ข่าว

กองทัพฝรั่งเศสพร้อม‘ขยี้’ไอเอส

กองทัพฝรั่งเศสพร้อม‘ขยี้’ไอเอส

21 พ.ย. 2558

เวิลด์วาไรตี้ : กองทัพฝรั่งเศสพร้อม ‘ขยี้’ ไอเอส

 
        สิ้นสุดคำประกาศสงครามกับกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ของประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ กองทัพอากาศฝรั่งเศสที่ร่วมทำสงครามกับพันธมิตรนาโตที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นแกนนำก็ระดมทิ้งระเบิดใส่เป้าหมายศูนย์บัญชาการของกลุ่มไอเอสเป็นจำนวนมากถึง 13 เที่ยวบิน แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการแก้แค้นของรัฐบาลฝรั่งเศสต่อไอเอสที่หาญกล้าส่งหน่วยกล้าตายมาปฏิบัติการกราดยิง-จุดระเบิดฆ่าตัวตายในเมืองหลวงแดนดินถิ่นเมืองน้ำหอม อดีตเจ้าอาณานิคม จนมีผู้คนเสียชีวิตอย่างน้อย 129 ราย
 
        นอกจากกองทัพอากาศที่ทรงประสิทธิภาพแล้ว ฝรั่งเศสยังมีศักยภาพอื่นๆ ของกองทัพเพียงพอที่จะทำลายล้างไอเอสให้ราบคาบถ้ามีการนำมาใช้กันจริงๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากต่างประเทศ
 
        เฉพาะกำลังทหารฝรั่งเศสที่ประจำการอยู่ในกองทัพทั้ง 3 และหน่วยงานประกอบอื่นๆ มีอยู่ด้วยกันมากถึง 215,000 นาย และเป็นประเทศเดียวในยุโรปที่มีกำลังทหารกระจายอยู่ในประเทศอดีตเมืองขึ้นในยุคอาณานิคมบนทวีปแอฟริกาทั้งซูดาน ชาด มาลี ไนเจอร์ และกาบอง ทำให้มีความชำนาญในการปฏิบัติการในพื้นที่แถบทะเลทราย หรือบริเวณที่แห้งแล้ง เช่น อิรักและซีเรียที่เป็นฐานที่มั่นของกลุ่มไอเอสในปัจจุบัน
 
        ยิ่งไปกว่านั้นฝรั่งเศสยังได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีทหารรับจ้างมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเป็นกองกำลังทหารที่มาจาก 150 ประเทศทั่วโลก มีความชำนาญในการใช้อาวุธและปฏิบัติการพิเศษเหนือกว่าทหารปกติ และมักจะถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจที่เสี่ยงอันตรายที่สุดอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ฝรั่งเศสไม่ต้องสิ้นเปลืองชีวิตทหารชาวเมืองน้ำหอมในภารกิจเสี่ยงตายเช่นนี้ ทหารรับจ้างของฝรั่งเศสเหล่านี้จะได้สิทธิพิเศษในการโอนสัญชาติเป็นชาวฝรั่งเศสหลังจากที่ได้รับการคัดเลือกและเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจกับกองทหารรับจ้างภายในเวลา 3 ปีหรือได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติภารกิจซึ่งถือเป็นรางวัลชั้นดีสำหรับทหารเดนตายเหล่านี้นอกเหนือจากค่าจ้างที่ได้รับอย่างคุ้มค่าของภารกิจเสี่ยงตายที่ได้รับมอบหมายมาให้ทำ
 
 
กองทัพฝรั่งเศสพร้อม‘ขยี้’ไอเอส
 
 
        นอกจากนั้นกำลังรบในภาคพื้นอื่นๆ ของฝรั่งเศสก็มีประสิทธิภาพสูง มีอาวุธครบครัน รวมทั้งเรือบรรทุกเครื่องบินชาร์ลส์ เดอ โกลด์ ระวางขับน้ำ 42,000 ตัน เรือธงของกองทัพเรือฝรั่งเศสที่มีเครื่องบินรบประจำการมากถึง 40 ลำ ที่แม้จะไม่ใช่เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แต่ก็ถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการต่อต้านริปูของประเทศ กระทรวงกลาโหมฝรั่งเศสกำหนดให้เครื่องบินจากเรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้ปฏิบัติการถล่มไอเอสวันละ 10-15 เที่ยวบินเป็นเวลาหลายต่อหลายเดือน หลังจากที่ส่งเรือชาร์ลส์ เดอ โกลด์เข้าไปยังอ่าวใกล้กับซีเรียและอิรักให้มากที่สุด
 
        บนเรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้มีอาวุธสำคัญคือเครื่องบินรบรุ่นดัสโซลท์ ราฟาล ที่เป็นเครื่องบินรบหลากภารกิจ และสามารถบรรทุกระเบิดที่ติดตั้งระบบนำทางสู่เป้าหมายความแม่นยำสูง และระบบจรวดอากาศสู่พื้น พร้อมเขี้ยวเล็บประจำเครื่องบินเป็นปืนใหญ่อากาศขนาด 30 มม.ที่พ่นกระสุนออกจากปากลำกล้องได้อย่างรวดเร็วถึง 2,500 นัดต่อนาทีเพื่อใช้ปราบนักรบไอเอสหรือยานพาหนะขนาดเบาที่เป็นภัยคุกคามซึ่งอยู่บนพื้นดิน
 
        นอกจากนั้นยังมีเครื่องบินโจมตีรุ่นซูแปร์เอตองดาร์ด ที่มีอายุเก่าแก่กว่าราฟาลสักเล็กน้อย แต่ถือเป็นกำลังหลักทางอากาศของกองทัพฝรั่งเศสที่ปฏิบัติภารกิจได้หลากหลายตั้งแต่การทิ้งระเบิดจำนวนมาก และสามารถติดตั้งจรวดต่อสู้อากาศยานนำวิถีด้วยเลเซอร์เพื่อขจัดภัยคุกคามทางอากาศ
 
        เรือลำนี้สามารถส่งเครื่องบินขึ้นสู่อากาศได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่เกิน 30 วินาทีต่อครั้ง โดยอาศัยเครื่องดีดส่งเครื่องบินที่เรียกว่า “คาตาพัลท์” ที่มีพลังมหาศาลสามารถดีดส่งเครื่องบินที่บรรทุกอาวุธเต็มพิกัดและเชื้อเพลิงเต็มถังน้ำมันเพื่อพิสัยการบินระยะไกลที่สุดขึ้นสู่อากาศได้อย่างรวดเร็ว และทำให้ทำลายเป้าหมายที่ต้องการได้ตามที่วางแผนไว้
 
 
กองทัพฝรั่งเศสพร้อม‘ขยี้’ไอเอส
 
 
        กำลังทางเรือของฝรั่งเศสยังไม่มีเพียงเท่านี้ แต่ยังมีเขี้ยวเล็บสำคัญอีกหลายอย่างรวมทั้งเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ที่มีการติดตั้งขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์และหัวรบทั่วไปไว้ใช้ยิงจากพื้นทะเลสู่เป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
 
        ในส่วนของกองทัพอากาศฝรั่งเศสมีเครื่องบินหลากหลายรูปแบบประจำการมากกว่า 600 ลำ และทหารอากาศอีก 57,000 นายทำหน้าที่ต่างๆ เพื่อสร้างประสิทธิภาพสูงสุดในการรบทางอากาศและการสนับสนุนภาคพื้นดิน
 
        เครื่องบินรบของฝรั่งเศสหลากหลายรุ่น ตั้งแต่ราฟาล จนถึงซูแปร์เอตองดาร์ด ก็เป็นผลผลิตของอุตสาหกรรมการบินของฝรั่งเศสเอง ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องอะไหล่และการสนับสนุนชิ้นส่วนต่างๆ รวมทั้งการพัฒนายกระดับประสิทธิภาพของเครื่องบินรบเหล่านี้
 
        นอกจากนั้นที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2557 กองทัพอากาศฝรั่งเศสและกองทัพเรือร่วมปฏิบัติการทิ้งระเบิดถล่มเป้าหมายกลุ่มไอเอสเคียงบ่าเคียงไหล่กับกองทัพสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรกองกำลังสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ในอิรัก โดยนับได้กว่า 1,285 เที่ยวบิน ทำให้นักบินรบของฝรั่งเศสมีความชำนาญในพื้นที่และแนวทางการปฏิบัติภารกิจเช่นนี้หลังจากที่ได้ระดมทิ้งระเบิดใส่เป้าหมายที่เป็นมหาริปูของโลกนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
 
        กองทัพสหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศสยังได้แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองระหว่างกันเพื่อร่วมกันกำหนดบทบาทของแต่ละประเทศในการจัดการกับไอเอสอย่างราบคาบ ซึ่งต้องยอมรับว่าข่าวสารเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการทำสงคราม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายที่ไม่มีรูปแบบการจัดการในลักษณะเดียวกับกองทัพของแต่ละประเทศ ดังนั้นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะของเป้าหมาย ตำแหน่งที่อยู่ และความเคลื่อนไหวของเป้าหมายถือเป็นเรื่องสำคัญในการปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายในยุคใหม่ของโลก
 
 
กองทัพฝรั่งเศสพร้อม‘ขยี้’ไอเอส
 
 
        ถ้าเทียบศักยภาพของกองทัพฝรั่งเศสเพียงประเทศเดียวกับกองกำลังไอเอสก็เทียบกันไม่ได้ในทุกด้าน เพียงแต่ฝรั่งเศสยังไม่ได้เปิดสงครามกับไอเอสอย่างเต็มรูปแบบ เพียงในเวลานี้ใช้กำลังทางอากาศถล่มเป้าหมายของกลุ่มไอเอสในอิรักและซีเรียเท่านั้น ซึ่งหากกองทัพฝรั่งเศสใช้กำลังทุกรูปแบบเข้าถล่มไอเอสก็คงมีชะตากรรมที่เลวร้ายกว่านี้มาก
 
        ซึ่งอาจจะมีความเป็นไปได้ที่กองทัพฝรั่งเศสจะใช้ศักยภาพเต็มที่ในการจัดการกับไอเอส หลังจากที่เกิดโศกนาฏกรรมในกรุงปารีสเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ แห่งฝรั่งเศส ประกาศว่าจะทำลายไอเอสให้ย่อยยับ
 
        หลังการประกาศดังกล่าวรัฐบาลฝรั่งเศสวางแผนยกระดับความพร้อมในการกวาดล้างเครือข่ายไอเอสภายในประเทศก่อน โดยเริ่มจากการประกาศกฎอัยการศึกในประเทศต่อไปอีก 3 เดือน เพิ่มกำลังตำรวจอีก 5,000 นายภายในอีก 2 ปีข้างหน้า และจะไม่ตัดงบประมาณกลาโหม รวมทั้งเตรียมออกกฎหมายการถอดถอนสัญชาติฝรั่งเศสต่อผู้ต้องหาว่ามีความผิดฐานก่อการร้าย เตรียมระบบการเนรเทศชาวต่างประเทศที่ได้รับการพิจารณาแล้วว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ
 
        ที่สำคัญที่สุดคือการผลักดันให้ประเทศในยุโรปร่วมกันจัดการยับยั้งการค้าอาวุธข้ามชายแดนและเพิ่มบทลงโทษผู้กระทำความผิดให้เข็ดหลาบ เพราะแม้ยุโรปจะมีกฎหมายที่เข้มงวดเรื่องการครอบครองอาวุธปืนของประชาชน ผิดกับสหรัฐอเมริกาที่หลายรัฐมีเสรีในการครอบครองอาวุธปืนของประชาชน แต่ที่ผ่านมาก็มีการค้าอาวุธเถื่อนจำนวนมากในยุโรปด้วยเช่นกัน
 
        แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ฝรั่งเศสก็ต้องหารือและทำความตกลงกับผู้นำอีกหลายประเทศที่เข้าร่วมในการปฏิบัติการถล่มไอเอสในอิรักและซีเรีย ที่ดูเหมือนว่าที่ผ่านมาจะกินเวลานานมากและไม่มีผลงานที่ชัดเจนว่ามีการถล่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มไอเอสอย่างจริงจัง ทั้งยังมีการรายงานข่าวสารผิดพลาดจนเกิดการถล่มผิดเป้าหมาย เช่นโรงพยาบาลของกลุ่มแพทย์ไร้พรมแดน จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยเป็นฝีมือของกองทัพสหรัฐอเมริกาหัวหอกในการปราบปรามกลุ่มไอเอสในครั้งนี้