ข่าว

‘ผบ.ทบ.’ลงใต้!ถกร่วม4จชต.ปรับแผนเชิงรุก

‘ผบ.ทบ.’ลงใต้!ถกร่วม4จชต.ปรับแผนเชิงรุก

18 พ.ย. 2558

‘ผบ.ทบ.’ ลงพื้นที่ จ.นราธิวาส ติดตามโครงการขุดอ่าวปัตตานี ก่อนถกร่วม 4 จังหวัดชายแดนใต้ปรับแผนเชิงรุก แฉกลุ่มก่อความไม่สงบเริ่มขาดทุนทรัพย์อย่างหนัก

 
       เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 พ.ย.58 ที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)และรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เดินทางพร้อมคณะ ได้แก่ พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร เสนาธิการทหารบก พล.อ.ชีวัน โหละบุตร ที่ปรึกษา ผบ.ทบ.และ พล.อ.กิตติ อินทสร ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก (1) โดยมี พล.ท.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ แม่ทัพภาคที่4 พล.ต.เอกรัตน์ ช้างแก้ว ผบ.ฉก.นราธิวาส พร้อม ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระดับ ผบ.หน่วยเฉพาะกิจ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมให้การต้อนรับ
 
       พล.อ.ธีรชัย ได้เยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ ทั้งในด้านปฏิบัติการทางทหาร การผนึกกำลังภาคประชาชน การสลายโครงสร้างจัดตั้งของกลุ่มก่อเหตุรุนแรง การสร้างชุมชนเข้มแข็ง มาตรการรักษาความปลอดภัย การทลายเครือข่ายภัยแทรกซ้อน รวมทั้งการปฏิบัติการตามแผนยุทธการ4581 ตามนโยบายของ กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า
 
       ต่อจากนั้น ผบ.ทบ.ได้ เข้ารับฟังการชี้แจงโครงการขุดอ่าวปัตตานี ที่ห้องรับรอง ฉก.นราธิวาส ก่อนเข้าประชุมร่วมกับกองกำลัง 3 ฝ่ายของ จ.นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และ 4 อำเภอของจ.สงขลา ที่ห้องประชุมของ ฉก.นราธิวาส โดยเป็นการประชุมลับ ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟัง
 
       มีรายงานว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการรับฟังบรรยายสรุปภาพรวมของสถานการณ์ในห้วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค.58ถึงปัจจุบัน ซึ่งพบว่าสถานการณ์ความรุนแรงลดน้อยลงเป็นอย่างมาก ประมาณ 70-80% สังเกตได้จากภาพรวมของเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านค้า ปั้มน้ำมันใหม่ๆที่ผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งฝ่ายตรงข้ามถูกสลายโครงสร้างค่อนข้างมาก จึงเปลี่ยนยุทธวิธีเป็นการวางระเบิดแบบเร่งด่วนมากกว่าการซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ ที่สำคัญพบว่าขณะนี้กลุ่มก่อเหตุรุนแรงขาดเงินสนับสนุน จึงได้ใช้แนวทางภัยแทรกซ้อนเข้ามามีส่วนร่วม เช่น ค้าของเถื่อนและยาเสพติดเข้ามาเป็นตัวหนุน แต่ยังถูกเจ้าหน้าที่รัฐทลายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
 
       นอกจากนี้ในห้องประชุมยังได้มีการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานของกองกำลัง 3 ฝ่าย ใน 7 กลุ่มงานหลัก และโครงการต่างๆของ กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า และศอ.บต. ซึ่งพบว่าสามารถที่จะดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนระดับรากหญ้าให้ดีขึ้นเป็นลำดับเช่นกัน สำหรับในส่วนของการติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่ 4 จชต.ล่าสุดมีจำนวน 6,665 ตัว เพื่อที่จะสามารถตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยในยามที่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ได้
 
       หลังจากรับฟังบรรยายสรุปแล้วเสร็จ ผบ.ทบ.ได้มอบนโยบายและแนวทางในการปฏิบัติงานให้แก่กองกำลัง 3 ฝ่าย เพื่อให้การบูรณาการการปฏิบัติเป็นไปอย่างสอดคล้องและเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อที่จะนำไปสู่ความสันติสุขในพื้นที่แบบยั่งยืนต่อไป