ข่าว

'รู้จักปรับรู้จักเลือกรู้จักใช้'สไตล์'วีรวัฒน์ เจียรจิตเลิศ'

'รู้จักปรับรู้จักเลือกรู้จักใช้'สไตล์'วีรวัฒน์ เจียรจิตเลิศ'

19 พ.ย. 2558

'รู้จักปรับ รู้จักเลือก รู้จักใช้' สไตล์บริหาร'วีรวัฒน์ เจียรจิตเลิศ' : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยสุรัตน์ อัตตะ เรื่องและภาพ

             "ลงทุนยังไงให้น้อยที่สุด ได้ผลมากที่สุดและสวยที่สุด อย่างที่บอกถ้าใช้เงินลงทุนใครๆ ก็ทำได้ถ้ามีเงิน แต่การรู้จักปรับ รู้จักเลือก รู้จักใช้วัสดุให้กลมกลืนกับธรรมชาติแล้วออกมาสวยงาม ลงทุนน้อยแต่ได้ผลมากที่สุดและสวยที่สุดก็น่าจะเป็นแนวทางการบริหารที่ดีที่สุดในธุรกิจโรงแรม แต่สิ่งสำคัญเราไม่ควรมองข้ามคือการพัฒนาหาความแปลกใหม่และสิ่งอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าในทุกกลุ่มเป้าหมายอยู่ตลอดเวลา”

             นี่เป็นแนวคิด การทำธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทของเด็กหนุ่มนักเรียนนอกที่เพิ่งหอบหิ้วปริญญาโทด้านบริหารจัดการจากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคมเรีย ประเทศอังกฤษมาไม่ถึงขวบปีสำหรับ วีรวัฒน์ เจียรจิตเลิศ หรือโอ๊ต วัย 28 ปี บุตรชายคนกลางของวิชัยและจรี เจียรจิตเลิศ เจ้าของกลุ่มธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทในจ.กาญจนบุรี ที่ปัจจุบันรั้งตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ริเวอร์แคววิลเลจ และธุรกิจในเครือ

             ครอบครัวเจียรจิตเลิศได้เข้ามาบุกเบิกธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทในจ.กาญจนบุรีเมื่อ 38 ปีที่แล้ว ด้วยเล็งเห็นว่ากาญจนบุรีเต็มไปด้วยป่าเขาลำเนาไพร ความเป็นธรรมชาติและร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของสงครามโลกครั้งที่สอง ขณะเดียวกันมีระยะทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก น่าจะเป็นอีกจังหวัดที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวในอนาคต

             จากนั้นครอบครัวเจียรจิตเลิศที่มีความถนัดในธุรกิจบริการ สปา และอสังหาริมทรัพย์ ก็ส่งทายาททางธุรกิจ วิชัยและสุจินต์ เจียรติเลิศ สองพี่น้องมาบุกเบิกเนรมิตโรงแรมและรีสอร์ทอิงธรรมชาติ ริมแม่น้ำแควน้อยบนเนื้อที่กว่า 500 ไร่ ภายใต้ชื่อ "ริเวอร์แคววิลเลิจ" ในต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เพื่อรองรับธุรกิจการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคตอันใกล้

             วิชัย ผู้พี่รับหน้าที่ดูแลงานก่อสร้างทั้งหมด ส่วนสุจินต์ น้องชายดีกรีปริญญาโทด้านการตลาดจากมหาวิทยาลัยเทกซัส สหรัฐอเมริกา เข้ามาดูแลงานด้านการตลาดทั้งหมด จากความลงตัวในการทำงานของทั้งสอง ทำให้ริเวอร์แคววิลเลจ กลายเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่สุด มีจำนวนห้องพักมากที่สุดจากอดีตจนทุกวันนี้ ปัจจุบันริเวอร์แคววิลเลจมีจำนวนห้องพักทั้งหมด 271 ห้อง พร้อมด้วยกิจกรรมที่หลากหลายไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ

             ขณะที่สุจินต์ ดีกรีนักเรียนนอกมีจุดเด่นด้านภาษา มีเป้าหมายต้องการดึงลูกค้าชาวต่างชาติมาเที่ยวเมืองไทยเพื่อสัมผัสความงามทางธรรมชาติและย้อนรอยอดีตทางประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เขามองกลยุทธ์ทางการตลาดได้ทะลุ ทำให้นักท่องเที่ยวจากทวีปยุโรป รัสเซีย สหรัฐอเมริกาที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยจะต้องแวะพักจ.กาญจนบุรีอย่างน้อย 1-2 คืนก่อนจะเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางอย่างพัทยา สมุยหรือภูเก็ต

             จึงไม่แปลกใจว่าทำไมตลอด 30 กว่าปีที่ผ่านมาจนปัจจุบัน ริเวอร์แคววิลเลจจึงคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวตาน้ำข้าว ห้องพักถูกจองเต็มตลอดทั้งปี มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้ามาใช้บริการบ้างประปราย แต่ไม่มาก เนื่องจากมีห้องพักไม่พอให้บริการ ยกเว้นกิจกรรมนอกสถานที่ อย่างเช่น การล่องแพ วอล์ก แรลลี่ และฟิชสปา

             จากผู้บริหารในยุคเริ่มต้นจนกระทั่งส่งไม้ต่อให้ทายาทรุ่นสองเพื่อเข้ามาสานต่อการบริหาร โดยลูกชายวิชัยรับหน้าที่บริหารจัดการธุรกิจในภาพรวมและรับผิดชอบงานด้านการตลาดทั้งหมด ส่วนลูกชายสุจินต์เน้นการประสานงานลูกค้าและดูแลด้านสื่อออนไลน์ (โซเชียล มีเดีย) การออกแบบกิจกรรมทั้งหมด ขณะที่ผู้บริหารรุ่นใหญ่คอยดูแลและให้คำปรึกษาอยู่ห่างๆ

             “ยอมรับว่าหนักใจพอสมควร เพราะรุ่นคุณพ่อเขาทำมาดี แต่ก็จะต้องพัฒนาพยายามเสาะแสวงหาความแปลกใหม่ และสิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะกับทุกเพศทุกวัยมาให้บริการลูกค้าอยู่ตลอดเวลา เราจะไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ หยุดเมื่อไหร่จบ เพราะทุกวันนี้เมืองกาญจน์มีการแข่งขันกันสูงมาก ธุรกิจโรงแรมผุดขึ้นราวดอกเห็ด ถ้าเราไม่ปรับตัวอยู่ตลอดเวลาก็อยู่ไม่ได้” วีรวัฒน์เผย

             แม้เขาจะยอมรับว่ามีความหนักใจ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะตั้งแต่เกิดและเติบโตมาก็ได้เห็นการเติบโตพัฒนาการของโรงแรมแห่งนี้มาโดยตลอด ขณะเดียวกันก็ได้เรียนรู้การบริหารจัดการที่ได้รับการถ่ายทอดจากผู้เป็นบิดาทั้งทางตรงและทางอ้อมมาตลอดเช่นกัน จึงไม่ใช่เป็นการเริ่มต้นจากศูนย์ แต่เป็นการต่อยอดจากเดิมเพื่อให้ก้าวต่อไปมากกว่า

             “ตอนสมัยเรียนพอช่วงปิดเทอมก็จะมาอยู่ที่นี่ มาช่วยพ่อทำงาน พอจบปริญญาตรีการโรงแรมและท่องเที่ยวก็มาช่วยพ่อต่ออีก 2 ปี ก่อนจะไปต่อโทด้านบริหารการตลาดที่อังกฤษอีกปีครึ่ง จบมาเมื่อต้นปีเข้ามาบริหารกิจการอย่างเต็มตัว จนปัจจุบันนี้”

             เพียงไม่ถึงขวบปีในการเข้ามาดูแลกิจการอย่างเต็มตัวของเขา มีการปรับเปลี่ยนนโยบายการบริหารใหม่ในเกือบทุกด้าน มีการก่อสร้างห้องพักเพิ่มเติมและปรับปรุงห้องพักเดิมทั้งหมด กลยุทธ์การตลาดจะเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยมากขึ้นเพื่อรับกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีปัญหา วิกฤติค่าเงิน ส่งผลทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยน้อยลง

             ส่วนกิจกรรมนอกสถานที่ ก็จะมีการปรับปรุงโซนร็อควัลเลย์ ฮอตสปริงแอนด์พิชสปาใหม่ทั้งหมดให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพิ่มจำนวนบ่อแช่น้ำแร่ร้อนสมุนไพรจาก 8 บ่อเป็น 15 บ่อ โดยแต่ละบ่อจะมีเอกลักษณ์พิเศษ เช่น บ่อสมุนไพรไทย บ่ออัญชัน บ่อกาแฟ บ่อยูคาลิปตัส บ่อน้ำนม เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าเลือกตามความสนใจ

             ด้วยความเป็นคนชอบสังเกตสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ตลอดจนคำติชมของลูกค้าเป็นประเด็นหลักในการนำมาปรับปรุงโรงแรมให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ ซึ่งวิธีการดังกล่าวนี้ เขาได้รับคำแนะนำมาจากผู้เป็นบิดาที่ชอบสังเกตสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แล้วนำมาปรับปรุง โดยมีการวางแผนล่วงหน้าไว้ก่อนว่าจะทำอะไร เมื่อไหร่ โดยไม่คำนึงถึงการใช้เงินจำนวนมากๆ

             "ทำธุรกิจโรงแรมเราต้องมองไปข้างหน้าตลอดเวลาในลักษณะกีฟทูรัน จะทำอะไรในอีก 5 ปี 10 ปี ไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วจะทำอะไรก็ได้ แต่ลงทุนยังไงให้น้อยที่สุด ได้ผลมากที่สุดและสวยที่สุด อย่างที่บอกถ้าใช้เงินลงทุนใครๆ ก็ทำได้ถ้ามีเงิน แต่การรู้จักอะแดป รู้จักเลือก รู้จักใช้วัสดุให้กลมกลืนกับธรรมชาติแล้วออกมาสวยงาม ลงทุนน้อย แต่ได้ผลมากที่สุดและสวยที่สุดก็น่าจะเป็นแนวทางการบริหารที่ดีที่สุดในธุรกิจโรงแรม สิ่งสำคัญเราไม่ควรมองข้ามการพัฒนาหาความแปลกใหม่และสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าในทุกกลุ่มเป้าหมายอยู่ตลอดเวลา”

             จึงไม่แปลกที่ริเวอร์แควรีสอร์ท ภายใต้การบริหารของเขา นอกจากที่พักกลมกลืนกับธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยขุนเขา มีความสะดวกสบายเหมาะแก่การพักผ่อนแล้ว โรงแรมยังให้บริการกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมวอล์ก แรลลี่ ซึ่งเป็นกิจกรรมกลุ่มที่จะต้องทำควบคู่ไปกับการประชุมเพื่อพัฒนาองค์กรและบุคลากร โดยมุ่งเน้นผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ใช้ทักษะและศักยภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกัน มีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานหรือการสร้างผลงานให้เป็นที่ต้องการและยอมรับของตลาดหรือกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ดียิ่งๆ ขึ้น

             “ขณะนี้ทางโรงแรมเพิ่มนำดีทีวีเข้ามาเป็นรายแรกในเมืองไทยเพื่อเสริมความสุขให้ลูกค้าที่ชอบความท้าทายมากกว่าเอทีวี ซึ่งเรามีอยู่ก่อนแล้ว และยังได้สร้างลานกิจกรรมเอ็กซ์ตรีม เซ็นทริก พาร์ค ซึ่งจะเป็นศูนย์รวมกิจกรรมเอ็กซ์ตรีมที่รวมเครื่องเล่นไว้มากที่สุดในจ.กาญจนบุรี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม 2558 นี้” นักบริหารรุ่นใหม่กล่าวทิ้งท้าย

             วีรวัฒน์ เจียรจิตเลิศ หรือโอ๊ต ถือเป็นนักบริหารรุ่นใหม่ที่มองความหลากหลายของกิจกรรมเพื่อสุขภาพแล้วนำมาใช้ประยุกต์ใช้ในกลุ่มธุรกิจโรงแรมริเวอร์แคววิลเลจและริเวอร์แคววิลล่าเพื่อสนองตอบลูกค้าในทุกกลุ่มเป้าหมายในวันนี้

“เขาเป็นความหวังครอบครัว” มุมมองผู้บริหารรุ่นพ่อ

             สุจินต์ เจียรจิตเลิศ  เลขาธิการสมาคมโรงแรมไทยในฐานะรองประธานกรรมการบริหารโรงแรมริเวอร์แคววิลเลจให้มุมมองนักบริหารรุ่นใหม่อย่างวีรวัฒน์ เจียรจิตเลิศ ว่า เขาเป็นหลานของตนเองเป็นคนรุ่นใหม่ที่ร่ำเรียนทางด้านนี้โดยตรง ต่างจากรุ่นพวกผมที่เข้ามาทำตรงนี้มาจากการเรียนรู้จากประสบการณ์ล้วนๆ ไม่มีทักษะด้านการศึกษามาก่อน ขณะเดียวกันปัจจุบันนักท่องเที่ยวก็จะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้นเขาจะเข้าใจความต้องการของคนกลุ่มนี้มากกว่าคนรุ่นเก่าอย่างพวกเ้รา

             “ของเราเป็นธุรกิจครอบครัว การบริหารก็จะสืบต่อกันเป็นทอดๆ มีการวางตัวบุคคลเข้ามาดูแลรับช่วงต่อ ดังนั้นเราจะมีส่วนในการกำหนดเส้นทางเดินร่วมกับความต้องการของเขาด้วย อย่างโอ๊ต ส่วนตัวเขาชอบงานด้านบริการอยู่แล้ว เราเป็นความหวังของครอบครัวในการรับช่วงต่อธุรกิจ คุณพ่อเขาก็ส่งให้เรียนทางด้านการโรงแรมและบริหารเพื่อจะมารับช่วงธุรกิจต่อ ส่วนผู้บริหารรุ่นเก่าอย่างผมก็จะเริ่มค่อยๆ ปลดระวางไป หันมาทำงานเพื่อสังคมมากขึ้น อย่างดีทีวี ทางเรานำเข้ามาเป็นแห่งแรก ก็เป็นความคิดของเขา” สุจินต์ให้มุมมอง พร้อมยอมรับว่าหลังจากวีรวัฒน์เข้ามาบริหารได้ไม่ถึงขวบปี ริเวอร์แคววิลเลจมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีกิจกรรมมากขึ้น ทำให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้าคนไทย ทุกเพศทุกวัยมากขึ้นด้วย