ข่าว

สปท.ด้านสื่อยกเครื่อง3ด้านปฏิรูปสื่อออนไลน์

สปท.ด้านสื่อยกเครื่อง3ด้านปฏิรูปสื่อออนไลน์

18 พ.ย. 2558

สปท.ด้านสื่อยกเครื่อง3ด้านปฏิรูปสื่อออนไลน์ แก้ปัญหาขาดจริยธรรมแพร่ข้อมูลข่าวสารบิดเบือน-ปลุกระดม กมธ.ปฏิรูปด้านการเมืองสปท.ชงหั่นทิ้งส.ส.บัญชีรายชื่อ

           18พ.ย.58 ที่รัฐสภา นายอภิชาติ จงสกุล โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) แถลงผลการประชุมกมธ.ว่า ที่ประชุมเห็นชอบเสนอแนวทางปฏิรูปด้านสื่อสิ่งพิมพ์ ด้านวิทยุ โทรทัศน์ ด้านโทรคมนาคม และด้านสื่อออนไลน์ ควบคู่กับแนวทางของสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) 3 ด้าน คือ 1.เสรีภาพสื่อบนความรับผิดชอบ 2.การป้องกันการแทรกแซงและครอบงำสื่อ และ 3.การกำกับดูแลสื่อที่มีประสิทธิภาพ

           นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอการปฏิรูปพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 สำหรับการปฏิรูปสื่อออนไลน์จะต้องจัดการปัญหาด้านการขาดจริยธรรมแพร่ข้อมูล ข่าวสาร บิดเบือน ให้ร้าย ปลุกระดม ที่มีผลกระทบต่อสังคม ซึ่งเกิดจากปัญหาด้านกลไกบังคับใช้กฎหมายและเทคโนโลยี ปัญหากลไกควบคุมอินเตอร์เน็ตอยู่ในการดูแลภาคเอกชน และปัญหานโยบายรัฐที่เน้นการขยายการใช้งานอินเตอร์เน็ต โดยขาดนโยบายป้องกันและปราบปราม ทั้งนี้ได้มีการตั้งอนุกมธ. 3 คณะ ในการทำงานด้านการปฏิรูปสื่อ ได้แก่ 1.คณะอนุกมธ.ด้านสื่อสิ่งพิมพ์ มีนางประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด เป็นประธาน 2.คณะอนุกมธ.ด้านวิทยุ โทรทัศน์ และด้านโทรคมนาคม มีพล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร เป็นประธาน และ 3.คณะอนุกมธ.ด้านสื่อออนไลน์ มีพล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ เป็นประธาน โดยมีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำแผนปฏิรูปสื่อออนไลน์ ครอบคลุมในเรื่องกฎหมายและในส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด

 

เตือนไทยรัฐ – เดลินิวส์เผยแพร่ภาพผู้เสียชีวิตปารีส

           นางอุบลนัดดา สุภาวรรณ รองประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ครั้งที่ 10/2558 ที่ประชุมมีมติให้ทำหนังสือเตือนหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เรื่องการเผยแพร่ภาพผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ระเบิดที่ประเทศฝรั่งเศส และหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เรื่องการเผยแพร่ภาพผู้ป่วยในโรงพยาบาล เนื่องจากการกระทำทั้งสองกรณีเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ด้านคุณค่าความเป็นมนุษย์ และเป็นการละเมิดสิทธิผู้ป่วย

           ทั้งนี้หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เผยแพร่ภาพผู้เสียชีวิตจากกรณีระเบิดที่ประเทศฝรั่งเศสโดยไม่เซ็นเซอร์ ในฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน 2558 ซึ่งการเผยแพร่ภาพดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ด้านคุณค่าความเป็นมนุษย์ และสภาการหนังสือพิมพ์ฯ ได้เคยมีจดหมายขอความร่วมมืองดเผยแพร่ภาพผู้เสียชีวิตแล้ว ดังนั้นสภาการหนังสือพิมพ์ฯ จึงได้ส่งจดหมายเตือนไปยังหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ อีกครั้งหนึ่ง

           ส่วนกรณีหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ได้เผยแพร่ภาพ นายทฤษฎี สหวงษ์ ดารานักแสดง ซึ่งป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกและมีอาการเข้าขั้นวิกฤติ นอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ในฉบับวันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 2558 ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิผู้ป่วย ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2558 สภาการหนังสือพิมพ์ฯ ได้ส่งจดหมายขอความร่วมมือไปยังองค์กรสมาชิกของสภาการหนังสือพิมพ์ฯ ให้งดเผยแพร่ภาพผู้ป่วยในโรงพยาบาล ดังนั้นสภาการหนังสือพิมพ์ฯ จึงได้ส่งจดหมายเตือนไปยังหนังสือพิมพ์เดลินิวส์อีกครั้งหนึ่ง


กมธ.ปฏิรูปด้านการเมืองสปท.ชงหั่นทิ้งส.ส.บัญชีรายชื่อ

           นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง เปิดเผยว่า ในการประชุมกมธ.ด้านการเมืองที่ผ่านมาได้หารือถึงแนวทางการปฏิรูประบบพรรคการเมือง และเรื่องการเลือกตั้งส.ส. โดยในส่วนการปฏิรูปพรรคการเมือง สมาชิกเห็นตรงกันว่า ควรมีแนวทางให้ประชาชนร่วมเป็นเจ้าของพรรคการเมืองอย่างแท้จริง และลดบทบาทการครอบงำพรรคการเมืองจากนายทุนพรรค ซึ่งมีการเสนอแนวทางหลากหลายเช่น การยกเลิกส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อขจัดปัญหานายทุนพรรค การควบคุมการใช้จ่ายเงินบริจาคของพรรคการเมือง หากพบว่า ที่มาของเงินบริจาคไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องมีมาตรการลงโทษทางกฎหมายที่รุนแรง มีโทษสูงสุดคือการยุบพรรค ส่วนการปฏิรูประบบเลือกตั้งส.ส. มีการเสนอให้ผู้สมัครส.ส.ลงในนามอิสระได้ อย่างไรก็ตามแนวทางเหล่านี้เป็นเพียงข้อเสนอของสมาชิก ยังไม่ใช่ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ ต้องนำไปหารือกับ กรธ. และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ก่อนนำกลับมาหารือกันที่ประชุมอีกครั้ง ส่วนในวันที่ 20 พ.ย. นี้ กมธ.การเมืองจะหารือเรื่องแนวทางแก้ปัญหาการซื้อเสียง

 

เพื่อไทยค้านส.ว.ลากตั้งวอนกรธ.คิดใหม่


           นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่จะให้ส.ว.ทั้ง 200 คน มาจากการแต่งตั้ง เพราะเป็นการย้อนยุคกลับไปเป็นแบบเดิม คือจะมีการวิ่งเต้นซื้อตำแหน่งส.ว. เพื่อเป็นเกียรติประวัติวงศ์ตระกูล ถึงแม้ต้องจ่ายเงิน 20-30 ล้านบาท และตนก็ไม่เห็นด้วยที่จะไปเอาตัวแทนมาจากกลุ่มวิชาชีพต่างๆ เพราะจะมีการอุปโลกน์กลุ่มตัวเองขึ้นมาแล้วเสนอตัวเข้ามา และพร้อมที่จะทำตามผู้มีพระคุณทุกประการขอเพียงตัวแทนจากกลุ่มตัวเองได้เป็นส.ว.  ประเทศไทยจึงก้าวข้ามไม่พ้นปัญหาเดิมๆ