ข่าว

'กรธ.'เล็ง'ศร.'ชี้ขาดขัดแย้งทุกเรื่อง

'กรธ.'เล็ง'ศร.'ชี้ขาดขัดแย้งทุกเรื่อง

20 พ.ย. 2558

'กรธ.' เล็งให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดความขัดแย้งทุกเรื่อง - ให้องค์กรอิสระทำหน้าที่ถอดถอนแทน ส.ว. ยัน รธน.ร่างแรกเสร็จ ม.ค.59

 
                      20 พ.ย. 58  นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงความคืบหน้าของการดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องของศาล ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับศาลปกครองและศาลทหาร โดยได้กำหนดหลักการเกี่ยวกับเขตอำนาจในการพิจารณาคดีศาลปกครองและศาลทหาร รวมถึงพิจารณาหลักการเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้าย การเลื่อนเงินเดือน หรือตำแหน่ง รวมถึงการบริหารงานบุคคลและตุลาการปกครอง ให้เป็นไปตามกฎหมายลูกที่จะมีกำหนด ซึ่งในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญ (ศร.) ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของ กรธ. แต่เบื้องต้น จะให้อำนาจของ ศร.ในการชี้แจงข้อขัดแย้งทุกเรื่อง และ กรธ.เห็นว่า ควรจะมีการเพิ่มคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (ตศร.) ให้เข้มข้นมากขึ้น
 
                      โฆษก กรธ. กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้พิจารณาในหมวดองค์กรอัยการ เพื่อให้มีมาตรการป้องกันไม่ให้พนักงานอัยการกระทำหรือดำรงตำแหน่งใด ที่เป็นการขัดต่อการทำหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม หรือมีส่วนได้เสียในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะไม่มีการห้ามอัยการเข้าไปดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจ อย่างในรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ได้ระบุเรื่องดังกล่าวเอาไว้ แต่ข้อห้ามนี้จะมีในกฎหมายลูกหรือไม่ ยังไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องของอัยการที่จะไปเป็นผู้ออกแบบ เพื่อให้หน่วยงานของตัวเองมีประสิทธิภาพ
 
                      นายอมร กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้พูดถึงองค์กรที่จะเข้ามาทำหน้าที่ถอดถอนแทนสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่มีแนวทางชัดเจนว่า จะไม่มีองค์กรใหม่ แต่จะใช้กลไกเดิมที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่นี้ ซึ่งมีหลายหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบและตัดสินในเรื่องคุณสมบัติของนักการเมืองที่เข้าข่ายพ้นจากตำแหน่ง โดย กรธ.จะไปกำหนดว่าคดีในลักษณะแบบนี้ จะให้องค์กรใดเป็นผู้พิจารณาให้พ้นจากตำแหน่ง เช่น หากเป็นคดีทุจริต ก็ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริจแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้พิจารณาให้พ้นตำแหน่ง ถ้าเป็นเรื่องคุณสมบัติก็อาจจะให้ ศร.เป็นผู้วินิจฉัย เป็นต้น
 
 
 
ยัน รธน.ร่างแรกเสร็จ ม.ค.59
 
 
                      นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะอนุกรรมการศึกษาโครงสร้างฝ่ายนิติบัญญัติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปในประเด็นที่มาของ ส.ว. เนื่องจากมีการเสนอความคิดเห็นที่หลากหลาย เช่น หากกำหนดให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ก็ต้องคิดต่อไปว่า ทำอย่างไรที่จะให้มีความโปร่งใส และได้คนที่มีความรู้ ความสามารถและคุณวุฒิที่เป็นกลางทางการเมือง และพร้อมที่จะเสียสละ ส่วนข้อเสนอที่มา ส.ว. เลือกตั้งแบบทางอ้อม ก็เป็นเพียงแนวทางหนึ่งที่เสนอเข้ามา ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน แต่จะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ เบื้องต้นเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ส.ว.จะไม่มีอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะมีหน้าที่เพียงกลั่นกรองกฎหมาย พิจารณาเห็นชอบองค์ประกอบของคณะกรรมการในองค์กรอิสระ เข้าชื่อเสนอกฎหมาย และเข้าชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ
 
                      ส่วนกรณีพรรคการเมืองเสนอให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด นายชาติชาย กล่าวว่า หากให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง ก็จะมีฐานคะแนนเสียงเดียวกันกับ ส.ส.ซึ่งไม่มีความแตกต่างกัน อย่างไรก็ดีที่มาของ ส.ว.จะต้องมาด้วยความชอบธรรม แต่ไม่จำเป็นจะต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรงเสมอไป อีกทั้งในเรื่องของจำนวน ส.ว.นั้น ที่ประชุมยังไม่ได้ตกผลึก แต่รัฐธรรมนูญที่ผ่านมาได้ระบุให้มีจำนวน ส.ว.100 คน, 150 คน หรือไม่เกิน 200 คน
 
                      "ยืนยันว่าร่างแรกของรัฐธรรมนูญจะเสร็จตามที่กำหนดภายในสิ้นเดือนมกราคม 2559 แน่นอน และจะพยายามร่างให้มีเนื้อหาที่สั้น และกระชับที่สุด"