ข่าว

เงินกำลังไหลบ่าลงรากของต้นไม้ชื่อเศรษฐกิจไทย

เงินกำลังไหลบ่าลงรากของต้นไม้ชื่อเศรษฐกิจไทย

19 พ.ย. 2558

สวัสดีเศรษฐกิจ : เงินกำลังไหลบ่าลงรากของต้นไม้ชื่อเศรษฐกิจไทย : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 
                      “รดน้ำต้องรดที่โคนต้นไม้ ดินต้องพรวนให้ร่วน ให้น้ำลงไปได้ อากาศลงไปได้ ต้นไม้จึงจะงอกงามบริบูรณ์” คำโบราณสอนไว้ ในเรื่องเกษตรกรรมการเพาะปลูก การจะทำให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจที่เรียกว่า “การบริโภค หรือ Consumption” มันเดินหน้าได้นั้น มันก็ต้องมีกลไกขับเคลื่อนในเวลานี้ เพราะเหตุว่า มันไม่ปกติสำหรับประเทศไทย
 
                      หนึ่ง คนที่เคยมีรายได้จากภาคเกษตร สินค้าเกษตรที่ขายได้ดันมีราคาลดลงตามราคาน้ำมันและตามความต้องการในตลาดโลกลดลง
 
                      สอง เพาะปลูกได้น้อย เนื่องจากภัยแล้ง ปริมาณที่ควรได้ก็น้อยลงไปอีก
 
                      สาม คนที่พอมีเงิน ก็ไม่ยอมใช้จ่าย ลดการใช้จ่าย ไม่ซื้อของชิ้นใหญ่ๆ เพราะยังกังวลโน่น นี่ นั่น
 
                      สี่ คนที่อยากจะใช้จ่าย ก็มีหนี้มาก เดือนๆ หนึ่งต้องตัดเอาเงินที่ได้ไปจ่ายหนี้ก่อน เหลือจึงเอามากินใช้ ซึ่งอาจไม่พอ
 
                      ต่อมาภาครัฐมีมาตรการ ทำอย่างไรไม่ให้ระดับฐานราก ระดับโคนต้น ตรงที่เป็นจุดใหญ่ของระบบเศรษฐกิจ ยากลำบากไปกว่านี้ ก็ต้องใส่เม็ดเงินผ่านเครื่องมือที่รองรับในปัจจุบัน บนแนวคิด “ซ่อมเร็วกว่าสร้าง ทำให้เร็ว มีพลัง เห็นผลชัดเจน จับต้องใด้...และต้องไม่มีการโกงกินกัน” มาตรการเงินลงทุนตำบลละ 5 ล้านบาท และเงินผ่านกองทุนหมู่บ้านระดับเกรดเอ เกรด บี จึงมีความจำเป็น
 
                      เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนในต่างจังหวัด ก็เหตุเพราะท่านเห็นความสำเร็จและต้องการดูหน้างานถึงสภาพปัญหาที่แท้จริง รวมทั้งต้องการให้ผู้คนมีกำลังใจ ท่านกล่าวว่า เมื่อได้เห็นรอยยิ้มของประชาชนในการลงพื้นที่ก็อยากให้จังหวัดอื่นนำกรณีตัวอย่างของชาวบ้านที่อุบลราชธานีไปเป็นต้นแบบ คือ "การนำเงินที่ได้รับจากมาตรการของรัฐไปลงทุนในกิจการที่สร้างรายได้ เช่น เปิดร้านขายของ ร้านตัดผม ทำรถเข็นขายสินค้า เพื่อสร้างความยั่งยืน
 
                      พร้อมทั้งกำชับให้ส่วนราชการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณที่ยังมีความล่าช้าให้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะมาตรการตำบลละ 5 ล้านบาท และโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท แต่ต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้
 
                      แล้วอะไรทำให้เกิดอุปสรรคปัญหาต่อการพัฒนาชีวิตเพื่อก้าวสู่อิสรภาพ-สันติภาพ ความสุขสงบที่แท้จริงในการดำเนินชีวิต... คำตอบคือ ความไม่รู้จักพอเหมาะ พอควร พอเพียง และพอดี...
 
                      ความไม่รู้จักพอนั้นเกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งตัณหาที่คุกคามควบคุมชีวิตให้บรรดาท่านที่เป็นหัวๆ ทั้งหลายให้ดำเนินไปตามกำลังแรงของความอยาก จนทะยานออกไปแสวงหาสิ่งที่ทำให้เสื่อม เพื่อมาสนองตอบตัณหาที่เป็นเหตุเช่น โกงไปตุนไว้กับส่วนตัว ยักยอกไปไว้เป็นของตนเอง
 
                      “...ชีวิตไม่รู้จักคำว่า พอเหมาะ... พอควร... พอเพียง... และพอดี ด้วยตัณหาสร้างความพอใจไว้ดักหน้า จนไม่สามารถเดินเติมเต็มชีวิตให้รู้จักคำว่าพอ...” จะนำมาซึ่งความเสื่อม ดังคดีที่เราเริ่มเห็นผู้คนอายุมาก มีอำนาจวาสนาสูงในอดีตกำลังเดินเข้าตะรางคนละหลายๆ ปี บางคนต้องถูกฟ้องยึดทรัพย์ และบางคน บางท่าน กำลังหนีบ่วงแห่งกรรมอย่างมีความเครียดในวันนี้
 
                      “กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา”
 
 
 
 
---------------------
 
(สวัสดีเศรษฐกิจ : เงินกำลังไหลบ่าลงรากของต้นไม้ชื่อเศรษฐกิจไทย : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)