอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ ขณะที่ เซคูบา บามบิโน เดียบาเต นักร้องชาวกินี ซึ่งอยู่ในกลุ่มผู้รอดชีวิต บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า มือปืนใช้ภาษาอังกฤษพูดคุยกัน
 
                      เว็บไซต์ข่าวอินเตอร์เนชั่นแนล บิสเนส ไทม์ส อ้างความเห็นของฮิลารี มัตเฟสส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านแอฟริกา มหาวิทยาลัยป้องกันประเทศในวอชิงตันกล่าวว่า การโจมตีและจับตัวประกันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในมาลี แต่เหตุการณ์ล่าสุดเกิดในพื้นที่ทางใต้ที่ไกลออกมาจากพื้นที่เคลื่อนไหวตามปกติของบรรดากลุ่มกบฏมาก เป็นพัฒนาการที่น่าเป็นห่วง
มาลี ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม เคยเป็นตัวอย่างความสำเร็จด้านการพัฒนาประชาธิปไตยในแอฟริกา และความพยายามต่อต้านก่อการร้ายในสายตาตะวันตกมานาน กระทั่งเกิดเหตุการณ์ไม่สงบทางภาคเหนือระหว่างกบฏชนเผ่าทัวเร็กกับรัฐบาล เมื่อปี 2555 จนนำมาสู่การรัฐประหารของกองทัพ
 
                      สุญญากาศด้านความมั่นคงที่เกิดขึ้นนับแต่นั้น เปิดช่องให้กลุ่มติดอาวุธที่เคยเคลื่อนไหวอิสระทางเหนือรุกคืบชิงพื้นที่ และขยายการโจมตีลงมาทางใต้มากขึ้นจนใกล้กับเมืองหลวง แต่ด้วยปฏิบัติการทหารนำโดยฝรั่งเศสที่เปิดฉากในปีถัดไป สามารถผลักดันกลุ่มติดอาวุธส่วนใหญ่ถอยร่นไปยังเขตทะเลทรายได้เมื่อ 2 ปีก่อน กระนั้นพื้นที่กว้างใหญ่ของมาลียังมีสภาพไร้ขื่อแปและเสี่ยงเกิดเหตุร้าย
 
                      ปัจจุบันฝรั่งเศสยังมีทหารกว่า 1,000 นาย ในมาลี ประเทศอดีตอาณานิคม ที่เป็นสมรภูมิหลักของภารกิจต่อต้านก่อการร้ายที่มีชื่อเรียกขานว่า “ปฏิบัติการบาร์คาน” ครอบคลุม 5 ประเทศในภูมิภาคซาเฮลของแอฟริกา
 
                      มาลีมีกลุ่มกบฏมากมายหลายสิบกลุ่ม บางกลุ่มเกี่ยวข้องกับกบฏทัวเร็ก บางกลุ่มโยงใยกับ “อัล-ไกดาในอิสลามิก มาเกร็บ” (เอคิมไอเอ็ม) ซึ่งเป็นสาขาอัล-ไกดาทางแอฟริกาเหนือ เอคิวไอเอ็มปรากฏตัวในปี 2550 ว่ากันว่ามีเป้าหมายนำกฎหมายอิสลามและปลดปล่อยชาวมาลีจากรากเหง้าอาณานิคมฝรั่งเศส โดยเกณฑ์สมาชิกจากทั้งในประเทศ เพื่อนบ้านไนเจอร์ เซเนกัล มอริเตเนีย และโมร็อกโก นายม็อคตาร์ เบลม็อคตาร์ ชาวแอลจีเรียเคยเป็นหัวหน้าเอคิวไอเอ็ม เกิดแตกคอกับอัล-ไกดาและตั้งกลุ่มใหม่ และต่อมารวมตัวกับอีกกลุ่มเมื่อ 2 ปีก่อน กลายเป็น อัล มูราบิตูน หรือ อัล-ไกดาแห่งแอฟริกาตะวันตก
 
                      สำหรับนายเบลม็อคตาร์ วัย 42 ปี ตะวันตกเชื่อว่าเป็นผู้บงการบุกยึดและจับตัวประกันโรงแยกก๊าซที่เมืองอาเมนาส ประเทศแอลจีเรีย เมื่อปี 2556 ที่จบลงอย่างนองเลือด มีผู้เสียชีวิตมากถึง 40 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวตะวันตก ปฏิบัติการครั้งนั้นสร้างชื่อความโหดให้แก่นายเบลม็อคตาร์ 
 
 
 
เบลเยียมยกระดับเตือนก่อการร้าย
 
 
                      วันเดียวกันที่เบลเยียม รัฐบาลยกระดับระวังภัยก่อการร้ายระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวง เนื่องจากมีภัยคุกคามร้ายแรงมาก ผลจากการนี้ สถานีรถไฟใต้ดินทุกแห่งจะปิดบริการจนถึงวันอาทิตย์ รถรางบางสายจะได้รับผลกระทบด้วย ส่วนรถประจำทางยังวิ่งตามปกติ
 
                      ศูนย์รับมือสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงแหล่งรวมตัวของฝูงชน เช่น คอนเสิร์ต ห้างสรรพสินค้า และสถานีขนส่งในกรุงบรัสเซลส์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่สหภาพยุโรปและองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) นอกจากนี้ยังแนะนำให้ทางการในบรัสเซลส์พิจารณายกเลิกกิจกรรมต่างๆ รวมถึงยกเลิกการแข่งขันฟุตบอลดิวิชั่น 1 และ 2 ในสุดสัปดาห์นี้ ส่วนการเตือนภัยก่อการร้ายในพื้นที่อื่นของประเทศยังอยู่ในระดับ 3
 
                      การตื่นตัวด้านความปลอดภัยมีขึ้นไม่กี่ชั่วโมง หลังจากผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งที่ถูกจับกุมในเบลเยียมถูกแจ้งข้อหาพัวพันการก่อการร้ายในกรุงปารีส นับเป็นผู้ต้องสงสัยรายที่สามแล้วที่ถูกจับกุมด้วยข้อสงสัยเดียวกัน สองคนก่อนหน้าถูกแจ้งข้อหาให้ความช่วยเหลือนายซาเลาะห์ อับเดสลาม ผู้ต้องสงสัยโจมตีปารีส ที่เชื่อว่ายังหลบหนีอยู่ในเบลเยียม และเป็นเป้าหมายใหญ่ของการไล่ล่า
 
                      อีกด้านหนึ่ง ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ มีมติเป็นเอกฉันท์ อนุมัติข้อเสนอของฝรั่งเศสที่จะอนุญาตให้ทุกประเทศใช้มาตรการทุกอย่างเท่าที่จำเป็นเพื่อต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายไอเอส
 
                      ประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ของฝรั่งเศส แสดงความยินดี โดยระบุว่า มตินี้จะช่วยให้ประเทศต่างๆ กำจัดกลุ่มไอเอสให้หมดไปได้ ด้านโรลองต์ ฟาบิอุส รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส กล่าวว่า ประเทศต่างๆ ควรหาแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการยกระดับการต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการทางกองทัพ ทางการทูต ไปจนถึงการมุ่งตัดท่อน้ำเลี้ยงของผู้ก่อการร้าย อย่างไรก็ตาม มตินี้ไม่ได้ให้อำนาจชอบธรรมทางกฎหมายสำหรับมาตรการทางทหาร และไม่ได้อ้างอิงถึงบทที่ 7 ของกฎบัตรสหประชาชาติที่อนุญาตให้ประเทศสมาชิกใช้กำลังทางทหารได้ เพียงแต่จะช่วยให้มีความช่วยเหลือในการกำจัดกลุ่มก่อการร้ายจากนานาชาติเข้ามามากขึ้น
 
                      นายกรัฐมนตรีชาร์ลส์ มิเชลของเบลเยียม แถลงว่า การตัดสินใจยกระดับระวังภัยก่อการร้ายในกรุงบรัสเซลส์ มาจากข้อมูลที่ค่อนข้างชัดเจนถึงความเสี่ยงว่าจะเกิดการโจมตีแบบเดียวกับที่เกิดในปารีส โดยคนกลุ่มหนึ่งที่มีอาวุธปืนและระบิด อยู่ในหลายสถานที่ในเมืองหลวง แต่รัฐบาลขอเรียกร้องประชาชนอย่าตื่นตระหนก ให้ตั้งอยู่ในความสงบ รัฐบาลได้ดำเนินทุกมาตรการที่จำเป็นแล้ว
 
 
 
สถานทูตเตือนคนไทยในเบลเยียม
 
 
                      สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ออกประกาศถึงคนไทยในประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ตามเวลาท้องถิ่นว่า จากกรณีเหตุการณ์ก่อการร้ายที่ประเทศฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับบุคคลที่มีถิ่นพำนักอยู่ในกรุงบรัสเซลส์ ส่งผลให้รัฐบาลเบลเยียมประกาศยกระดับภาวะภัยคุกคามทั่วประเทศจากเดิมระดับ 2 เป็นระดับ 3 เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ซึ่งหมายถึงภาวะภัยคุกคามต่อบุคคล กลุ่มบุคคล และกิจกรรมต่างๆ ที่อาจเป็นเป้าหมาย ที่มีระดับความเป็นไปได้สูง
 
                      ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงบรัสเซลส์ จึงขอให้คนไทยที่เดินทางมาที่กรุงบรัสเซลส์ หรือจังหวัดอื่นๆ ในประเทศเบลเยียม ใช้ความระมัดระวังในการเดินทางสัญจรเข้าในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นข่าวตามสื่อต่างๆ ในช่วงเวลานี้ และขอให้ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานทางการของเบลเยียมอย่างใกล้ชิด หากประสงค์แจ้งข้อมูลข่าวสารขอความกรุณาแจ้งได้ที่อีเมล [email protected] หรือเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน+(32) 4 70 85 96 67
 
 
 
 
--------------------
 
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)