ข่าว

ส.ว.'หน้าที่'และ'ที่มา'

ส.ว.'หน้าที่'และ'ที่มา'

19 พ.ย. 2558

ส.ว.'หน้าที่'และ'ที่มา' : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น

             การร่างรัฐธรรมนูญคืบหน้ามาถึงจุดที่เคยเป็นปัญหาอีกครั้ง ซึ่งก็คือเรื่องของที่มา ส.ว. โดยในสมัยของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานนั้น ถือได้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่นิ่งที่สุด

             โดยเริ่มตั้งแต่การให้กำหนดให้ ส.ว. มาจากการสรรหาทั้งหมด แต่ก็ได้รับทั้งเสียงทักท้วง และเสียงต่อต้าน จนสุดท้ายพวกเขาก็ต้องยอมถอยโดยให้ ส.ว.ส่วนหนึ่งมาจากการเลือกตั้ง แต่ก็ไม่วายที่จะกำหนดผู้สมัครต้องผ่านการกลั่นกรองเสียก่อนจึงจะให้ประชาชนเลือกได้ และแน่นอนว่าวิธีคิดเช่นนี้ก็ถูกถล่มยับเยินเช่นกันในข้อหาไม่ไว้วางใจประชาชน ทำให้พวกเขาต้องยอมถอยมาที่ยอมให้เลือกตั้งโดยไม่มีคณะกรรมการกลั่นกรอง แต่ก็มี ส.ส.กึ่งหนึ่งที่มาจากการสรรหา

             พวกเขาเคยยอมรับว่า ที่ออกมาพิกลพิการจนถูกไล่ถล่ม เพราะไม่ได้ต้องการให้เลือกตั้งแต่แรก และต้องการให้สรรหาทั้งหมด แต่เมื่ีอมีเสียงทักท้วงก็เลยต้องปรับ และเมื่อปรับจากแนวคิดแรกก็เลยทำให้สิ่งที่ออกมาค่อนข้างบิดเบี้ยว

             ซึ่งที่สุดแล้วร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวก็เป็นได้แค่เพียง “ร่าง” มิอาจถูกประกาศใช้เป็น “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย” และมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า เหตุผลหนึ่งที่สภาปฏิรูปแห่งชาติไม่มีมติคว่ำร่างก็เป็นเพราะแรงผลักดันของคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการให้ ส.ว.มาจากการสรรหาทั้งสิ้น โดยที่ไม่มีการแต่งตั้ง

             อย่างไรก็ตามเป็นไปได้สูงว่ากรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะตั้งหลักได้ที่เห็นควรให้ที่มาของ ส.ว.มีความสัมพันธ์อยู่กับอำนาจหน้าที่โดยเบื้องต้นพวกเขาได้พิจารณาในเรื่องของอำนาจหน้าที่ก่อน โดย เห็นว่า ส.ว.ควรมีอำนาจเพียงการกลั่นกรองกฎหมายเท่านั้น แต่ไม่ควรมีอำนาจหน้าที่ในการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

             ทั้งนี้ มีผู้เสนอว่า การถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น ควรเป็นหน้าที่ขององค์กรเฉพาะที่มีความน่าเชื่อถือโดยอาจโอนให้เป็นอำนาจของศาล ส่วน ส.ว.นั้นถือเป็นองค์กรทางการเมืองที่หากจัดอำนาจให้คุณให้โทษอาจจะไม่ได้รับความน่าเชื่อถือ

             ดังนั้น เมื่อกำหนดอำนาจหน้าที่ได้ชัดเจนแล้ว เรื่องที่มาเราก็สามารถออกแบบได้ง่ายขึ้น หากกำหนดให้มีสภาพเป็นสภา “พี่เลี้ยง” ทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย แต่ไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ เราอาจต้องการผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้ง เพราะเมื่อพวกเขาไม่มีอำนาจที่จะชี้เป็นชี้ตายผู้ที่ได้รับความเห็นชอบจากประชาชน พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องหาฐานเชื่อมที่มาจากประชาชนสร้างความชอบธรรมในการลงโทษ

             ดังนั้นการที่ ส.ว.จะมาจากการสรรหาทั้งสภาก็จึงไม่ใช่เรื่องที่จะถูกต่อต้าน หากมีหน้าที่เพียงเช่นนี้

             กระนั้นก็ดีต้องตามดูให้ครบถ้วนกระบวนความด้วยว่า อำนาจอย่างอื่นของพวกเขามีอย่างอื่นอีกหรือไม่ หากยังมีอำนาจหน้าที่แต่งตั้งองค์กรที่มีหน้าที่ชี้เป็นชี้ตายทางการเมือง ก็ย่อมต้องการที่มาที่มีความชอบธรรมมากกว่าการสรรหา เพราะที่สุดแล้วแม้จะไม่ได้เป็นผู้ตัดสิน แต่การแต่งตั้งผู้ตัดสินเองก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้นการออกแบบอำนาจหน้าที่และที่มาจึงเป็นเรื่องที่ผูกพันและทับซ้อนกันอยู่ไม่น้อย

             โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบริบททางการเมิืองที่เปลี่ยนไป และการเรียกร้องจากองค์กรทางการเมืองที่มีมิติมากยิ่งขึ้น