ข่าว

นำร่องหยุดยิง2อำเภอนราฯพิสูจน์‘มารา ปาตานี’ตัวจริง?

นำร่องหยุดยิง2อำเภอนราฯพิสูจน์‘มารา ปาตานี’ตัวจริง?

20 พ.ย. 2558

นำร่องหยุดยิง2อำเภอนราฯ พิสูจน์‘มารา ปาตานี’ตัวจริง?

             ความคืบหน้า “การเจรจาสันติภาพภาคใต้” ได้ขับเคลื่อนต่อเนื่อง แม้ว่าเหตุการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้ยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะก็ตาม โดยเดือนนี้เป็นเดือนที่ทั้งสองฝ่ายและทางการมาเลเซีย ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกการเจรจา ได้กำหนดให้มีการพูดคุยคณะใหญ่ครั้งที่ 4 แต่การพบปะก็ต้องถูกเลื่อนออกไปด้วยความจำเป็นทางเทคนิคบางอย่าง แต่การประชุมของคณะทำงานชุดเล็กของคณะพูดคุยฝ่ายไทยกับฝ่าย “มารา ปาตานี” ยังคงเกิดขึ้น โดยกำหนดนัดพบปะกันช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนที่ประเทศมาเลเซีย ทั้งนี้ฝ่ายไทยมีผู้แทนเดินทางไป 4 คน เป็นข้าราชการทั้งหมด ขณะที่ฝ่าย มารา ปาตานี นำโดย นายมะสุกรี ฮารี เป็นหัวหน้าคณะ

             ประเด็นหารือสำคัญที่ต้องจับตา คือการจัดทำ “ทีโออาร์” หรือร่างเงื่อนไขและกรอบการพูดคุย รวมทั้งการกำหนด “พื้นที่ปลอดภัย” หรือ Safety Zone ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เบื้องต้นคณะทำงานชุดเล็กของทั้งสองฝ่ายได้ข้อสรุปตรงกันแล้วว่า จะเสนอหมู่บ้านนำร่องใน 2 อำเภอของ จ.นราธิวาส คือ อ.บาเจาะ กับ อ.เจาะไอร้อง เป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ซึ่งหมายถึงพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันลดเหตุรุนแรง หรืออาจเรียกได้ว่าเป็น “พื้นที่หยุดยิง”

             ต่อจากนั้นได้เตรียมจัดทำ “กลไกร่วม” ในการดูแลพื้นที่ปลอดภัยทั้ง 2 อำเภอดังกล่าว เช่น คณะทำงานตรวจสอบที่มาของเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นว่าเป็นการกระทำของฝ่ายใด เป็นต้น รวมทั้งนำข้อเสนอที่ผ่านการเห็นชอบจากคณะทำงานชุดเล็กเข้าสู่ที่ประชุมคณะเจรจาสันติภาพชุดใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะนัดพบปะกันในเดือนธันวาคมถัดไป

             สำหรับการกำหนด “พื้นที่ปลอดภัย” เป็น 1 ใน 3 ข้อเสนอเบื้องต้นของคณะพูดคุยฯ ฝ่ายรัฐบาลไทย คือ 1.สร้างพื้นที่ปลอดภัย 2.พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ และ 3.การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ โดยการสร้างพื้นที่ปลอดภัยเป็นกระบวนการหนึ่งของการสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจกันระหว่างคู่ขัดแย้งที่เข้าร่วมกระบวนการพูดคุยหรือโต๊ะเจรจาสันติภาพ เพื่อทดสอบว่าอีกฝ่ายหนึ่ง มีอิทธิพลในระดับไหนในการควบคุมเหตุรุนแรง พูดง่ายๆ คือ “เป็นตัวจริงหรือไม่”

             ที่ผ่านมาในการพูดคุยทางลับในอดีต โดยเฉพาะในรัฐบาลของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2553 ก็เคยมีการกำหนดพื้นที่ปลอดภัย หรือ “อำเภอหยุดยิง” ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มาแล้ว แต่เป็นการกล่าวอ้างหยุดยิงฝ่ายเดียวของกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า “พีเอ็มแอลเอ็ม” หรือ Patani Malay Liberation Movement (PMLM) ที่มีกลุ่มพูโลในปีกของ นายกัสตูรี่ มาห์โกตา เป็นแกนนำ แต่การประกาศหยุดยิงดังกล่าวไม่ได้รับการตอบรับที่ชัดเจนจากรัฐบาลในขณะนั้น

             ขณะที่การพูดคุยสันติภาพในช่วงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อปี 2556 ที่ได้เปิดโต๊ะพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ นำโดย นายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำ “บีอาร์เอ็น” ก็มีการประกาศลดเหตุรุนแรงร่วมกันในห้วงเดือนรอมฎอน หรือเดือนแห่งการถือศีลอด ทว่าก็มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นจนมีเสียงวิจารณ์ว่า “ไม่ประสบความสำเร็จ” และไม่มีความพร้อม แม้ทางคณะพูดคุยสันติภาพฝ่ายไทยได้รายงานสถิติเหตุรุนแรงว่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญก็ตาม

             เป็นที่น่าสังเกตว่า บีอาร์เอ็น ซึ่งเป็นแกนนำในการพูดคุยสันติภาพกับรัฐบาลไทยเมื่อปี 2556 เคยเสนอข้อเรียกร้องให้กำหนด “เขตปลอดอาวุธของเจ้าหน้าที่รัฐ” ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยหากเจ้าหน้าที่จะเข้าพื้นที่ ต้องปลอดอาวุธ รวมทั้งไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายพิเศษ และการปิดล้อมตรวจค้นหรือจับกุมบุคคลในเขตดังกล่าวได้ แต่รัฐบาลไทยไม่ตกลง

             ขณะที่คณะทำงานชุดเล็กของ “มารา ปาตานี” ยอมรับเงื่อนไขการสร้างพื้นที่ปลอดภัยตามที่คณะทำงานฝ่ายรัฐบาลไทยเสนอ ดังนั้นหากทำได้สำเร็จก็จะเป็นครั้งแรกที่มีการทดลองนำร่องพื้นที่ปลอดภัยอย่างเปิดเผยเป็นทางการและมีกลไกรองรับร่วมกัน

             ขณะเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวอีกด้านหนึ่ง คือการเผยแพร่คำสั่ง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เรื่องการจัดตั้ง “คณะประสานงานระดับพื้นที่” ในกลไกขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการจัดตั้งคณะประสานงานระดับพื้นที่ชุดใหม่ จำนวน 28 คน มี ผอ.รมน.ภาค 4 หรือผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 หมายถึงแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นหัวหน้าคณะประสานงานดังกล่าว และมีหัวหน้าส่วนราชการในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมเป็นคณะประสานงานด้วย รวมทั้งนักวิชาการอย่าง ศ.ดร.ครองชัย หัตถา นักประวัติศาสตร์ชื่อดัง และตัวแทนจากภาคประชาสังคมในพื้นที่เข้าร่วม

             คณะประสานงานระดับพื้นที่ มีหน้าที่สร้างสภาวะแวดล้อม เพื่ออำนวยต่อกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ ติดตามประเมินสถานการณ์ที่เป็นผลสะท้อนจากการพูดคุยในทุกด้านและจัดตั้งช่องทางสื่อสารกับผู้แทนกลุ่มผู้เห็นต่าง เมื่อมีข้อตกลงเกี่ยวกับการดำเนินมาตรการเสริมสร้างความไว้วางใจในพื้นที่เป้าหมาย

             อย่างไรก็ตาม การเปิดโต๊ะพูดคุยเพื่อสันติสุขของรัฐบาลไทยกับกลุ่ม “มารา ปาตานี” ซึ่งเป็น “องค์กรร่วม” ของกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ 6 กลุ่ม แต่ไม่มี “บีอาร์เอ็น” เข้าร่วมในระดับองค์กร ก็ถูกตั้งคำถามมาตลอด เพราะมีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่อ้างว่าเป็นแกนนำขบวนการบีอาร์เอ็น ได้ออกมาแสดงท่าทีเรื่องการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

             ความเคลื่อนไหวหลัก มี 2 ครั้ง คือการเผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านเว็บไซต์ยูทูบ เมื่อวันที่ 8 กันยายน และออกแถลงการณ์เป็นภาษาอังกฤษ พร้อมกับให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ รวมทั้งสื่อภาษาอังกฤษของไทย เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม โดยระบุไม่เชื่อมั่นในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขที่ดำเนินการโดยรัฐบาลปัจจุบัน

             ดังนั้นปัญหาของการเจรจาสันติสุข เมื่อยังมีความไม่เป็นเอกภาพของ “ฝ่ายผู้เห็นต่างจากรัฐ” เท่ากับว่าหนทางยุติความรุนแรงบนโต๊ะพูดคุย อาจไม่สามารถจับต้องให้เป็นจริงในเร็ววันนี้ได้