ข่าว

'มีชัย'ชี้ร่างรธน.ไร้พิมพ์เขียว

'มีชัย'ชี้ร่างรธน.ไร้พิมพ์เขียว

19 พ.ย. 2558

'มีชัย' ชี้ ร่างรธน.ไร้พิมพ์เขียว พร้อมรับฟังความเห็น ย้ำ กรธ.ไม่ฝักใฝ่การเมือง วางกลไกเอื้อประโยชน์ประชาชนอย่างแท้จริง

 
                      19 พ.ย. 58  คณะอนุกรรมการรับฟังและสรุปความคิดเห็นที่มีผู้เสนอ ในคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จัดสัมมนา “การรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มเฉพาะต่อร่างรัฐธรรมนูญ” โดยมีกลุ่มตัวแทนจากภาคประชาชนจำนวน 7 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มปฏิรูปด้านการศึกษา , กลุ่มการค้าเสรี , กลุ่มคุ้มครองผู้บริโภค , กลุ่มสิทธิสตรี , กลุ่มสื่อสารมวลชน , กลุ่มทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย โดยตอนเริ่มงาน นายธิติพันธ์ เชื้อบุญชัย ได้กล่าวขอบคุณผู้ที่มาร่วมงาน และหวังว่าการสัมมนาในวันนี้จะเป็นการจุดประกายการรับฟังความเห็นของประชาชน ต่อการเสนอความเห็นการร่างรัฐธรรมนูญในภายภาคหน้า โดยเฉพาะในขณะนี้ที่ กรธ.จำนวน 10 คน กำลังลงพื้นที่รับฟังความเห็นที่ภาคเหนือใน จ.เชียงราย
 
                      โดยนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธาน กรธ. ได้กล่าวขอบคุณที่ทุกคนได้เข้ามาร่วมการสัมมนาในวันนี้ กรธ.ทั้ง 21 คน เข้ามาทำงานโดยมีแค่กระดาษเปล่าปึกหนึ่งเท่านั้น ไม่มีโผ และไม่มีพิมพ์เขียวใดๆ มีเพียงแค่กรอบคร่าวๆ ว่าต้องร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับสากล และเหมาะกับวิถีชีวิตคนไทย ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าปัญหาบางเรื่องในสังคมไทย เป็นปัญหาที่มีเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งประเทศอื่นๆ ไม่ได้มีปัญหาแบบนี้ ดังนั้น รัฐธรรมนูญของต่างประเทศจึงไม่ได้คำนึงถึงปัญหาเหล่านั้น นี่จึงเป็นปัญหาประการหนึ่งที่ กรธ.ต้องแก้ไข ทั้งนี้ รธน.ฉบับใหม่ จะต้องมีกลไกที่ก่อให้เกิดการปฏิรูปขึ้นมาชัดเจน มีประสิทธิภาพ และจะต้องแก้ปัญหาการเอางบประมาณแผ่นดินมาใช้มอมเมาประชาชนเพื่อหาประโยชน์ส่วนตน อีกทั้งยังต้องสร้างกลลไกป้องกันการทุจริตที่มีการเปลี่ยนรูปแบบจนยากที่จะเข้าใจได้ รวมถึงต้องสร้างกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนให้เกิดขึ้น อย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
 
                      "ตอนที่เริ่มร่างรัฐธรรมนูญนั้น หลายฝ่ายก็แสดงความเห็นว่า รัฐธรรมนูญต้องสั้น ไม่ยาว แต่ทุกฝ่ายได้พยายามเสนอว่า กรธ.ต้องใส่เรื่องนั้นเรื่องนี้ ถ้าหากใส่ทั้งหมด รัฐธรรมนูญก็คงจะหนามาก ดังนั้น กรธ.ต้องคิดว่าจะใส่อะไรลงไปจึงจะทำให้ทุกฝ่ายพอใจ ไม่หนักใจ ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ง่ายอีกเช่นกัน ดังนั้น ต้องมาคิดว่าประเทศมีปัญหาอะไร จึงจะปฏิรูปถูก แล้ว กรธ.ก็พบว่า กลไกทางการเมืองที่ผ่านมา ไม่เอื้อให้กับการตรวจสอบและสนองความต้องการของประชาชน"
 
                      นายมีชัย กล่าวอีกว่า ตอนนี้ยอมรับว่ามีเสียงวิจารณ์ว่าทำไมประเทศไทยต้องมาคิดของใหม่ ทำไมไม่ตามแบบเขา ซึ่งตนขอตอบว่า ปัญหาประเทศไทยนั้นไม่มีที่ไหนแล้วในโลก ซึ่งในโลกนี้ไม่มีประเทศไหนที่ตัดงบประมาณจังหวัดเพียงเพราะจังหวัดนั้นไม่เลือกพรรคนั้นๆ ดังนั้น การแก้ปัญหาเหล่านี้ก็ต้องแก้โดยวิธีที่ไม่เหมือนใคร กรธ.ทั้ง 21 คน ไม่มีความสามารถจะรู้ใจประชาชนได้ทุกฝ่าย จึงจำเป็นต้องเปิดเวทีรับฟังความเห็นและต้องนำไปใช้ต่อไป โดยในบางเรื่องนั้น กรธ.ก็คิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร รู้แต่เพียงว่าเป้าหมายคืออะไร อาทิ ตอนนี้เรารู้ว่าต้องมีการปฏิรูปการศึกษา แต่ กรธ.ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ดังนั้น การรับฟังความเห็นจึงเป็นสิ่งที่ช่วยได้มาก หรือเรื่องกลไกของตำรวจ การบังคับใช้กฎหมาย ถ้ากฎหมายที่ออกมานั้นตามใจผู้มีอิทธิพล บ้านเมืองก็ไม่เกิดความสงบ กฎหมายก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์
 
                      "มีเรื่องตลกร้ายก็คือว่า คนไทยไหว้ทุกอย่าง เพราะทุกอย่างนั้นศักดิ์สิทธิ์สำหรับคนไทย ยกเว้นกฎหมาย ดังนั้น ทั้งเรื่องการศึกษาและเรื่องกฎหมายก็ต้องเป็นเรื่องที่ปฏิรูปให้สำเร็จ ไม่เช่นนั้น บ้านเมืองก็จะเดินไปข้างหน้าไม่ได้ โดยขอยืนยันว่า กรธ.ฟังทุกความเห็น แม้ไม่นำไปใช้ทั้งหมด แต่ก็จะนำไปต่อยอด และสกัด เพื่อให้มีเรื่องนั้นอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญตามที่สติปัญญาของ กรธ.จะสามารถทำได้"
 
                      นายมีชัย กล่าวต่อไปว่า การแสดงความเห็นจะทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญ ผลักดันให้รัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองสูงสุดในอนาคต ยอมรับว่า การที่มีเวลาแค่ 6 เดือน กรธ.ไม่สามารถจัดเวทีรับฟังความเห็นได้เท่ากับกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญชุดของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ แต่ความเห็นที่รวมรวมได้จาก กมธ.ยกร่างฯ ที่ผ่านมา กรธ.ก็ได้นำความเห็นเหล่านี้ไปใช้ต่อไป แม้ตอนนี้ กรธ.บางท่าน จะกังวลว่าจะสามารถดำเนินการให้ทันระยะเวลาที่จำกัดหรือไม่ แต่ก็พยายามทำงานอย่างเต็มที่ ขอให้มั่นใจว่าไม่ฝักไฝ่ในพรรคการเมืองใด แต่ให้มองว่ากลไกที่ กรธ.วางไว้ จะเอื้อประโยชน์ประชาชนอย่างแท้จริงหรือไม่ ถ้าประชาชนจะเลือกใคร กรธ.ก็คงไม่ไปเกี่ยวข้องแล้ว คงให้เป็นเรื่องของประชาชน อยากจะขอร้องว่าในเวลาที่จะเสนออะไรมานั้น ถ้าหากเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับการเข้าสู่อำนาจทางการเมือง ตนอยากให้วางพรรคการเมืองเอาไว้ที่บ้านก่อนแล้วมาตัวเปล่า แล้วมาคิดว่าบ้านเมืองจะดีได้อย่างไรด้วยกลไกของรัฐธรรมนูญ แล้วเราก็จะได้ชื่อว่าพยายามทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ