ข่าว

"กกต."แฉส.ว.ศรีสะเกษทำหนังสือขอให้กกต.ทบทวนมติถึงสามครั้ง

"กกต."แฉส.ว.ศรีสะเกษทำหนังสือขอให้กกต.ทบทวนมติถึงสามครั้ง

24 ก.ค. 2552

"กกต."แฉ ส.ว.ศรีสะเกษทำหนังสือขอให้กกต.ทบทวนมติถึงสามครั้ง เลขากกต.ไต่สวนยันทุกอย่างทำตามกม. ปัดหากอยากชี้แจงแนะให้ไปศาล ขยายเวลาสอบหุ้นร้อน 44ส.ส.

(24ก.ค.) นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง แถลงข่าวชี้แจงถึงกรณีที่มีข่าวว่าตนเองไประบุว่า มีส.ว.มาล็อบบี้วิ่งเต้นให้กกต.ทบทวนคำวินิจฉัย เรื่องการถือหุ้นสัมปทานรัฐ และกิจการสื่อสารมวลชน ว่า ส.ส. และส.ว.เป็นผู้ที่มีเกียรติด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีใครมาวิ่งเต้นหรือล็อบบี้เลย และตนก็ไม่ได้พูดว่ามาล็อบบี้ เพียงแต่พูดว่ามีส.ว.บาทคน ส่งหนังสือมาให้กกต.ทบทวนมติคำวินิจเท่านั้น ซึ่งกกต.เมื่อมีคำวินิจฉัยแล้วจะไม่มีการทบทวน ซึ่งมติของกกต. จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนอกจากศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ก็อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญว่าจะวินิจฉัยอย่างไร ซึ่งกกต.ยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องลาออกหากศาลรัฐธรรมนูญเห็นแตกต่างจากกกต.

 นางสดศรี กล่าวอีกด้วยว่า เพื่อให้เกิดความเข้าใจจะได้ไม่เข้าใจผิด ตนจะให้นายอิสระ เสียงเพราะดี ผอ.สำนักเลขานุการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่า ชี้แจงว่ามี ส.ว.คนใดส่งหนังสือมาให้กกต.ทบทวนบ้าง พร้อมกับจะให้พ.ต.ท.ธนบดี พ่วงจินดา เลขาคณะกรรมการไต่สวนกรณี 16 ส.ว. ได้นำเอกสารที่ส.ว. ส่งหนังสือมาให้กกต.ทบทวน ว่าได้มีการชี้แจงกับคณะกรรมการไต่สวนแล้วหรือยัง ทั้งนี้ขอยืนยันว่า ได้ดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมายทุกอย่าง หากมีอะไรที่จะชี้แจงก็น่าจะเตรียมข้อมูลหลักฐานต่างๆ ไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ

 ด้านนายอิสระ กล่าวว่า สำหรับกรณีของส.ว.นั้นได้มีหนังสือมาถึงสำนักงานคณะกกต.ถึง 3 ครั้ง โดยครั้งแรกขออุทธรณ์เพื่อขอให้กกต.ให้โอกาสมาชี้แจงกรณีหุ้น เพราะยังไม่ได้ชี้แจงเลย เมื่อวันที่ 2 ก.ค. และเมื่อกกต.มีมติไปแล้วก็ขอให้กกต.พิจารณาใหม่ ซึ่งเป็นการส่งหนังสือมาเป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 13 ก.ค. และครั้งที่ 3 ก็ส่งมาอีกครั้งเพื่อขอให้กกต.ชะลอการทำคำวินิจฉัย หรือมีความเห็นและยับยั้งการส่งคำวินิจฉัยไปยังประธานวุฒิสภา เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ทั้ง 3 ฉบับลงนามโดย นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ ซึ่งกกต.ก็ได้นำหนังสือดังกล่าวให้กับคณะกรรมการไต่สวน อย่างไรก็ตามสำหรับคำร้องเรื่องการถือหุ้นที่ขอให้กกต.ทบทวนมีส่งมาเพียงรายเดียวเท่านั้น

 พ.ต.ท.ธนบดี กล่าวชี้แจงว่า สำหรับรายของนายจิตติพจน์ นั้น ได้มีการชี้แจงมายังคณะกรรมการไต่สวนฯเป็นลายลักอักษรหลังจากที่ได้ทำหนังสือขอเลื่อนการชี้แจงมาแล้วถึง 2 ครั้ง โดยชี้แจงว่า ใน 21 บริษัทที่ถืออยู่นั้น ไม่มีบริษัทที่เป็นกิจการสื่อสารมวลชน หรือเป็นสัมปทานรัฐเลย แต่ที่คณะกรรมการตรวจสอบพบว่านายจิตติพจน์ มีหุ้นอยู่ 21 บริษัท ซึ่ง 1 ในนั้น มีบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)   ซึ่งถือว่าเป็นหุ้นที่อยู่ในกลุ่มสื่อ ดังนั้นคณะกรรมการไต่สวนจึงเห็นว่าเป็นการกระทำต้องห้ามจึงเป็นว่าขาดคุณสมบัติ เมื่อกกต.ส่งหนังสือมาให้คณะกรรมการไต่สวนพิจารณา เมื่อพิจารณาแล้วก็ได้ยืนยันกับกกต.ว่า นายจิตติพจน์ ได้มีการชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรมายังคณะกรรมการไต่สวนแล้ว และยืนยันคำวินิจฉัยเดิมและไม่มีการทบทวน เพราะคำวินิจฉัยเมื่อมีไปแล้วจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือกลับคำวินิจฉัยได้

กกต.ขยายเวลาสอบหุ้นร้อน 44ส.ส.

 นางสดศรี  กล่าวถึงการพิจารณาสำนวนกรณีการถือหุ้นของ 44 ส.ส. ว่า ขณะนี้คณะกรรมการไต่สวนฯ ได้ทำเรื่องขอขยายระยะเวลาออกไปอีก 15 วัน เนื่องจากต้องดูรายละเอียดเพื่อความรอบคอบ ซึ่งจะมีการพิจารณากันในสัปดาห์หน้าว่า กกต.จะให้ขยายเวลาหรือไม่ ซึ่งตนเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวต้องให้เกิดความรอบคอบและชัดเจน เพราะคณะกรรมการไต่สวนฯ ชุดนี้พิจารณาส.ส. 44 คน ถือเป็นชุดใหญ่ ต้องให้เวลาทำงน เชื่อว่าไม่ต้องการถ่วงเวลาแต่อย่างใด และการดำเนินการของคณะกรรมการไต่สวนฯ ก็ได้มีการรายงานเป็นระยะๆ 

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หากคณะกรรมการไต่สวนไม่ได้จัดหมวดหมู่เหมือนกรณีของ 16 ส.ว.และ 13 ส.ส. จะให้นำกลับไปจัดหมวดหมู่หรือไม่ นางสดศรี กล่าวว่า หากการดำเนินการยังไม่มีการจัดหมวดหมู่ให้ชัดเจน   กกต.จะสั่งให้กลับไปจัดหมวดหมู่ตามที่กกต.ได้มีคำวินิจฉัยไปแล้วทั้งส.ว.และส.ส.

 ด้านนายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.กล่าวว่า ได้รับรายงานจากคณะกรรมการไต่สวนฯ แล้ว คงต้องมีการขยายเวลาออกไปอีก เนื่องจากยังมีอีก 46 บริษัท ที่ยังไม่เคยพิจารณามาก่อน ซึ่งขอข้อมูลไปยังกรมธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ แต่ยังไม่ได้ข้อมูล รวมถึงขอรายละเอียดคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่ได้รับแจ้งมา ดังนั้น ได้ทำเรื่องขอขยายเวลาออกไปอีก 15 วัน ทั้งนี้ เรื่องนี้จะเข้าที่ประชุมอีกครั้งในสัปดาห์หน้า