
เปิดใจ 'ทูตฝรั่งเศส' จากโศกนาฏกรรมปารีส
21 พ.ย. 2558
เปิดใจ 'ทูตฝรั่งเศส' จากโศกนาฏกรรมปารีส
โศกนาฏกรรมจากเหตุการณ์กลุ่มไอเอสบุกถล่มประชาชนชาวฝรั่งเศสกลางกรุงปารีสยังคงเป็นฝันร้ายที่คนทั่วโลกยากจะลืมเลือน เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความสูญเสียเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะชีวิตผู้คนจำนวน 128 คนต้องดับสูญไปอย่างไม่มีวันกลับ
หลังเกิดเหตุ รัฐบาลฝรั่งเศส และประเทศมหาอำนาจอเมริกา รัสเซีย ได้เปิดฉากไล่ล้างกลุ่มไอเอสอย่างดุเดือดไม่แพ้กัน โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “นายจิลส์ การาชง” เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยได้ให้สัมภาษณ์เครือเนชั่นถึงแนวทางการรับมือกับกลุ่มไอเอสในทุกรูปแบบ พร้อมอธิบายถึงตัวตนของชาวฝรั่งเศสในการร่วมกันยืนหยัดต่อสู้เพื่อให้เหตุร้ายครั้งนี้ผ่านพ้นไปพร้อมๆ กัน
ระหว่างที่กำลังสนทนากันอยู่นี้ยังมีการไล่ล่าหาตัวผู้ก่อการร้ายในกรุงปารีสอยู่ใช่ไหม เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ได้เห็นข่าวว่ามีการจับกุมผู้ต้องหา 3 คนแล้ว และอีก 3 คนเสียชีวิต นั่นหมายความว่าการไล่ล่าผู้ต้องสงสัยกำลังดำเนินอยู่ใช่ไหม ?
ใช่ เรายังคิดว่าเราต้องจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องอีกมาก เริ่มแรกเราคิดว่ามีผู้ก่อการร้ายเพียง 8 คนที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ แต่เป็นไปได้ว่าจะมีมากถึง 9 คน ดังนั้นเราจึงทำทุกอย่างที่เป็นไปได้เพื่อจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่
คิดว่าจะใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่
ถ้าจะตอบกันตรงๆ ก็เราใช้เวลา 3 วันในการรำลึกถึง และแสดงออกถึงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต และครอบครัวของผู้เสียชีวิต ในขณะเดียวกันก็ต้องติดตามหาตัวผู้ก่อการร้าย และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่มีเพียงแต่ 8 หรือ 9 คนเท่านั้น แต่ยังมีผู้สนับสนุนเบื้องหลังอีกด้วย ดังนั้นจึงพยายามจับกุมผู้ก่อการร้ายหรือสมาชิกของทีมสนับสนุนที่เกี่ยวข้องให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ ประกาศสงครามกับกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในความหมายของท่านประธานาธิบดีนั้น คำว่า “สงคราม” หมายถึงอะไร หรือว่าไอเอสเป็นผู้ประกาศสงครามกับฝรั่งเศสก่อน
ความเป็นจริงนั้นไอเอสโจมตีฝรั่งเศสมานานแล้ว ดังนั้นจึงเกิดสงครามขึ้นมาสักระยะหนึ่งแล้ว และนั่นเป็นเพียงภาคหนึ่งของสงครามที่เกิดขึ้นมาในอดีต แต่สงครามนั้นยังคงดำเนินอยู่และยังไม่สิ้นสุดลงไป ผมคิดว่าสงครามนี้ยังต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสงครามของสังคมอารยะกับการก่อการร้าย ไม่ได้หมายถึงการทำสงครามต่อชาวมุสลิม เราเคารพในทุกศาสนา และเราก็เคารพต่อชาวมุสลิมอย่างที่สุด แต่ผู้ที่ต่อสู้กับเราในเวลานี้เป็นผู้ก่อการร้ายที่อ้างคำว่าอิสลามและสร้างความเสื่อมเสียให้แก่ศาสนาอิสลาม พวกผู้ก่อการร้ายใช้คำว่าอิสลามเพื่อจุดประสงค์ของตนเอง เราต้องหาหลักฐานชี้นำไปยังกลุ่มผู้ก่อการร้ายเหล่านั้น แต่ก็ต้องการที่จะแสดงให้เห็นว่า ชาวฝรั่งเศสและชาวโลกไม่ได้ต่อสู้และต่อต้านศาสนาอิสลาม เรามีความเคารพในศาสนาอิสลามอย่างที่สุด
ไม่คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งทางศาสนา
เราไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น เราคิดว่านี่คือความขัดแย้งที่ศาสนาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้ก่อการร้ายกำลังใช้ศาสนาเพื่อการสร้างอุดมคติ แต่ในความเป็นจริงนั้นไม่เกี่ยวข้องกับศาสนา นั่นเป็นการสร้างภาพที่บิดเบือน ความจริงคือผู้ที่เข้าร่วมกับกิจกรรมการก่อการร้ายไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องศาสนา แต่เป็นเพราะความกลัว ความต้องการที่จะแสดงออกถึงทัศนคติของตน และทัศนคติเหล่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม ทัศนคติของพวกเขาเป็นเพียงแค่การยกระดับตนเอง และเราต้องต่อสู้กับทัศนคติเช่นนั้น เพราะไม่เช่นนั้นหากพวกเขามีชัยเหนือเรา ก็จะเป็นการสิ้นสุดของสังคมอารยะที่เรารัก ดังนั้นการต่อสู้ที่แท้จริงคือการต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย
ทำไมฝรั่งเศสจึงตกเป็นเป้าหมายโจมตี
ผมคิดว่าเพราะเราเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่พวกเขาจงเกลียดจงชังมากที่สุด นั่นคือความรื่นรมย์แห่งชีวิต ในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสต้องต่อสู้มานานหลายศตวรรษ เพื่อนำมาซึ่งสิทธิให้แก่พี่น้องชาวฝรั่งเศส เพื่อให้มีความเท่าเทียมกันตามกฎหมาย และเราทำให้สังคมฝรั่งเศสเป็นสังคมเปิด ให้ทุกคนมีสิทธิที่จะพบปะสังสรรค์กันที่คาเฟ่ หรือร้านอาหาร สิทธิในการรื่นรมย์กับบทเพลง สิทธิในการชื่นชมบรรยากาศแห่งความสุขด้วยกัน สิทธิในการชื่นชมกับหญิงสาวสวยหรือหนุ่มหล่อที่เดินอยู่บนท้องถนน สิทธิในการดื่มเครื่องดื่มที่ต้องการ และการใช้ชีวิตสบายๆ ซึ่งผมคิดว่าพวกนั้นไม่สามารถรับได้
พวกเขาไม่ต้องการให้สิ่งเหล่านี้ดำเนินต่อไป และต้องการทำลายวิถีชีวิตเช่นนี้
แน่นอน และพวกเขาต้องการครอบงำด้วยทัศนคติของพวกเขา ซึ่งเราไม่ยอมรับ นั่นเป็นเหตุผลที่ผมคิดว่า พวกเขาจึงเลือกฝรั่งเศสเป็นเป้าหมาย และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เรายังคงต้องไปดื่มกาแฟที่คาเฟ่ ไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารชั้นดีที่หญิงสาวสวมชุดสวยๆ และหนุ่มๆ ก็สามารถชื่นชมกับบรรยากาศที่ดีของร้านอาหารนั้น
ไม่ใช่เพราะฝรั่งเศสมีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการต่อต้านไอเอสในซีเรีย หรือเพราะฝรั่งเศสส่งเครื่องบินรบเข้าร่วมปฏิบัติการต่อต้านพวกเขา
เป็นเหตุผลส่วนหนึ่ง แต่เหตุผลที่เราร่วมปฏิบัติการทางทหารต่อต้านไอเอสก็เพราะ หนึ่ง พวกนั้นโจมตีเราและเป็นภัยคุกคาม จึงต้องตอบโต้ และพวกนั้นพยายามล่อลวงและชักจูงผู้เยาว์ในหลายประเทศรวมทั้งฝรั่งเศสให้เข้าร่วมปฏิบัติการด้วย ซึ่งนี่เป็นอันตรายต่อสังคม และเป็นเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจเข้าร่วมกับพันธมิตรระหว่างประเทศในการต่อต้านไอเอส แต่ผมคิดว่าเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้พวกนั้นตั้งเป้าหมายการโจมตีฝรั่งเศส แม้ว่าจะมีสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรประเทศอื่นที่ร่วมปฏิบัติการโจมตีไอเอสด้วยนั้น เป็นเพราะเราเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่พวกนั้นเกลียดอย่างที่สุด นั่นคือเสรีภาพ และวิถีทางการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และผมคิดว่านี่เป็นเรื่องที่รับไม่ได้อย่างที่สุดสำหรับพวกนั้น จึงต้องการสร้างตัวอย่างขึ้นมา นอกจากนั้นพวกนั้นยังตั้งเป้าหมายที่กลุ่มผู้เยาว์ คุณจึงเห็นว่ามีผู้เยาว์จำนวนมากเสียชีวิต
ทำไมถึงตั้งเป้าหมายที่ผู้เยาว์
เพราะผู้เยาว์คืออนาคต ผมคิดว่าสิ่งที่พวกนั้นต้องการคือการสร้างความประทับใจให้แก่คนรุ่นใหม่ให้ได้มากที่สุดเพื่อให้คนรุ่นใหม่เห็นด้วยกับอุดมคติของพวกนั้น
ผู้ก่อการร้ายเองก็อายุน้อยด้วย
ใช่ พวกนั้นยังมีอายุน้อย อายุเท่าๆ กันหรือน้อยกว่ากันนิดหน่อยมีภูมิหลังลักษณะเดียวกัน ดังนั้นด้วยเหตุนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่ฝรั่งเศส ผู้เยาว์ชาวฝรั่งเศสจะที่เป็นหัวใจของสังคมจะต้องมีปฏิกิริยาตอบโต้ที่ถูกต้อง พวกเขารู้สึกช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้นและพวกเขาก็ยังคงยึดมั่นต่อคุณค่า คุณค่าของชาติ และนั่นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก
ชาวฝรั่งเศสจะไม่หวาดหวั่นไปกับเหตุการณ์รุนแรงที่อาจจะทำให้ชาวฝรั่งเศสไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเนื่องจากเหตุก่อการร้ายหรือ
แน่นอน ผมคิดว่านี่คือคำตอบต่อการก่อการร้าย เราต้องไม่หวาดหวั่นไปกับการก่อการร้าย เพราะที่พวกนั้นต้องการทำกับเราคือการข่มขวัญ และทำให้ทำในสิ่งที่พวกนั้นต้องการให้เป็น พวกนั้นหวังว่า เราจะตอบโต้ด้วยการต่อต้านชุมชนผู้นับถือศาสนาอิสลามในฝรั่งเศส และจะเกิดการแตกแยก แต่นั่นจะไม่มีทางเกิดขึ้น เราจะยังคงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และคนรุ่นใหม่จะให้คำตอบอย่างตรงไปตรงมาแบบนี้ ดังนั้นหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แทนที่พวกนั้นจะทำให้แตกแยกแต่พวกนั้นกลับทำให้เราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหนักแน่นขึ้นกว่าในอดีตเสียอีก
คิดว่าเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่สำนักงานของชาลี เอบโดหรือไม่
คิดว่าแนวคิดเบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งสองนั้นเหมือนกัน ในการโจมตีชาร์ลี เอบโดเป็นการแสดงให้เห็นว่าการแสดงออกซึ่งเสรีภาพในการพูด และเสรีภาพในการนำเสนอของสื่อนั้นเป็นเรื่องที่รับไม่ได้สำหรับพวกนั้น เพราะสำหรับเราแล้วผู้คนที่เสียชีวิตในเหตุการณ์นั้นเป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพดังกล่าว เหยื่อของเหตุการณ์นั้นเป็นผู้สื่อข่าวในยุค 1960 ที่เป็นยุคของบุปผาชน ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลเบื้องหลังการโจมตีผู้สื่อข่าวเหล่านั้น และในเวลานี้ผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้ก็พยายามโจมตีผู้เยาว์ในฝรั่งเศสที่กำลังใช้ชีวิตอย่างมีความสุขด้วยเหตุผลเดียวกัน นั่นคือเพราะพวกนั้นต้องการสร้างความเกลียดชังระหว่างชนศาสนาอื่นกับชาวมุสลิม พวกนั้นต้องการแบ่งแยก ต้องการชักนำให้เราให้มีพฤติกรรมตามที่เขาต้องการให้เป็น ดังนั้นจึงไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกเหนือจากการต่อสู้ แน่นอนเราต้องการเจรจาต่อรองและหาทางที่จะได้รับการชดเชยหากเป็นไปได้ แต่ด้วยคนประเภทนี้มันเป็นไปไม่ได้เพราะพวกเขาไม่ยอมเจรจา เราเลยไม่มีทางเลือกอื่นใด
มีข่าวมาว่าผู้ก่อการร้ายบางคนปฏิบัติการในประเทศบ้านเกิด นั่นหมายถึงว่าเขาอาศัยอยู่ในสังคมฝรั่งเศสด้วย เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมผู้เยาว์ของฝรั่งเศสจึงถูกชักจูงเข้าร่วมในปฏิบัติการรุนแรงเช่นนี้ได้
ทุกวันนี้มีเครือข่ายสังคมออนไลน์ เป็นช่องทางที่ง่ายต่อการสื่อสาร นำเสนอข้อมูลและอุดมคติ ในทุกสังคมนั้นมีผู้คนที่ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการจะเป็นอะไรในสังคมนั้นๆ ไม่รู้จะเลือกสร้างคุณค่าใดให้แก่สังคม ไม่รู้ว่าจะอ้างอิงสิ่งใดและไม่รู้ว่าตัวตนของตนเองคืออะไร ผมคิดว่านี่คือประเด็นที่เกิดขึ้น จึงเป็นไปได้ว่ามีการล่อลวงและชักจูงผู้เยาว์ผ่านอินเทอร์เน็ต
ทำไมผู้เยาว์ถึงไม่มีความสุข ทำไมถึงถูกชักจูงได้ง่าย
เพราะมันคือสังคม เมื่อคุณยังมีอายุน้อย ก็เป็นเวลาที่คุณไม่รู้ว่าจะเลือกเดินทางไหน คุณสับสน นั่นเป็นเรื่องปกติ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างตัวตนของคุณ แต่ถ้ามีใครที่มีความคิดชั่วร้ายและพยายามเกลี้ยกล่อมคุณว่านี่คือแนวคิดที่ถูกต้อง ในช่วงเวลาที่คุณอยู่ในภาวะที่ง่ายต่อการถูกชักจูง และผมคิดว่าผู้เยาว์ที่เข้าร่วมกับไอเอสนั้นเป็นเพราะเขาต้องการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ต้องการมีภราดรภาพกับผู้อื่นในสังคมเดียวกัน และนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกผู้เยาว์เลือกที่จะเดินทางนี้ แน่นอนพวกเขาเป็นผู้เยาว์และเป็นคนกลุ่มน้อย แต่เป็นคนกลุ่มน้อยที่มีอิทธิพลสูงและเป็นคนกลุ่มน้อยที่มีความตื่นตัวมาก
มีพลเมืองฝรั่งเศสมากน้อยเพียงใดที่เข้าร่วมกับไอเอส
เรายังไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน แต่คงมีอยู่ราว 1,000 คน นั่นก็เป็นตัวเลขที่มากพอดู
คนที่เข้าร่วมกับไอเอสนั้นเป็นกลุ่มที่ไร้งานทำหรือไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิตในระบอบทุนนิยมหรือไม่
แน่นอน พวกเขาปฏิเสธสังคมฝรั่งเศส และผมคิดว่านี่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเขาเลือกที่จะอยู่ในสังคมอื่น และแน่นอนนี่เป็นส่วนหนึ่งของความล้มเหลวของระบบการศึกษาของเรา เมื่อคุณมองเข้าไปในกลุ่มพลเมืองของประเทศ คุณก็จะเห็นคนใดคนหนึ่งที่ไม่พอใจต่อสภาพสังคมที่เป็นอยู่ พวกนี้เป็นคนส่วนน้อยของสังคมแต่เป็นอันตรายมาก
นี่ถือเป็นบทเรียนที่สังคมฝรั่งเศสต้องเรียนรู้กันต่อไปว่า อย่างไรก็ตามจะยังต้องมีผู้เยาว์ที่หลงผิดที่เข้าร่วมกับกลุ่มเคลื่อนไหวหัวรุนแรงที่คิดว่าการฆ่าคนและทำร้ายผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ นี่เป็นคุณค่าสังคมที่ดูแปลกประหลาด แล้วมีบทเรียนอะไรอีกที่เราจะเรียนรู้ได้
ทางที่่ดีที่สุดคือการสร้างความเป็นปึกแผ่นในสังคม เพราะนั่นจะทำให้คุณยอมรับความแตกต่างในสังคมอื่นๆ ได้ สิ่งที่เป็นอยู่นั่นก็คือพวกเขาไม่สามารถยอมรับและเป็นส่วนหนึ่งของสังคมฝรั่งเศสได้ ดังนั้นแทนที่จะลงโทษพวกเขา เราต้องชักจูงพวกเขาให้มีความรู้สึกที่ดีต่อสังคมและสร้างทัศนคติแห่งการยอมรับ การอดทนต่อความแตกต่างและการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคม
แต่ในความเป็นจริง ทุกศาสนาก็สอนให้ทุกคนมีความอดทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาสนาอิสลาม
นั่นแหละที่ผมพูดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นไม่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม แม้พวกนั้นจะอ้างว่าเป็นอิสลาม แต่ไม่ใช่ สิ่งที่อยู่เบื้องหลังก็คือความไร้ซึ่งความยอมรับ ทำให้เราไม่สามารถพูดคุยกับผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้ได้ เพราะถ้าคุณมีคนที่ยอมรับต่อทางเลือกต่างๆ ได้และร่วมกันหาทางประนีประนอม นั่นก็จบ แต่กับกลุ่มหัวรุนแรงพวกนี้เป็นเรื่องของการไม่อดทนอย่างที่สุด จึงไม่มีทางที่จะคุยกับคนอื่นได้เลย และในอนาคตเราอาจจะได้โอกาสเจรจากับพวกนั้นได้ เรายังคงพยายามที่จะทำเช่นนัั้นเพื่อสร้างสังคมของเราให้มีความยอมรับและอดทนต่อความแตกต่างมากขึ้น แต่ผมก็คิดว่าสังคมฝรั่งเศสมีความอดทนต่อสิ่งที่แตกต่างมากอยู่แล้ว
อดทนมากขึ้น เปิดกว้างมากขึ้น และรับฟังเสียงของผู้เห็นต่าง
แน่นอน ผมคิดว่านั่นเป็นเรื่องสำคัญมาก
อาจเป็นเพราะผู้เยาว์มีความรู้สึกว่าพวกเขาไม่สามารถแสดงออกถึงความเป็นตัวตนได้มากพอจึงเลือกที่จะเข้าร่วมกับฝ่ายตรงข้ามแทน เป็นไปได้หรือไม่
ในสังคมของเรามีความคิดอยู่ว่าทุกคนสามารถหาที่ยืนของตัวเองและไม่ถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว แต่ในเวลาเดียวกัน เราก็ต้องปิดกั้นการรุกรานของไอเอสเข้าไปในสังคมของเรา เราต้องยอมรับความแตกต่างของผู้เยาว์ในสังคมมากขึ้นและสร้างภูมิคุ้มกันในระบบการศึกษาของเรามากขึ้น แต่สำหรับไอเอสแล้วนั้นเรามีคำตอบที่เหมาะสมที่สุด เราต้องหยุดยั้งไอเอส ถ้าไม่หยุดยั้งพวกเขาอาจจะเป็นอันตรายมากยิ่งขึ้น ผมมั่นใจว่าจะไม่มีวันพ่ายแพ้ เพราะโดยธรรมชาติของมนุษย์นั้นนิยมการใช้วิตอย่างมีความสุข ได้สนทนากับผู้อื่น แลกเปลี่ยน และยอมรับความแตกต่างระหว่างกัน แต่ไอเอสกลับทำอันตรายต่อเรามากมาย ดังนั้นเราจึงต้องหยุดยั้งพวกเขา
มีบางคนพูดว่าฝรั่งเศสนั้นมีความเปราะบางเป็นพิเศษ เพราะในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาสังคมฝรั่งเศสรับผู้คนมาจากประเทศในเครืออาณานิคม และทำให้มีชุมชนย่อยๆในฝรั่งเศสจำนวนมาก และผู้เยาว์จากประเทศอาณานิคมเหล่านี้ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตในฝรั่งเศสได้ ทำให้พวกเขาหันเข้าไปสู่แนวทางการกบฏและกลายเป็นพวกหัวรุนแรง นี่ถือว่าเป็นบทวิเคราะห์ที่ยอมรับได้ไหม
มีประเด็นส่วนหนึ่งที่เป็นความจริง ความจริงก็คือเราเป็นสังคมผสมผสานมาโดยตลอด และก็ภูมิใจในแบบนั้น เพราะผู้คนที่มีภูมิหลังที่แตกต่างและบ้านเกิดเมืองนอนที่แตกต่างได้กลายเป็นพลเมืองฝรั่งเศส มันเหมือนกับในสหรัฐอเมริกา และนั่นเป็นเรื่องที่เราภูมิใจมาก เพราะประสบความสำเร็จในการทำให้ผู้คนเหล่านั้นกลายเป็นคนฝรั่งเศสตลอดช่วงเวลาหลายศตวรรษที่ผ่านมา และผมมั่นใจว่าเรามีสิทธิที่จะทำเช่นเดียวกันนั้นกับชาวมุสลิมที่เข้ามาอยู่ร่วมในสังคมของเรา มันเป็นสิทธิ์ และเราต้องทำให้พวกเขากลายเป็นคนฝรั่งเศส แต่ไม่สามารถละเลยชนกลุ่มน้อยที่ไม่ยอมรับคุณค่าของสังคมของเรา ผมคิดว่าในทุกประเทศในโลกนี้มีสังคมแบบผสมผสานของชนเผ่าต่างๆ ดังนั้น ก็อยู่ในเรือลำเดียวกัน และเราเปราะบางด้วยเช่นกัน ซึ่งคำตอบต่อคำถามนี้คือต้องยึดมั่นกับคุณค่าของสังคมและสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันให้จงได้
“ผมสัมผัสอารมณ์ของสังคมได้เสมอ เช่นเดียวกับเพื่อนชาวฝรั่งเศสของผมที่สัมผัสได้ถึงอารมณ์ของสังคมไทย ในทุกระดับของสังคม เราได้รับการสนับสนุนฉันมิตรที่ดีและเราก็ซาบซึ้งกับความรู้สึกเช่นนั้น”
คนไทยรับรู้ถึงความรู้สึกได้และเข้าใจดีว่าทำไมสิ่งที่เกิดขึ้นถึงเป็นเรื่องที่เลวร้ายมากและเราก็แสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจและการสนับสนุนในช่วงเวลาวิกฤติเช่นนี้ และเราก็เพิ่งผ่านพ้นวิกฤติการณ์เหตุระเบิดที่ราชประสงค์มาด้วยเช่นกัน
เราลงเรือลำเดียวกัน นี่เป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้เราได้เห็นถึงมิตรภาพ ความเห็นอกเห็นใจ และความอาลัย ผมอยากจะใช้โอกาสนี้แสดงความขอบคุณเพื่อนทุกคนที่แสดงความอาลัยให้แก่เรา และในช่วงค่ำคืนนั้นผมก็เห็นว่ามีผู้คนนำดอกไม้และจุดเทียนมาวางไว้ที่หน้าสถานทูต ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง
คุณจะอธิบายต่อคนรุ่นใหม่อย่างไร เพราะนี่เป็นประเด็นที่ยากต่อการอธิบายต่อผู้เยาว์ที่ต้องมีคำถามมากมายในจิตใจ เช่น ทำไมต้องเป็นฝรั่งเศส ทำไมถึงเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นมาได้ ผู้ก่อเหตุเป็นใครและทำไมพวกนั้นต้องฆ่าพวกเรา เข้าใจว่าคุณก็ได้พบกับเยาวชนจากฝรั่งเศสที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ด้วยเช่นกัน
ครับ ผมได้พบกับเยาวชนอายุระหว่าง 7-18 ปี ราว 1,200 คน ที่อยู่ที่โรงเรียนของฝรั่งเศสในช่วงเช้าวันจันทร์ (16 พ.ย.) และครูของโรงเรียนก็ให้พวกเด็กๆ พูดเกี่ยวกับเรื่องคุณค่าแห่งชีวิตและผมก็พูดต่อจากพวกเขา สิ่งที่ผมอยากจะบอกพวกเขาเป็นเรื่องง่ายๆ มันเป็นเรื่องที่เราต้องเผชิญอยู่บ่อยๆ เช่น เสรีภาพที่จะรับฟังในสิ่งที่ต้องการฟัง เสรีภาพในการกำซาบกับเพลง เสรีภาพในการพูดกับผู้อื่น เสรีภาพในการแลกเปลี่ยนความคิดและเสรีภาพในการแสดงความเห็นต่าง บรรพบุรุษของเราต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิเหล่านี้ ที่ไม่ได้อยู่คงทนถาวร มันอาจจะสูญหายไปเมื่อใดก็ได้ และก็มีใครบางคนที่พยายามทำให้สิทธิเหล่านี้สูญหายไป
แล้วคุณคิดว่าการทิ้งระเบิดในซีเรียหรืออิรักจะคงต้องดำเนินต่อไปจนกว่าไอเอสจะถูกกวาดล้างจนหมดหรือไม่?
ใช่ โชคไม่ดีที่เราไม่มีทางเลือกอื่น
และฝรั่งเศสก็ยังคงปฏิบัติการร่วมกับสหรัฐอเมริกา รัสเซีย และสหภาพยุโรป (อียู) และนี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่สมาชิกอียูทั้ง 28 ประเทศเห็นชอบในการปฏิบัติการตามมาตรา 42.7 ในกฎบัตรสหภาพ
ยุโรปที่ทำให้สมาชิกของอียูทุกประเทศสนับสนุนประเทศสมาชิกที่รู้สึกว่าถูกคุกคาม และนี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจเพราะไม่เคยมีการนำมาตราดังกล่าวมาใช้เลยในทุกสถานการณ์ย่อมมีแสงสว่างอยู่เสมอ เรายินดีที่เห็นเพื่อนๆ ของเราในปฏิบัติการพิเศษเช่นนี้
ฝรั่งเศสจะยังคงเป็นเหมือนเดิมอีกไหมหลังจากเหตุการณ์นี้
แน่นอน เราจะไม่เปลี่ยนแปลงในทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต พฤติกรรม แต่เราจะซาบซึ้งกับน้ำใจของเพื่อนมากขึ้น และเราอาจจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม เราจะยินดีกับมิตรภาพจากผู้คนทั่วโลกที่ร่วมไว้อาลัยกับเรา
คุณเชื่อในเรื่องที่ว่าเครื่องบินโดยสารของรัสเซียเมโทรเจ็ต ถูกลอบวางระเบิดจนตกโดยเป็นฝีมือของกลุ่มไอเอสหรือไม่?
ผมอ่านข่าวที่ว่ารัสเซียยอมรับว่า เกิดเหตุเช่นนั้น มันเป็นเรื่องโชคร้ายที่มีผู้คนกว่า 200 คน บนเครื่องบินลำนั้นเสียชีวิต รวมไปถึงเด็กจำนวนมากด้วยเช่นกัน แต่นั่นก็ทำให้เรามีทางเลือกน้อยมากที่จะต่อสู้กับไอเอส ผมคิดว่าสิ่งที่เราจะทำได้เพื่อตอบโต้เพียงประการเดียวคือการตอบโต้ที่รุนแรง เพื่อกำจัดกลุ่มคนที่สามารถก่อเหตุร้ายเช่นนี้ได้ให้ออกไปจากสังคมโลก และเรื่องนี้มีทางเป็นไปได้
ท่านคิดว่าสงครามยังคงดำเนินต่อไป
ใช่ สงครามยังคงดำเนินต่อไป และยังห่างไกลจากการสิ้นสุดมากนัก ดังนั้น เราจึงต้องระมัดระวังอย่างมากและเอาจริงเอาจังกับการรักษาความปลอดภัย เรายังต้องทำงานร่วมกันใกล้ชิดยิ่งขึ้นกับพันธมิตรและมิตรประเทศ เรายังต้องอธิบายต่อเยาวชนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและคุณค่าของเรา ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องสำคัญอย่างมากที่เราต้องทำงานร่วมกัน
ท่านคิดว่ารัฐบาลฝรั่งเศสและสังคมฝรั่งเศสจะต้องอธิบายหรือพยายามมากขึ้นเพื่อให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการยืนหยัดคุณค่าของสังคมอีกหรือไม่ เพราะมีเยาวชนบางคนรู้สึกว่าตนเองแปลกแยกจากคนอื่นแล้ว
นี่เป็นเรื่องที่ไม่สิ้นสุดที่เราต้องพยายามดำเนินการ ความพยายามของครูเพื่อให้การศึกษาเกี่ยวกับคุณค่าของพลเมืองเป็นเรื่องที่สำคัยอย่างมาก เราดำเนินการเช่นนี้มาโดยตลอด และไม่เคยเพียงพอ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา เราต้องอธิบายต่อเยาวชนทั่วโลกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะนี่เป็นเรื่องยากที่เยาวชนพวกนั้นจะเข้าใจ มันเป็นเรื่องของการศึกษา ไม่เพียงแค่ครู อาจารย์ที่ต้องทำหน้าที่ แต่พ่อแม่ผู้ปกครองก็ต้องมีส่วนร่วมด้วย เราต้องร่วมกันรับผิดชอบ
แต่ในเวลาเดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นเครื่องสะท้อนว่าสังคมฝรั่งเศสมีความอ่อนแอในหลายมุม และต้องได้รับการแก้ไข
สังคมและมนุษยชาติเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่มีวันที่จะสมบูรณ์ เรามีจุดแข็งและจุดอ่อนในเวลาเดียวกัน และเราต้องพัฒนาอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่ดีเกี่ยวกัับวิกฤติที่เกิดขึ้นนี้คือเราได้เห็นถึงความมั่นคง ความแข็งแรงของคุณค่าของเรา ดังนั้น มันหมายความว่าเราได้รับผลตอบแทนที่ดีต่อการลงทุนให้การศึกษา แต่อย่างไรก็ตามเรายังต้องทำงานอีกมาก เราต้องหาคำอธิบายเพื่อกระตุ้นให้คนรุ่นต่อไปมุ่งมั่นรักษาคุณค่าของสังคมให้มากขึ้น
ก่อนหน้านี้ท่านมีคำพูดที่บอกชาวฝรั่งเศสว่าพวกผู้ก่อการร้ายต้องการให้ชาวฝรั่งเศสยอมจำนวน เราควรหยัดยืนต่อไป คุณจะพูดเช่นนั้นอีกครั้งไหม
แน่นอนที่สุด เมื่อผู้ก่อการร้ายต้องการให้คุณหยุดพูด คุณยิ่งต้องพูดให้ดังขึ้นและชัดเจนขึ้น เมื่อพวกนั้นต้องการให้คุณคุกเข่า คุณก็ต้องหยัดยืนอยู่บนขาของตัวเองบนหลักการของคุณเอง เมื่อใดที่พวกนั้นประกาศชัยชนะคุณก็ต้องแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้มีชัยและจะไม่มีชัยอย่างแน่นอน นี่เป็นสิ่งที่ผมพูดและคิด และเชื่อว่าชาวฝรั่งเศสก็คิดถึงคำตอบต่อกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มนี้เช่นกัน
ดังนั้นท่านจะไม่เปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิต เมื่อท่านกลับไปยังกรุงปารีสท่านจะยังไปจิบกาแฟที่คาเฟ่ริมถนน ไปชมคอนเสิร์ต และชมการแข่งขันฟุตบอลต่อไป อย่างนั้นใช่ไหม
แน่นอนที่สุด ทุกอย่างจะยังคงเป็นเช่นเดิม สิ่งที่ผมจะทำนั้นเป็นไปด้วยความเต็มใจและไม่เป็นการรบกวนใคร วิถีชีวิตเช่นนี้เป็นมรดกของสังคมของเราและเราต้องชื่นชมกับมรดกตกทอดเช่นนี้ เรายังต้องเป็นในสิ่งที่เราเป็นต่อไป



