ข่าว

‘ศาล’ถอดถอน‘นักการเมือง’

‘ศาล’ถอดถอน‘นักการเมือง’

18 พ.ย. 2558

‘ศาล’ถอดถอน‘นักการเมือง’ : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น

           ขณะนี้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าจะให้ “ศาล” หรือ “ฝ่ายตุลาการ” เป็นผู้ถอดถอน “ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” หรือ “นักการเมือง” แทน “วุฒิสภา”

           ฟังแล้วก็ดูสมเหตุสมผล เพราะที่ผ่านมา ส.ว. ไม่เคยถอดถอน “ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” ได้สักคน

           เมื่อย้อนกลับไปดู สถิติการพิจารณาการถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งของวุฒิสภาที่ผ่านมา นับตั้งแต่มีการใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ซึ่งเพิ่งถูกรัฐประหารยกเลิกไป มีการยื่นถอดถอนบุคคลดำรงตำแหน่งสำคัญ 5 คน แต่วุฒิสภาถอดถอนไม่ได้เลย แล้วจะมีอำนาจถอดถอนไปทำไม อีกทั้งหากตัดอำนาจถอดถอนนักการเมืองออกไป จะทำให้ ส.ว.ปลอดการเมือง มีความเป็นกลางมากขึ้น ส่งผลให้สามารถสรรหาคณะกรรมการองค์กรอิสระได้อย่างเที่ยงธรรมมากขึ้น

           “ศรีอัมพร ศาลิคุปต์” ผู้พิพากษาอาวุโส ศาลฎีกา มองว่า การเปลี่ยนมาให้ “ศาล” หรือ “ฝ่ายตุลาการ” เป็นผู้มีอำนาจในการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น เป็นการให้ “ศาล” เข้าไปถ่วงดุล โดยถ้าเห็นว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกระทำผิด ก็ฟ้องคดีมาที่ศาล จากนั้นก็จะใช้ระบบของศาลในการตรวจสอบ โดยหากเป็นศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง ก็ใช้วิธีประชุมใหญ่เลือกองค์คณะผู้พิพากษาหรือตุลาการ ขึ้นมาทำหน้าที่พิจารณาว่าจะถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคนนั้นให้พ้นจากตำแหน่งหรือไม่ และองค์คณะผู้พิพากษาเปลี่ยนไปเรื่อยๆ คละกันไปตามแต่ละเรื่องที่ยื่นถอดถอน ซึ่งการใช้วิธีประชุมใหญ่เลือกองค์คณะผู้พิพากษาขึ้นมาทำหน้าที่พิจารณาถอดถอน ก็เพื่อไม่ให้มีองค์คณะผู้พิพากษาตายตัว ในการพิจารณาถอดถอน ซึ่งต่างจากวุฒิสภา ที่มีสมาชิกวุฒิสภาตายตัวในการทำหน้าที่พิจารณาถอดถอน

           “ที่ผ่านมา การให้ ส.ว.ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น เป็นระบบ impeachment ใช้วุฒิสภาทำหน้าที่เป็น “ศาล” ตรวจสอบ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นเรื่องระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร แต่เนื่องจากฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหารใกล้ชิดกัน และถึงแม้ว่า ส.ว. จะไม่ได้เลือกตั้งทั้งหมด ส่วนหนึ่งมาจากการสรรหา แต่ก็รู้จักกัน เชื่อมโยงกัน จึงถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยเฉพาะระดับสูงได้ยาก แต่ถ้าเป็น “ศาล” จะห่างจากนักการเมืองมากกว่า อย่างไรก็ตามอาจมีการโต้แย้งจากนักการเมืองที่มาจากระบบเลือกตั้งว่า ศาลไม่ได้เชื่อมโยงกับประชาชน ไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชน แล้วจะถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มาจากประชาชนได้อย่างไร”

           สุดท้าย “ศรีอัมพร” เห็นว่า ไม่ว่าจะใช้ระบบใดในการทำหน้าที่ถอดถอน หากผู้ทำหน้าที่ตัดสิน มีความเป็นอิสระอย่างแท้จริง เป็น “เปาบุ้นจิ้น” มีจริยธรรมสูง ไม่ตกอยู่ใต้อิทธิพลต่อฝ่ายใด, มีความกล้าหาญ ตัดสินโดยใช้จริยธรรมที่เที่ยงตรง รอบคอบ ปราศจากอคติ เกลียด รัก โกรธ กลัว ก็ทำหน้าที่ถอดถอนได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นวุฒิสภาหรือศาล

           “ที่สำคัญอยู่ที่ความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนว่า เชื่อถือองค์กรใดมากที่สุด”

           แม้ว่า ผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา จะไม่ได้บอกว่า องค์กรไหนที่ประชาชนให้ความศรัทธามากที่สุดในการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ปล่อยให้คิดเองก็ตาม

           แต่ก็เชื่อได้ว่า หากเปลี่ยนให้ “ศาล” มาทำหน้าที่พิจารณาถอดถอน จะเห็นนักการเมืองที่ประพฤติตนไม่เหมาะสม ถูก “เช็กบิล” ให้กระเด็นตกจากเก้าอี้และถูกแบนทางการเมือง อย่างเป็นรูปธรรมแน่นอน